[Fiction-2PM] The Knights of Athens 5/?
posted on 16 Mar 2012 13:03 by write-sara in 2PMFanficChapter 5
“เข้าไปข้างในก่อนสิ” ชานซองเปิดประตูห้อง แล้วหลบให้เด็กน้อยสองคนที่เค้าจูงมือขึ้นมาด้วยเดินเข้าไปด้านใน หากแต่ทั้งคู่กลับยืนนิ่งอยู่หน้าประตู คนนึงทำหน้านิ่งไม่แสดงความรู้สึกอะไร ส่วนอีกคนนึงส่งสายตาระแวงภัยมาให้
“ชั้นไม่ทำอะไรพวกนายหรอก เข้าไปเหอะ พวกชั้นแค่มีเรื่องอยากจะถามพวกนายซักหน่อย” ชานซองไม่พูดเปล่า ใช้มือดันหลังให้เด็กหนุ่มทั้งสองคนเข้าไปในห้อง พอดีกับที่เพื่อนอีกสามคนเดินตามขึ้นมาพอดี
“พวกเจ้าไม่มีสิทธิมาแตะต้องนายน้อยของข้านะ” หลังจากประตูปิด เด็กหนุ่มผมสีเทาก็ลุกขึ้นมายืนบังคนที่ตัวเองเรียกว่านายน้อยด้วยท่าทีปกป้อง พร้อมส่งเสียงขู่ฟ่อ ที่ดูยังไงในสายตาของทั้งสี่คนมันก็ไม่ได้น่ากลัวเลยซักนิด
“เออ ไม่แตะหรอก ที่ช่วยขึ้นมาไม่ให้โดนดาบผ่าครึ่งนี่ไม่คิดจะขอบคุณกันซักคำเลยหรือไงห๊า” ชานซองโบกมือพร้อมกับออกปากบ่น
“เห๊อะ ไม่ได้ขอให้ช่วยซักหน่อย โอ๊ย!” เด็กหนุ่มผมเทาเบ้ปากใส่อีกฝ่าย แต่ก็ถูกเด็กหนุ่มอีกคนหยิกแขนจนต้องร้องโอยออกมา
“เราต้องขอบคุณท่านมากที่ช่วยเราไว้” เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักโค้งของคุณไปทางชานซองและเพื่อนๆอีกสามคนของเค้า
“นายน้อยอย่าไปก้มหัวให้คนพวกนี้สิครับ นายน้อยเป็นใครแล้วพวกนั้นเป็นใคร” เด็กหนุ่มผมเทายังคงไม่วายบ่นออกมาเสียงดังอย่างไม่พอใจ
“ชั้นรู้หรอกน่าว่าพวกนายเป็นใคร” นิชคุณที่นิ่งเงียบอยู่นานพูดสวนขึ้นมา “ที่ช่วยมานี่ก็แค่อยากจะถามเพื่อความแน่ใจเท่านั้นแหละ”สิ้นคำพูดของนิชคุณ เด็กหนุ่มทั้งสองคนต่างก็หันไปสบตากันด้วยความตกใจ
“นายเป็นรัชทายาทแห่งเดมอน ส่วนนายก็องครักษ์ล่ะสิใช่มั๊ย” แทคยอนเดินเข้าไปใกล้ทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยปากออกมาเบาๆ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ดวงตาเล็กๆของเด็กหนุ่มทั้งคู่เบิกออกกว้างด้วยความตกใจ เด็กผมเทาขยับเข้ามาขวางและดันให้คนที่ตัวเองเรียกว่านายน้อยไปอยู่ด้านหลังอย่างระวังภัยเต็มที่
“พวกท่านเป็นใคร แล้วต้องการอะไร” เด็กหนุ่มที่เป็นถึงองค์รัชทายาท เอ่ยปากถาม นัยน์ตาเรียวเล็กมองสบไปที่คนแปลกหน้าทั้งสี่ พอเริ่มมีสติก็เริ่มรู้สึกได้ถึงไอเทพที่รุนแรงของกลุ่มคนตรงหน้า
