[SF-KhunWoo] - TEARDROP IN SUNLIGHT (END)

posted on 12 Mar 2013 16:56 by write-sara in 2PMFanfic

Title : TEARDROP IN SUNLIGHT

Rating : G

Author : Banana-Sherbet

 

 

Chapter 3


เคยมีคนบอกว่าผมเป็นเหมือนดวงอาทิตย์ที่อบอุ่นมันไม่จริงเลยสักนิด ผมเป็นแค่ก้อนเมฆที่ล่องลอยไร้รูปร่างที่ขับเคลื่อนไปได้เพราะกระแสลมเย็นอย่างเขาต่างหาก

 

 

ผมจอดรถเข้าที่จอดรถใต้คอนโด ก้มลงมองนาฬิกาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้อูยองจะหลับไปแล้วหรือยัง เมื่อเช้าบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย  อันที่จริงผมเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับอูยองเหมือนกัน  ผมก้าวขาเข้าไปในลิฟท์กดเลขชั้นที่ต้องการ ใช้เวลาไม่นานก็มายืนอยู่หน้าห้อง ผมไขกุญแจเข้าไป ในห้องมีเพียงแสงไฟสลัวๆที่เปิดทิ้งไว้ให้พอเห็นทาง อูยองคงเข้านอนไปก่อนแล้ว แต่ไม่เป็นไรพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ เดี๋ยวตื่นมาตอนเช้าค่อยคุยกันก็ได้

 


ผมพยายามเปิดปิดประตูเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่เป็นการรบกวนอีกฝ่ายเกินไปนัก แต่ไม่ว่าผมจะพยายามทำให้เบาแค่ไหน เกือบทุกครั้งอูยองก็จะตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะผมอยู่ดี ผมค่อยๆแง้มเปิดประตูห้องนอน อูยองนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง ผมเดินไปนั่งลงข้างๆ เอื้อมมือไปลูบหัวอีกคนหนึ่งเบาๆเพราะเกรงว่าผมจะทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมากลางดึกอีก ผมอูยองนุ่มมากจริงๆ ริมฝีปากแดงเรื่อ พวงแก้มอูมที่น่าทะนุถนอม นายจะรู้มั๊ยนะว่าพี่ต้องอดทนมากแค่ไหนเพื่อไม่แตะต้องนาย ทุกครั้งที่นายเข้ามาใกล้พี่ต้องพยายามหลีกเลี่ยงเพราะพี่กลัวว่าพี่จะรักษาสัญญาตามที่พี่เคยให้กับใครอีกคนบนฟ้าไกลนั้นไม่ได้

 


หนึ่งปีแล้วสินะอูยองตั้งแต่นายย้ายเข้ามาอยู่กับพี่ .... หนึ่งปีแล้วนะจุนโฮ หนึ่งปีแล้วที่นายจากพี่ไป ครบหนึ่งปีตามที่เราเคยคุยกันไว้ นายบอกว่าครบหนึ่งปีเมื่อไหร่นายถึงจะอนุญาตให้พี่มีคนอื่นได้ นายจะไม่โกรธพี่ใช่มั๊ยจุนโฮถ้าพี่จะเปิดใจให้ใครอีกคนเสียที  สายตาผมทอดมองออกไปยังดวงดาวบนฟ้าไกล ความคิดผมล่องลอยกลับไปเมื่อหลายปีก่อน

 

 

 

 

5 ปีก่อน

“ทำไมพี่คุณถึงอยากเป็นแฟนกับผมล่ะ”  ดวงตาเรียวเล็กฉายแววซุกซนอารมณ์ดี


“อยากเป็นแฟนกับใครต้องมีเหตุผลด้วยรึไง  ก็พี่ชอบเรานี่นา” ผมตอบคำถาม พลางเอื้อมมือไปขยี้กลุ่มผมหยักศกนุ่มมือ

 

“ผมคบก็ได้นะ แต่ผมมีเรื่องต้องบอกพี่ก่อนว่าผมคงคบพี่ได้แค่ 3-4 ปีไม่เกินนี้หรอกนะ”

 

“ทำไมล่ะ” เพิ่งขอคบก็เหมือนจะโดนบอกเลิกล่วงหน้าซะแล้ว

 

