[SF-KhunWoo] - TEARDROP IN SUNLIGHT (1/?)

posted on 17 Feb 2013 00:04 by write-sara in 2PMFanfic

Title : TEARDROP IN SUNLIGHT

Rating : G

Author : Banana-Sherbet


เคยมีคนบอกผมว่า “บางครั้งการรักใครสักคนก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับจังหวะและเวลาว่าเราอยู่ถูกจังหวะถูกเวลาหรือเปล่า” ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ผมคงผิดทั้งจังหวะและเวลาในการหลงรักคนคนนี้

 

“พี่คุณครับ ทานข้าวเช้ากันก่อนนะ”  ผมเอ่ยปากเรียกเมื่อเดินออกมาจากห้องครัว แล้วเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังใส่รองเท้าเตรียมตัวออกจากบ้านไปทำงาน

“อูยองกินเถอะ พี่รีบ”

พูดจบพี่คุณก็หมุนตัวเดินออกไปโดยไม่สนใจจะหยุดฟังต่อสักนิด พี่คุณจะจำได้มั๊ยว่าวันนี้เป็นวันเกิดของผม ผมที่ยืนอยู่ตรงนี้ ผมที่มีตัวตนอย่างเลือนลางสำหรับพี่คุณ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผมก็เป็นได้เพียงเงาจางๆสำหรับพี่คุณ บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่าฝุ่นละอองที่ลอยอยู่ในบ้าน เวลาสะท้อนกับแสงแดดยังมองเห็นได้ชัดกว่าผมเสียด้วยซ้ำ  นั่นสินะ พี่คุณไม่เคยมองเห็นหรือต่อให้มองเห็นพี่คุณก็คงไม่อยากจะมอง


4 ปีที่ผมแอบรักข้างเดียว ผมเคยคิดฝันว่าถ้าเราคบกันมันจะต้องเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากๆ  ผมจะทำให้ทุกๆวันของเราสองคนมีเป็นวันที่มีความหมาย   แต่ 1 ปีที่เราอยู่ด้วยกัน ทุกนาทีมันเต็มไปด้วยความอึดอัด เหมือนผมจะมีพี่คุณแต่ผมก็ไม่มี อ้อมกอดพี่คุณไม่เคยมีไว้เพื่อผม และหัวใจของพี่คุณไม่เคยมีที่ว่างพอสำหรับคนอย่างผม


ถ้าพี่คุณเป็นพระอาทิตย์ที่ส่องแสงเจิดจรัส ผมคงเป็นแค่ดาวดวงเล็กๆที่ล่องลอยไปมาในระบบสุริยจักรวาล ดาวที่พยายามเข้าใกล้พระอาทิตย์  ทั้งที่รู้ว่าพระอาทิตย์จะไม่มีวันหันมาเหลียวมอง และเมื่อใกล้เกินไปดาวดวงนั้นก็อาจถูกความร้อนแผดเผาจนสูญสลายไปตลอดกาล แต่ผมอาจจะเป็นดวงดาวที่ดื้อดึงที่สุดเท่าที่ระบบสุริยจักรวาลเคยมีมาก็เป็นได้


4 ปีที่แอบรักพี่คุณ ผมไม่เคยพยายามทำอะไร เพราะรู้ดีว่าพี่คุณมีคนข้างกายข้างใจ ผมจึงทำได้เพียงเฝ้ามองพระอาทิตย์ของผมสาดแสงอันอบอุ่นโอบคลุมรอยยิ้มของคนคนนั้น  4 ปีที่ผมเฝ้ามองรอยยิ้มที่ไม่เคยเป็นของผม 4ปีที่ผมเฝ้าฝันถึงอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น 4ปีที่ผมทำเพียงเฝ้ามองพระอาทิตย์จากขอบของระบบสุริยจักรวาล โดยไม่เคยแม้แต่จะพยายามโคจรเข้าไปใกล้พระอาทิตย์ให้มากกว่าที่เป็นอยู่