“พวกเราเป็นอัศวินจากเอเธนส์” ชานซองเอ่ยตอบสั้นๆ แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ท่าทีของเด็กหนุ่มตรงหน้าทั้งสองคนเปลี่ยนไป
“อัศวินจากเอเธนส์งั้นเหรอ” เด็กผมเทาเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ อย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
“ก็ใช่น่ะสิ” คราวนี้เป็นจุนซูที่ยืนดูท่าทีอยู่นานเอ่ยแทรกขึ้นมา ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเดียงเพราะยืนจ้องหน้ากันจนขาเค้าจะแข็งอยู่แล้ว
“อย่าบอกนะว่าพวกท่านคือ สี่อัศวินแห่งเอเธนส์” เด็กหนุ่มผมเทาหันไปสบตากับจุนซู ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ
“ไม่น่าเชื่อ” เด็กหนุ่มผมเทากวาดตามองไปที่แต่ละคนก่อนจะพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
จุนซูที่ได้ยินคำบ่นนั่นถึงกับส่งเสียแหวออกมา “ต้องให้ข้าแก้ผ้ายืนยันเลยมั๊ย ปั๊ดโธ่! แล้วนั่นไม่เมื่อยกันรึไง นั่งคุยกันดีๆได้มะ เจ้าผมเทาน่ะ นายไม่ต้องมาระแวงพวกชั้นหรอก เพราะถ้าชั้นจะทำร้ายพวกนายจริง รับรองว่าแค่พริบตาเดียวนายก็ลงไปหมอบกระแตอยู่ที่พื้นแล้ว”
“นั่นสิอูยอง ยังไงพวกเราก็ตั้งใจจะไปหาพวกเขาอยู่แล้วนี่”
“แต่ว่าเราจะเชื่อพวกมันได้เหรอครับ”
“เอาน่า เราไม่มีอะไรต้องเสี่ยงไปมากกว่านี้แล้วนะอูยอง นั่งเถอะ”เด็กหนุ่มที่มีฐานะเป็นถึงองค์รัชทายาท ฉุดมือให้องครักษ์ของตัวเองนั่งลงที่เก้าอี้ว่างในห้อง
“เออ แบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย เอาล่ะไหนเล่าให้พวกชั้นฟังหน่อยสิ ว่าพวกนายไปยังไงมายังไง แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” หลังจากเด็กหนุ่มทั้งสองลงนั่ง จุนซูก็ออกปากถามขึ้นมาเกือบจะในทันที
“พวกเจ้าก็แนะนำตัวเองมาก่อนสิ” เด็กหนุ่มผมเทา ยังคงส่งสายตามไม่เชื่อถือมาให้
“เอ๊ะ ไอ้เด็กนี่ยังไงเนี่ย”
“เฮ่ย จุนซูอย่าทะเลาะกับเด็ก” นิชคุณรีบขัดขึ้นก่อนที่เพื่อนรักจะทำเสียเรื่อง “ก็ได้ เดี๋ยวพวกชั้นจะแนะนำตัวเองก่อน พวกนายจะได้เลิกระแวงซักที”
“ชั้นชื่อนิชคุณ ส่วนนั่นก็จุนซู ชานซอง แล้วก็แทคยอน พวกเราเป็นอัศวินทั้งสี่ของเอเธนส์ กำลังจะเดินทางไปเดมอนเพราะเรื่องปีศาจจากเมืองของพวกนายที่มันออกมาอาละวาดเพ่นพ่านอยู่ตอนนี้นี่แหละ แล้วก็ถ้านายไม่เชื่อนี่เป็นตราอัศวิน” นิชคุณหยิบเหรียญตราประจำตัวออกมาให้เด็กหนุ่มทั้งสองคนคนดู “ทีนี้ก็ตาพวกนายละ”