“ผมไม่สบายน่ะ ….ไม่รู้สิครับ ผมอาจอยู่ได้ถึงแค่วันนี้ พรุ่งนี้ 3 ปี 4 ปี หรือผมอาจจะอยู่กับพี่ตลอดไปผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมเลยอยากบอกให้พี่รู้ไว้ก่อน”

 

ในวันนั้นผมทำแค่ดึงจุนโฮเข้ามากอด  ผมไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปในเวลาแบบนั้น ผมจึงได้แต่กอดจุนโฮเอาไว้เฉยๆ

 

“พี่คุณไม่ต้องเศร้าหรอกครับ พี่รู้มั๊ยว่าทำไมผมถึงตกลงคบกับพี่ทั้งๆที่ผมเหลือเวลาบนโลกนี้อีกไม่มาก”

 

“อืมม ทำไมล่ะ”

 

“เพราะการได้อยู่กับคนที่เรารัก ต่อให้รู้กำหนดแน่นอนของการจากลา ผมก็อยากจะใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดกับคนคนนั้นไงครับ อย่าคิดว่ามัน’แค่’ 3 ปี แต่ให้คิดซะว่าเรามีเวลาอยู่ด้วยกัน ‘ตั้ง’ 3 ปีแหนะ จริงมั๊ยครับ” วันนั้นจุนโฮส่งยิ้มจนตายิบหยีกลับมาให้ นั่นสินะ ไม่ใช่’ แค่’ แต่เป็น ‘ตั้ง’ ต่างหาก

 


หลังจากวันที่เราคบกัน   4 ปีต่อมาอาการป่วยของจุนโฮค่อยๆแย่ลงเรื่อยๆ จนก่อนที่จุนโฮจะจากผมไป เขาขอสัญญากับผมไว้แค่ข้อเดียว คืออย่าเพิ่งคบใครจนกว่าจะครบหนึ่งปี บางคนอาจคิดว่าคำขอของจุนโฮช่างดูเห็นแก่ตัวเหลือเกิน แต่ผมรู้ว่าที่เขาพูดแบบนี้เพราะเขาไม่อยากให้ผมรีบคบใครเพราะความเหงาหรือหาคนมาแทนที่เขา  หนึ่งปีคงนานมากพอที่ผมจะเข้มแข็งขึ้น

 


แม้จะรู้ล่วงหน้า แม้จะทำใจมานานแค่ไหน แต่ในวันที่จุนโฮจากไป ผมรู้สึกเหมือนว่าโลกทั้งใบจะแตกสลาย ผมเป็นเหมือนก้อนเมฆไร้รูปร่างที่ล่องลอยกระจัดกระจายอย่างไร้จุดหมายและไม่รู้ว่าวันใดที่จะสลายหายไปในท้องฟ้า  จนวันหนึ่งที่มีสายลมเย็นพัดผ่านมาโอบกอดก้อนเมฆที่กำลังกระจัดกระจายให้กลับมารวมเป็นกลุ่มก้อนอีกครั้ง อูยองเป็นสายลมเย็นที่เข้ามาโอบกอดผมไว้ในวันนั้น

 


ผมรู้ว่าผมเห็นแก่ตัวที่ยังไม่อยากให้สายลมนั้นคลายอ้อมกอดออก และในขณะเดียวกันผมก็ยังอยากจะรักษาสัญญากับจุนโฮเอาไว้ ผมจึงเหนี่ยวรั้งเขาไว้ด้วยคำพูดและการกระทำของคนเห็นแก่ตัว ทุกครั้งที่อูยองเข้าใกล้ผมอยากจะโอบกอด อยากหอมแก้ม แต่ผมก็ละอายใจกับคำสัญญาที่ให้ไว้กับจุนโฮ ผมจึงต้องพาตัวเองออกห่างอูยอง  ผมไม่กล้าหาญพอที่จะปล่อยเขาไป เพราะถ้าเขาจากไป ก้อมเมฆอย่างผมคงจะต้องแหลกสลายลงไปอีกครั้ง ผมได้แต่หวังว่าอูยองจะอดทนกับคนเห็นแก่ตัวแบบผมได้จนครบหนึ่งปี

 


ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมทำงานอย่างหนักเพื่ออยากจะสร้างความมั่นคงให้อูยอง ผมทำตัวให้ยุ่งเพื่อไม่ให้เผลอใจผิดสัญญาที่ให้ไว้กับจุนโฮมากไปกว่านี้  ทุกเสาร์-อาทิตย์ ผมจะไปหาจุนโฮเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของผมกับอูยองให้ฟัง ถ้าจุนโฮพูดกับผมได้ เขาคงจะต้องดุผมที่ผมทำอะไรใจร้ายขนาดนี้ ผมรู้ว่าผมทำร้ายอูยองขนาดไหน แต่ผมก็ไม่อาจทำลายคำสัญญาของจุนโฮได้เช่นกัน   จุนโฮ พี่เป็นผู้ชายที่แย่มากใช่มั๊ย?


ผมก้มลงหอมแก้มอูยอง แก้มเขานิ่มและหอมมากจริงๆ ผมฝังจมูกอยู่บนแก้มนุ่มนิ่มนั่น ก่อนจะผละออกเพื่อไปอาบน้ำ เตรียมตัวเข้านอน ‘นายรอพี่ก่อนนะอูยอง พรุ่งนี้พี่จะบอกความจริงทุกอย่างให้นายฟัง’

 

 

 

แสงแดดยามเช้าลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาปลุกให้ผมตื่นขึ้น นี่แทบจะเป็นคืนแรกที่ผมหลับสนิทอย่างสบายใจตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ที่นอนด้านข้างผมว่างเปล่า อูยองคงอยู่ข้างนอกและทำอาหารเช้าไว้ให้ผมเหมือนเดิม  ผมลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเดินออกไปด้านนอก คิดว่าวันนี้ผมจะชวนอูยองไปหาจุนโฮด้วยกัน ผมเดินออกมาตรงห้องนั่งเล่น ในห้องว่าง  ผมเดินเข้าไปในครัว มีอาหารเช้าเตรียมไว้ให้พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งว่างอยู่บนโต๊ะ มันเหมือนเป็นสัญญาณร้ายที่บอกผมว่า บางทีอะไรๆอาจจะสายเกินไป

 

 

 

‘ถึง...พี่คุณ .... ดวงอาทิตย์ของผม

ผมขอบคุณสำหรับทุกอย่างตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมานะครับ   ผมไม่รู้ว่าวันนั้นพี่ชวนผมมาอยู่ที่นี่ด้วยทำไม แต่ยังไงก็ขอบคุณที่พี่ทำให้ความฝันเล็กๆของสะเก็ดดาวอย่างผมได้มาอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์อย่างพี่ แม้บางครั้งความร้อนนั้นมันจะแผดเผาผมจนแทบจะแตกสลายก็ตาม ตอนแรกผมคิดว่าผมจะคุยกับพี่ แต่ผมไม่กล้าพอหรอกครับ ผมอ่อนแอเกินกว่าจะเอ่ยปากออกมา เลยต้องเขียนจดหมายไว้แบบนี้ พี่อย่าโกรธผมนะครับ  แล้วพี่ก็อย่าโทษตัวเองด้วย  พี่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่เป็นผมเองต่างหากที่อดทนไม่มากพอ ผมแค่จะกลับไปอยู่ในที่ที่ผมเคยอยู่ พี่คุณต้องดูแลตัวเองนะครับ ผมว่าบางทีมันคงถึงเวลาที่ผมจะกลับไปโคจรในวงโคจรของตัวเองแล้วล่ะครับ  ผมจะรักพี่เสมอนะครับ 

จาก...อูยอง

 

 

 

มันสายไปจริงๆ ผมช้าไปแค่ก้าวเดียวเท่านั้น เมื่อคืนผมน่าจะปลุกอูยองขึ้นมา ผมน่าจะบอกเขา หรืออันที่จริงผมควรจะดูแลเขาให้ดีกว่านี้ตั้งแต่แรก  อูยอง....พี่ไม่ใช่ดวงอาทิตย์แล้วนายก็ไม่ใช่แค่สะเก็ดดาวหรอกนะ   พี่เป็นแค่ก้อนเมฆที่ล่องลอยไร้รูปร่างเท่านั้น นายต่างหากที่ทำให้พี่อยู่มาได้ อูยองถ้าพี่ตามไปขอโทษนายตอนนี้ นายจะยังฟังพี่อยู่มั๊ย พี่จะแก้ตัวทันมั๊ย  อูยองนายอยู่ที่ไหนนะ