จนวันหนึ่งที่ผมได้รู้ว่าพระอาทิตย์ของผมกำลังเดียวดายจากการสูญเสียคนรัก พอรู้ข่าวผมออกตามหาเค้าจนทั่วมหาวิทยาลัย เคยมีคนบอกผมว่า ถ้าเรารักใครเราจะมองเห็นเค้าได้ชัดที่สุดแม้ว่าเค้าจะอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่มากมายขนาดไหน ยิ่งพระอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างจ้าขนาดนั้น ไม่ว่าเค้าจะอยู่ตรงไหนผมก็จะต้องเจอเค้าได้อย่างง่ายดายแน่นอน ผมไปทุกที่ที่คิดว่าเค้าจะไป และสุดท้ายผมก็พบพระอาทิตย์ของผมที่ริมสระน้ำหลังมหาวิทยาลัย


พระอาทิตย์ที่เคยเจิดจ้าของผมกำลังหม่นหมอง แสงสว่างที่ผมเคยมองเห็นถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกแห่งความเศร้า ผมก้าวขาที่หนักอึ้งของตัวเองเดินเข้าไปใกล้ๆกับพระอาทิตย์ และนั่งลงที่เก้าอี้ตัวเดียวกัน  ผมเขยิบเข้าไปใกล้ และเพียงแค่ผมวางฝ่ามือลงบนไหล่พระอาทิตย์ของผมก็สั่นไปด้วยแรงสะอื้น หยดน้ำใสๆไหลอาบสองแก้ม คงเป็นเพราะน้ำเหล่านี้สินะพระอาทิตย์ของผมถึงได้ลดความเจิดจ้าและร้อนแรงลงไปได้มากมายขนาดนี้


ผมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปโอบกอดพระอาทิตย์เอาไว้ ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงกลายเป็นเศษธุลีเพราะความร้อนของพระอาทิตย์ แต่วันนั้นเพราะเมฆหมอกแห่งความเศร้าดวงดาวเล็กๆอย่างผมจึงยังไม่สูญสลาย พระอาทิตย์ของผมในวันนั้นช่างส่องแสงเบาบางจนเหมือนจะแตกดับลงไปได้ทุกเมื่อ


หลังจากวันนั้นทุกๆวันผมจะไปที่ริมสระน้ำหลังมหาวิทยาลัย ผมทำได้เพียงนั่งอยู่ข้างๆ จับมืออันสั่นเทาและโอบไหล่อันสั่นไหว แต่ผมรู้ว่าพระอาทิตย์ก็ยังคงไม่รับรู้อยู่ดีว่ามีผมอยู่ตรงนั้น ผมยังคงเป็นเพียงดาวดวงเล็กๆที่ไม่มีความหมาย หรืออาจเป็นเพียงฝุ่นละอองอันบางเบาที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่เท่านั้น


เป็นเวลากว่าสองเดือนที่ผมทำแบบนั้น วันนึงผมเดินไปที่ริมสระน้ำเหมือนเคยแต่กลับไม่พบกับพระอาทิตย์ของผม หรือว่าเค้าจะเข้มแข็งขึ้นกันแล้วนะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆผมจะดีใจมาก ผมอมยิ้มน้อยๆให้กับตัวเองและคิดว่าคงหมดหน้าที่ของผมแล้ว แต่พอผมลุกขึ้นและกำลังจะเดินกลับไปยังที่ที่ผมเคยอยู่ ผมก็พบกับพระอาทิตย์ที่เดินตรงเข้ามาหาดาวดวงเล็กๆอย่างผม


“นายชื่ออะไร” นั่นคือคำแรกที่เราได้พูดกันตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา


“อูยองครับ” ผมอมยิ้มน้อยๆให้คนตรงหน้า พระอาทิตย์ตรงหน้าผม แม้จะยังไม่เจิดจ้าเท่าเดิม แต่เมฆหมอกที่เคยปกคลุมก็ดูเบาบางลงไปเยอะแล้ว พระอาทิตย์ของผมเข้มแข็งขึ้นแล้วจริงๆ


“นายชอบชั้นเหรอ” จู่ๆคำถามนี้ก็หลุดออกจากปากของคนตรงหน้า  ในเมื่อมันไม่มีอะไรจะต้องปิดบังเพราะมันก็เป็นความจริงที่ผมไม่อาจปฎิเสธได้ ผมจึงไม่คิดจะหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามนี้อีกต่อไป