เด็กหนุ่มทั้งสองคนสบตากันก่อนที่คนที่ถูกเรียกว่าองค์รัชทายาทจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมา
“เราชื่อจุนโฮ เป็นเจ้าชายของเดมอน ส่วนนี่ก็อูยองเป็นองค์รักษ์ของเราเอง เราคิดว่าพวกท่านน่าจะพอรู้ถึงสาเหตุที่เราต้องออกมาจากเมือง เราเองก็ตั้งใจจะเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากพวกท่านที่เอเธนส์อยู่เหมือนกัน” เด็กหนุ่มที่มีตำแหน่งเป็นถึงองค์รัชทายาทเอ่ยอธิบายออกมาสั้นๆ
“แล้วทำไมพวกนายถึงจะไปหาพวกชั้นล่ะ มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอที่เจ้าชายปีศาจจะมาขอความช่วยเหลือจากอัศวินอย่างพวกชั้นน่ะ” ชานซองที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่เอ่ยถาม
“ข้าก็ไม่ได้อยากจะขอความช่วยเหลือจากใครถ้าไม่จำเป็นหรอกนะ แต่อย่างน้อยเมืองของข้ากับท่านก็ไม่เคยเป็นศัตรูต่อกัน และในแผ่นดินนี้คนที่ข้าคิดว่าจะสามารถช่วยข้าจัดการกับเสนาบดีชั่วนั่นได้ก็คงมีแต่พวกท่านเท่านั้น แต่ถ้าพวกท่านไม่ยินดีช่วยเหลือ ข้าก็จะไม่ร้องขอ” เจ้าชายรัชทายาทยืดกายขึ้นตรง เค้าเองก็ไม่ได้ชอบขอร้องใครนักหรอกถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
“หยิ่งซะด้วยนะ” จุนซูอดที่จะพูดแขวะออกมาไม่ได้
“เจ้าว่าอะไรนะตาแก่” อูยองที่ได้ยินเสียงบ่นพึมพำหันไปถลึงตาใส่จุนซู ซึ่งอีกฝ่ายกำลังจะอ้าปากตอบโต้แต่ก็ถูกนิชคุณเบรคไว้เสียก่อน
“นี่อย่าทะเลาะกันได้มั๊ย จุนซูถ้านายจะไม่ชวนใครทะเลาะตอนนี้ชั้นจะขอบคุณมาก” นิชคุณหันไปดุใส่เพื่อนรักที่ดูท่าจะไม่ถูกชะตากับเจ้าหนุ่มผมเทาไปเสียแล้ว ซึ่งอีกฝ่ายทำได้แค่ส่งเสียงจิ๊กจั๊กขัดใจ
“แล้วพวกนายอยากให้พวกชั้นช่วยอะไร เพราะตอนนี้ปัญหาภายในของพวกนายมันส่งผลกระทบไปถึงเมืองของชั้นไปแล้ว และถ้าเข้าใจไม่ผิด เจ้าเสนาบดีอะไรนั่นคงไม่หยุดแค่การครอบครองเดมอนแน่ใช่มั๊ย” คราวนี้เป็นแทคยอนที่ถามขึ้นมาบ้าง ซึ่งทั้งรัชทายาทจุนโฮและอูยองก็พยักหน้ารับพร้อมกัน
“ตอนนี้ไอ้เสนาชั่วนั่นมันจ้องจะครอบครองดินแดนทั้งหมดนี่นั่นแหละ รวมถึงเมืองของพวกเจ้าด้วย นั่นน่ะเป้าหมายแรกหลังจากยึดเดมอนได้เด็ดขาดเลยล่ะรู้ไว้ด้วย หึๆ” อูยองปล่อยเสียงหัวเราะเยาะออกมาในท้ายประโยค แววตาเรียวเล็กฉายแววเคียดแค้นเมื่อเอ่ยถึงเสนาบดีกบฎ