 


วันที่จุนโฮจากไป ผมเสียใจที่เขาจากไป แต่อย่างน้อยตลอดเวลาที่ผ่านมาผมกับจุนโฮเราก็มีช่วงเวลาดีๆต่อกันมากมาย แต่กับอูยองผมยังไม่เคยสร้างเวลาดีๆร่วมกับเขาเลยสักนิด วันนี้ก้อนเมฆอย่างผมกำลังจะกระจัดกระจายและสลายไปในท้องฟ้า และครั้งนี้คงไม่มีสายลมเย็นที่ไหนมาโอบกอดผมอีกแล้ว

 


อูยองคงอยู่ที่สถานีรถเพื่อเดินทางกลับปูซาน  เด็กคนนั้นไม่มีเพื่อนสนิทที่ไหน อูยองต้องกลับบ้านแน่ๆ ผมลากขาอันหนักอึ้งของตัวเองไปเข้าห้องเพื่อไปหยิบกุญแจรถ  ผมเฝ้าภาวนาให้ผมไปทัน จุนโฮถ้าพี่ขอให้นายช่วยเปลี่ยนใจอูยองนายจะช่วยพี่มั๊ย 

 


ผมวิ่งออกมารอลิฟท์ วันนี้ลิฟท์ดูจะขึ้นมาช้ากว่าเคย หรือใจผมมันไวกว่าก็ไม่รู้ได้   พอถึงที่รถผมรีบขับออกไปที่สถานีรถทุกแห่งเท่าที่จะคิดออก ผมถามหาจากเจ้าหน้าที่แต่ก็ไม่มีใครเห็นอูยองเลยสักคน มันสายไปจริงใช่มั๊ย  พระเจ้าครับผมรู้ตัวว่าผมเป็นผู้ชายที่แย่มาก แต่ขอร้องล่ะครับได้โปรดให้โอกาสผมได้ดูแลอูยองได้มั๊ยครับ  จุนโฮนายอย่าเอาแต่หัวเราะเยาะพี่นะ นายต้องช่วยพี่สิ

 

 


ตั้งแต่เช้าจรดเย็นผมตระเวนหาไปทุกที่เท่าที่จะคิดออก ผมยังเฝ้าหวังว่าอูยองจะยังไม่ออกไปจากโซล เพราะเท่าที่ถามจากเจ้าหน้าที่ขายตั๋ว ยังไม่มีใครเห็นอูยองมาซื้อตั๋วซักคน ผมได้แต่หวังว่าอูยองจะเปลี่ยนใจกลับมา ผมหวังโง่ๆว่าถ้าผมกลับไปบ้านและเปิดประตูเข้าไปอูยองจะยังอยู่และทำอาหารเย็นไว้รอผมเหมือนเคย

 

 

ผมพาตัวเองกลับมาที่ห้องตอนเกือบเที่ยงคืน มีแสงไฟลอดออกมาจากในห้อง ผมคงรีบจนลืมปิดไฟ  ผมไขกุญแจเข้าไป พอประตูห้องเปิด ใครคนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืนอยู่ตรงโซฟา  คนคนนั้นยืนก้มหน้านิ่งๆ สองมือบีบกันไปมา ไวเท่าความคิดผมรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดไว้เพราะกลัวว่าถ้าช้ากว่านั้นอีกเพียงเสี้ยววินาที คนตรงหน้านี้จะหายไปอีก

 


“อูยอง นายไปไหนมา ” น้ำตาผมรื้นที่ขอบตา หัวใจผมเต้นรัว


“ผม  ฮึก  ผม.. พี่คุณครับ ผม..ผมขออยู่ที่นี่ต่อนะครับ ผมทำไม่ได้   ฮึกๆ   ผมไปจากพี่ไม่ได้จริงๆ ฮึกๆ” เสียงพูดปนสะอื้นอู้อี้จนแทบจะจับใจความไม่ได้ เพราะคนพูด พูดไปร้องไห้ไปอย่างห้ามไม่อยู่


“ต่อให้นายอยากจะไป พี่ก็จะไม่ยอมให้นายไปไหนอีกแล้ว  สัญญากับพี่นะว่านายจะไม่หนีพี่ไปไหนอีก พี่ขอโทษ ให้โอกาสพี่แก้ตัวนะอูยอง เรามาเริ่มกันใหม่นะ”  ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น