“ครับ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ คุณดูเข้มแข็งขึ้นมากแล้ว ผมจะไม่มากวนคุณอีก ผมไปก่อนนะครับ” ผมยิ้มให้คนตรงหน้าและกำลังจะเดิน กลับไปสู่วงโคจรวงเดิมของผม แต่เสียงที่เปล่งออกมาจากพระอาทิตย์ก็กลับก้องกังวานออกมาก่อนที่ผมจะหลุดพ้นวงโคจรออกไป


“นายอยากเป็นแฟนชั้นเหรอ” ผมชะงักเท้าและหันกลับไปมองว่าสิ่งที่เค้าพูดออกมาว่านั่นเป็น เพียงแค่คำพูดเล่นหรือว่ามันคือความจริงกันแน่ ผมพยายามมองฝ่าความเจิดจ้าเข้าไปในดวงตาของคนตรงหน้าแต่ไม่รู้ว่าเพราะแสงของอาทิตย์ร้อนแรงเกินไปจนผมไม่อาจค้นหาคำตอบ หรือเพราะผมมีคำตอบให้กับคำถามนี้มานานกว่า 4 ปีแล้วก็เป็นได้ สิ่งที่ผมทำในวันนั้นคือการพยักหน้าเบาๆให้กับคำถามที่ตรงไปตรงมานั้น


“ถ้างั้นจากวันนี้ไป นายเป็นแฟนชั้นแล้วนะ นายชื่ออูยองใช่มั๊ย  ชั้นชื่อนิชคุณ ยินดีที่ได้รู้จัก”


สิ่งที่ผมเฝ้ารอเฝ้ามองมาตลอด 4ปี พร้อมๆกับความหวังอันริบหรี่และเลือนราง วันนี้สิ่งที่ผมเคยคิดฝัน มันมาลอยอยู่ตรงหน้า หากผมไม่คว้ามันเอาไว้ ผมจะรู้สึกเสียดายมั๊ยนะ แต่ก็นั่นแหละ เพราะผมไม่สามารถปฎิเสธความรู้สึกและความต้องการของตัวเองได้  ดังนั้นสิ่งที่ผมทำก็คือการพาตัวเองเข้าไปอยู่ใกล้ๆกับดวงอาทิตย์ พาตัวเองเข้าไปสู่วงโคจรเดียวกัน แม้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมจะต้องแตกสลายเพราะความร้อนแรงนั้น

 


 

 

TBC.

 

 


 

Writer talk : ฟิคคุณวูเรื่องแรกในชีวิต เหตุเกิดเพราะฟังเพลงเพลงนึงแล้วรู้สึกอยากแต่งฟิคมากๆ

และคู่ที่ผุดขึ้นมาในหัวก็คือคู่นี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แนะนำติชมได้นะคะ ^^

ปล.ยังไม่ลืมอัศวินนะ กำลังแต่งอยู่ เดี๋ยวฤกษ์งามยามดีจะเอาตอนหน้ามาลงนะคะ

ขอบคุณคนอ่านทุกท่านค่าาา

Comment

Comment:

Tweet

ทำไมพี่คุณทำแบบนี้อ่าาา  ไม่สนใจด้งเลยอ่าา
สงสารเด็กด้งของฉันจังเลย  โอ๋ๆๆๆๆๆ
ไม่สนใจกันแล้วจะคบกันทำไมอ่าาา
จับพีุ่คุณตีๆๆๆๆ  เช้อะๆ tongue

#5 By kw on 2013-07-09 02:37

แลดูต้องเตรียมผ้าเช็ดน้ำตาเอาไว้นะเนี้ย...
เอ็นดูด้งจัง...แม้ว่าจะถูกเผาก็ยอม

#4 By DWY (103.7.57.18|171.5.0.186) on 2013-02-17 22:08

ต้องเตรียมทิชชู่เวลาอ่านด้วยรึเปล่าน๊า
เริ่มมาก็มีแววว่ามันจะเศร้า สงสารอูด้งล่วงหน้าเลย

#3 By khundong (103.7.57.18|124.120.168.155) on 2013-02-17 14:43

จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา
น่าสงสารจัง

#2 By Khun.K (103.7.57.18|125.24.124.50) on 2013-02-17 14:33

แค่ตอนแรกก็ส่อแววต้องเปลืองกระดาษทิชชู่แล้วค่ะ ตอนต่อไปคงปวดใจมากกว่านี้แน่ๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