“ข้าอยากขอให้พวกท่านร่วมมือกับกองกำลังของข้า กำจัดเจ้าเสนาบดีกบฎนั่น” รัชทายาทจุนโฮเอ่ยบอกความประสงค์ที่แท้จริงออกมาสั้นๆ
“ตกลง พวกชั้นจะช่วย” จุนซูที่เงียบไปพักใหญ่เอ่ยรับปากออกมาง่ายๆ เรียกรอยสงสัยให้กับเด็กหนุ่มทั้งสองคนเป็นอย่างมาก ที่อยู่ดีๆก็ตกลงรับปากโดยไม่ซักถามอะไรมากกว่านี้
“ไม่ต้องทำหน้างงหรอกน่า พวกนายอยากได้บ้านเมืองคืน พวกชั้นอยากได้ความสงบกลับคืนมา วิธีที่ทำได้คือกำจัดเสนาบดีนั่น ความต้องการเราตรงกัน เพราะฉะนั้น วิน-วิน พรุ่งนี้ออกเดินทางไปเดมอนกัน ข้าง่วงแล้วแยกย้ายกันไปนอนเหอะ” พูดจบจุนซูก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง พร้อมกับออกปากไล่ให้คนอื่นๆกลับห้องของตัวเอง
“ตาลุงนี่สติดีรึป่าวเนี่ย” อูยองที่มองดูอารมณ์กลับไปกลับมาของจุนซูอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
“อูยอง อย่าพูดแบบนั้นสิ ข้าต้องขอขอบคุณพวกท่านอีกครั้ง พวกข้าขอตัวก่อน พรุ่งนี้ข้าจะมาพบพวกท่านที่นี่ตอนเจ็ดโมงเช้า” จุนโฮหันมาก้มหัวน้อยๆให้กับทั้งสี่คน และทำท่าจะชวนอูยองออกไปข้างนอก แต่ก็ถูกชานซองเรียกเอาไว้เสียก่อน “แล้วนั่นจะไปไหนกัน”
“ข้าก็จะกลับไปที่พักของพวกข้า”
“แล้วพักที่ไหน”
จุนโฮกับอูยองมองสบตากันก่อนอูยองจะอ้อมแอ้มตอบออกมาเบาๆ “ห้องเก็บของหลังโรงแรม”
“ถ้างั้นพวกนายนอนกับพวกชั้นที่นี่แหละ แยกกันนอนคนละห้องแล้วกัน” ชานซองเอ่ยชวนออกมาเรียบๆ ซึ่งนิชคุณกับแทคยอนก็พยักหน้ารับ
“ข้าจะไม่ปล่อยให้นายน้อยอยู่เพียงลำพัง” อูยองรีบกางปีกปกป้องเจ้านายของตัวเองเต็มที่
“นี่นายหูแตกเหรอ ใครเค้าจะให้นายน้อยของนายอยู่ลำพังกันเล่า พวกชั้นก็อยู่เยอะแยะ แค่แยกกันคนละห้องไม่ตายหรอกมั๊ง ห้องก็มีแค่นี้จะนอนเบียดสี่คนก็ไม่ไหวหรอกนะ และบอกตรงๆชั้นก็ไม่ได้ไว้ใจจอมปีศาจอย่างพวกนายนักหรอก” จุนซูที่นอนอยู่บนเตียงอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมาเถียงกับเด็กผมเทาที่ตอนนี้ยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่กลางห้อง
“นั่นสิ อยู่กับพวกชั้นน่าจะปลอดภัยกว่าไปนอนในห้องเก็บของ อย่างน้อยก็ปลอดภัยจากไอ้หน้าบากเมื่อกี๊นะ แต่ไงก็ตามใจพวกนายแล้วกัน ชั้นกลับห้องละ” แทคยอนส่งรอยยิ้มยียวนไปให้ก่อนจะเปิดประตูกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง ทิ้งให้เด็กหนุ่มจากเมืองปีศาจสองคนยืนสบตากันไปมา โดยมีนิชคุณกับชานซองยืนกอดอกมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าทั้งคู่ด้วยความเห็นใจ