“พี่ขอโทษนะอูยอง พี่ขอโทษที่พี่ใจร้าย  แต่อูยองอย่าเกลียดพี่ อย่าหนีพี่ไปไหนอีกนะ พี่สัญญา พี่สัญญาว่าจากนี้พี่จะดูแลอูยองให้ดีกว่าที่ผ่านๆมา อย่าทำแบบนี้เลยนะ พี่รักอูยองนะ”


“พะ พี่คุณฮะ พี่พูดจริงๆเหรอฮะ  ฮึก  พี่รักผมจริงๆเหรอครับ ผมไม่ได้ฝันไปใช่มั๊ยครับ ฮืออ”  อูยองกอดผมแน่น อ้อมกอดที่เราต่างโหยหาซึ่งกันและกัน  ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น การได้กอดคนที่เรารักมันรู้สึกดีจริงๆ  ผมไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ


พระเจ้าครับขอบคุณนะครับที่ท่านไม่ทอดทิ้งผม จุนโฮขอบคุณนะ นายช่วยพี่อยู่ด้วยใช่มั๊ย นายไม่อยากเห็นพี่เหงาใช่มั๊ย


“อูยอง  ขอบคุณนะ ขอบคุณที่นายไม่ทิ้งพี่ไป ขอบคุณจริงๆ”   

 

 

END.

 

 

 

Talk : จริงๆอยากให้ดราม่ากว่านี้ แต่ดูท่าว่าจะยาวเกินไป ฮ่าๆ เพราะกะว่าจะให้มีแค่ 3 ตอน

แถมถ้าให้จบแบบไม่สมหวัง คาดว่าคอมฯไรท์เตอร์จะต้องโดนเขวี้ยงทิ้งแน่ๆ ฮ่าๆๆ

ไม่รู้ว่าอ่านแล้วจะแปลกๆ หรือไม่สมูธตรงไหนบ้างมั๊ย คอมเม้นท์ติชมกันได้นะคะ

ยินดีเอาไปปรับปรุงค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

เย้ๆๆๆๆ  นึกว่าจะจบไม่สวยซะแล้ววว
โลกสวยด้วยมือไรเตอร์นะ  ห้าห้า
นึกว่าพี่คุณไม่รักด้งซะแล้ววว  โล่งใจๆๆๆ
ชอบเรื่องนี้อ่าาา  ชอบภาษาเขียนของไรเตอร์มากก
เปรียบเทียบซะเห็นภาพเลย  ดวงอาทิตย์กับดวงดาว

#4 By kw on 2013-07-09 02:52

ตอนแรกแอบลุ้นให้จบไม่สวย ให้อูยองเดินจากไป คงจะดราม่าน้ำตาแตกดีไม่น้อย เพราะที่ผ่านมาคุณไม่เคยใส่ใจดูแลน้องเลยถึงแม้จะรักน้องมาตลอดก็เถอะ(รีดซาดิสอยากเห็นคุณเจ็บปวด) แต่ให้จบแบบแฮปปี้ก็โออยู่นะ แฮปปี้ทั้งสองฝ่าย
@khunhomie  ไรท์ไปคอนแน่นอนจ๊าาาา หวังว่าคงได้เจอกันน้าาาา
ส่วนความหวานที่ขอไว้ เอาไว้ไรท์จะจัดให้นะคะ ฮ่าๆ สารภาพเลยว่าเขียน KW เป็นเรื่องแรกของเรา ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ ><

#2 By 2PM FanFic on 2013-03-14 09:28

เอ่อ..ไรท์คะ อ่านมาตั้งแต่ต้นมันอินมากอ่ะ  เราชอบนะดราม่าแบบเนี้ย  ภาษาที่ใช้ก็ดีอยู่แล้วนะคะ  แต่เสียดายนิดเดียวอยากให้เค้าสองคนบอกรักกันให้รีดชื่นใจมากกว่านี้หน่อยน่ะค่ะ  เรื่องหน้าขอหวานๆ ได้ป่าวน้าาาาาา  เจอกันที่คอนนะ  ไรท์ไปป่าวเอ่ย  

#1 By KhunHomie on 2013-03-13 21:19