“ชั้นรู้ว่าพวกนายยังไม่ไว้ใจพวกชั้นเท่าไหร่ แต่ชั้นสัญญาด้วยเกียรติของอัศวิน ว่าพวกชั้นไม่หักหลังพวกนายแน่ๆ และก็อย่างที่แทคยอนพูด อยู่กับพวกชั้นน่าจะดีกว่าลงไปเสี่ยงภัยกันเองนะ ว่ายังไง” นิชคุณเอ่ยปากถามขึ้นมาหลังจากเห็นว่าเด็กหนุ่มทั้งสองคนมีท่าทางลังเล ยังไงก็ยังมีความเป็นเด็กอยู่ดีนั่นแหละน๊า
“ถ้างั้นข้าสองคนคงต้องรบกวนพวกท่านแล้ว”
“นายน้อย”
“เอาน่าอูยอง ก็จริงอย่างที่พวกเค้าพูดนะ เราไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้ว เราต้องเชื่อใจพวกเค้าสิ” จุนโฮหันไปส่งสายตาปรามอูยองที่ยังทำหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
“งั้นนายสองคนก็เลือกกันเองว่าใครจะนอนห้องไหน”
“เดี๋ยวข้าไปนอนห้องของท่านกับท่านแทคยอนเอง อูยองนายนอนห้องนี้นะ”
“แต่นายน้อย ข้าไปนอนกับท่านด้วย เดี๋ยวข้านอนที่พื้นก็ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกอูยอง ยังไงคืนนี้ท่านชานซองก็เป็นคนช่วยข้าไว้ เค้าคงไม่ทำร้ายข้าหรอก แต่ถ้ามีอะไรข้าจะเรียกเจ้านะ” พูดจบจุนโฮก็หมุนตัวออกเดินตามหลังชานซองกลับไปยังห้องพัก
“ส่วนนายก็นอนนี่แหละ ชั้นยกเตียงให้ เดี๋ยวชั้นไปนอนกับจุนซู” นิชคุณเอ่ยปากยกเตียงของตัวเองให้อูยองที่ยืนหน้ามุ่ยทำแก้มป่องด้วยความขัดใจ ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนอนกับจุนซูที่ตอนนี้อีกฝ่ายเงียบเสียงพูด มีแต่เสียงลมหายใจสม่ำเสมอที่แสดงว่าเข้าสู่ห้วงนิทรารมย์ไปเรียบร้อยแล้ว
“เดี๋ยวนายไปนอนเตียงนั้นแล้วกัน ชั้นไปนอนกับแทคยอนเอง เฮ้แทค นอนด้วยดิ” เมื่อกลับมาถึงห้อง ชานซองก็จัดแจงแบ่งเรื่องที่นอนให้กับจุนโฮ ก่อนที่ตัวเองจะเดินไปขอนอนเบียดกับแทคยอน
“เฮ้ย ชาน บอกตรงๆ ไม่ได้รังเกียจนะ แต่แกกับชั้นนอนด้วยกัน เตียงจะหักป่าววะ” แทคยอนที่กำลังจะล้มตัวลงนอนเอ่ยปากถามออกมาพร้อมทำหน้าเหยเก ก็นะ เค้ากับชานซองนี่เรียกว่าน้องยักษ์ได้ นอนด้วยกันเกรงว่าจะต้องจ่ายเงินค่าซ่อมเตียงเพิ่มเนี่ยสิ
“เออ นอนพื้นก็ได้วะ” ชานซองบ่นกระปอดกระแปดไม่จริงจังนัก เพราะจะว่าไปดูจากขนาดเตียงแล้วมันอาจจะหักได้อย่างที่แทคยอนว่าจริงๆ
“เอ่อ ท่านชานซองเดี๋ยวข้าไปนอนที่พื้นเองก็ได้” จุนโฮที่ยืนมองชานซองกำลังจะจัดที่นอนบนพื้นเอ่ยปากขึ้นมา เพราะไม่อยากต้องทำให้ใครมาลำบากเพราะตัวเอง
“ชั้นนอนได้ นายนอนบนเตียงไปเถอะ” พูดจบชานซองก็ทิ้งตัวลงนอนบนพื้นทันที “ปิดไฟให้ด้วยล่ะ”
“นายนอนไม่หลับเหรอ?” ชานซองเอ่ยถามขึ้นมาในความมืด เพราะรู้สึกได้ว่าจุนโฮนอนพลิกไปพลิกมาอยู่พักใหญ่ๆแล้ว
“เอ่อ ข้าทำท่านตื่นเหรอ ขอโทษนะ”
“นายเป็นอะไรรึป่าว”
“ข้าก็แค่ไม่ชินกับที่นอนน่ะ ไม่มีอะไรหรอก ท่านนอนเถอะ ข้าจะพยายามไม่รบกวน”
“นี่ ถามหน่อยสิ วันนี้ทำไมต้องขึ้นไปบนเวทีนั่นด้วย นายเป็นถึงเจ้าชายไม่ใช่เหรอ” ชานซองไม่ได้ตอบอะไรหากแต่ย้อนถามชวนอีกฝ่ายคุยขึ้นมา
“ข้าก็แค่อยากช่วยอูยองหาค่าเดินทางน่ะ ข้าไม่อยากเป็นภาระให้อูยองมากไปกว่านี้ ข้าแค่อยากช่วย พอดีพิธีกรนั่นบอกว่ามีงานให้ทำ ได้เงินดี ข้าก็เลยสนใจ”
“มาแสดงแล้วให้คนอื่นประมูลเนี่ยนะ”
“ตอนแรกข้านึกว่าแค่ขึ้นไปแสดงเฉยๆ ก็เพิ่งรู้ว่ามีการประมูลบนเวทีนั่นแหละ แต่ไปถึงขั้นนั้นแล้วข้าก็ไม่อยากผิดคำพูด”
“เจ้าจะบ้าเหรอ ทำอะไรก็คิดถึงศักดิ์ศรีตัวเองหน่อยเถอะ เห๊อะ แค่ผิดคำพูดกับคนเลวๆน่ะมันไม่เสียหายหรอกนะจำไว้”
“ข้า..ขอโทษ”
“จะมาขอโทษชั้นทำไม ชั้นก็แค่อยากเตือนนายด้วยความหวังดี ถ้าจะขอโทษก็ไปขอโทษอูยองนั่นเถอะ องครักษ์นายคงแทบคลั่งตอนที่รู้ว่านายไปทำอะไรบ้าๆแบบนั้น”
“ข้าจะจำคำสอนของท่านไว้ แต่ทำไมท่านถึงได้ช่วยข้าไว้ล่ะ เงินหนึ่งหมื่นคราวน์นั่นก็ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ หรือเพราะข้าเป็นรัชทายาทจากเดมอน”
“......ไม่รู้สิ นอนเถอะ” นั่นสิ เค้าช่วยเจ้าเด็กนี่ไว้ทำไมกัน ตอนนั้นไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าเด็กนี่เป็นเจ้าชายหรืออะไร อาจเป็นเพราะสีหน้าที่ดูนิ่งติดจะหยิ่ง แต่แววตาที่แสดงถึงความหวาดกลัวที่ฉายออกมาโดยเจ้าตัวไม่รู้ตัวก็เป็นได้
ชานซองผ่อนลมหายใจสม่ำเสมอแสดงว่าหลับสนิทไปแล้ว ส่วนจุนโฮยังคงนอนลืมตาอยู่ในความมืด เด็กหนุ่มเอ่ยขอบคุณคนที่ช่วยเหลือเค้าไว้ออกมาเบาๆ
“ขอบคุณนะท่านชานซอง”
Talk : เอาล่ะสิ ดูท่าว่าจุนซูกับอูยองจะไม่ค่อยถูกชะตากันซักเท่าไหร่ ตอนต่อๆไปอาจมีอะไรให้ปะทะคารมกันมากกว่านี้ก็ได้นะคะ คิคิ
เปิดตัวตัวละครสองคนนี้มาแล้ว น่าจะมีอะไรสนุกๆตามมาอีกแน่ๆเลย
ยังไงก็โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ ^^