[Fiction-2PM] The Knights of Athens 6/?

posted on 16 Aug 2012 10:30 by write-sara in 2PMFanfic

Chapter 6

แก๊ง แก๊ง แก๊ง…

ระฆังประจำเมืองตีบอกเวลาตีห้า เสียงระฆังปลุกให้ผู้ที่อยู่ในห้วงนิทรารมย์ลืมตาขึ้นรับแสงสีส้มที่เริ่มทาทับขอบฟ้าทางฝั่งตะวันออก ฝูกนกกาเริ่มออกโบยบินหากินจากรวงรัง ด้านนอกโรงแรมเริ่มมีเสียงการเคลื่อนไหวของผู้คน ชาวบ้านร้านตลาดกำลังเริ่มต้นวันใหม่ของตนเอง

ชานซองลุกขึ้นมาจัดการธุระส่วนตัว ก่อนจะเดินมาปลุกเพื่อนร่วมห้องอย่างแทคยอน ส่วนผู้ร่วมทางคนใหม่อย่างจุนโฮดูเหมือนว่าจะยังคงจมลึกอยู่ในความฝัน คิ้วเรียวขมวดมุ่น ….เจ้าเด็กนี่คงจะกำลังฝันร้ายสินะ เมื่อคืนกว่าจะหลับก็ปาไปใกล้สว่าง เพราะเจ้าเด็กนี่เอาแต่นอนพลิกไพลิกมาส่งเสียงทำให้ตัวเค้าเองก็พลอยนอนไม่หลับไปด้วยซะอย่างงั้น ป่านนี้ไม่รู้ว่าห้องนู้นจะเป็นยังไงบ้าง หวังว่าเจ้าเด็กผมเทาคงไม่ลุกมาฆ่าปาดคอจุนซูกลางดึกหรอกนะ

“อ๊ากกกกกส์..........”

ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงจุนซูร้องโวยวายลั่นมาจากห้องข้างๆ ไวเท่าความคิดชานซองรีบพุ่งตัวไปที่ห้องข้างๆทันที โดยมีจุนโฮและแทคยอนที่สะดุ้งตกใจกับเสียงร้องนั้นวิ่งตามหลังมา นิชคุณเองก็รีบเปิดประตูออกมาจากห้องน้ำเช่นกัน ภาพที่พวกเค้าเห็นคือ....เอ่อ..จะบอกว่ายังไงดีล่ะ...ภาพที่เห็นคือจุนซูโดนเจ้าเด็กผมเทานั่นนอนกอด เอ่อ ก่ายด้วย เอาเป็นว่า ทั้งกอดและก่าย คล้ายๆว่าจุนซูจะโดนปลาหมึกพันยังไงอย่างงั้น แถมดูว่าเจ้าเด็กนั่นจะไม่ยอมตื่นขึ้นมาง่ายๆ เพราะขนาดจุนซูทั้งโวยวายทั้งผลักทั้งดัน แต่เจ้านั่นก็เกาะเป็นปลิงดีๆนี่เอง เสียงดังขนาดนี้ยังไม่ตื่น ไอ้เด็กนี่มันไปอดหลับอดนอนมาจากไหนกันนะ

พอหันมาเห็นว่าเพื่อนๆตัวเองมายืนออกันอยู่ที่หน้าประตูห้องจุนซูก็รีบขอความช่วยเหลือทันที “ชานซอง นายมาช่วยแกะไอ่ปลิงผมเทานี่ออกจากตัวชั้นที หนักจะตายอยู่แล้ว ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น แถมแกะมือไม่ออกอีก นี่มันตัวอะไรวะ”

“ฮ่าๆๆๆ ...ฮ่าๆๆๆ” สิ้นคำบ่นของจุนซู เสียงหัวเราะสามเสียงก็ดังขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนิชคุณ ชานซองและแทคยอนไม่มีทีท่าจะเข้ามาช่วยเพื่อนรักแกะเจ้าปลิงผมเทานั่นออกแต่อย่างใด สุดท้ายคนที่เข้ามาช่วยกลับเป็นจุนโฮเสียเอง

จุนโฮเดินเข้ามาพร้อมเอาถอนผมตัวเองออกมาหนึ่งเส้น ก่อนจะเอาเส้นผมไปปั่นที่หูของคนผมเทา เจ้าปลิงยักษ์ผมเทาเริ่มขยับกระดุ๊กกระดิ๊กก่อนจะค่อยๆคลายอ้อมกอด และลุกขึ้นมามองหน้าทุกคนอย่างงงๆ

“มาทำอะไรกันแต่เช้า ฮ๊าววว” เด็กผมเทา ปิดปากหาวพร้อมบิดขี้เกียจ พอหันมาเห็นคนที่นั่งอยู่บนเตียงของตัวเองก็ส่งเสียงโวยวายทันที “เฮ้ย!! ตาแก่โรคจิต นี่ นี่ นี่ นายมาอยู่บนเตียงชั้นได้ยังไงห๊า”  พูดจบเจ้าตัวก็กระโดดผลุงออกไปยืนข้างเตียงด้วยท่าทีไม่ไว้วางใจจุนซูแบบสุดๆ

ตอนนี้ทุกสายตากลับไปจ้องอยู่ที่จุนซูเป็นเป้าเดียวกัน นั่นสิ จุนซูไปอยู่บนเตียงอูยองได้ยังไง ทั้งที่เมื่อคืนจุนซูนอนอีกเตียงนึงชัดๆ

พอเห็นสายตาของทุกคนที่มองมา จุนซูก็รีบโวยวายขึ้นมาทันที “เฮ้ยๆ ก็จริงอยู่ที่ชั้นมานอนเตียงไอ่เด็กนี่ แต่มันเป็นเพราะเมื่อคืนชั้นลุกมาเข้าห้องน้ำ เดินออกมาเจอเตียงก็ล้มตัวลงนอนๆไปเพราะง่วงมาก ก็แค่นั้นเองเว้ย แต่ชั้นไม่ได้ทำอะไรเจ้านี่ซักกะหน่อย มีแต่ไอ่เด็กปลิงเนี่ยมานอนกอดก่ายชั้นไม่ยอมปล่อย เมื่อกี๊พวกนายก็เห็นนี่หว่า ใช่มั๊ยนิชคุณ” พูดจบเจ้าตัวก็หันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมห้องอีกคนนึง  ซึ่งอีกฝ่ายไม่ได้ตอบเพียงแต่ทำหน้าเอือมระอาก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องน้ำ

“ข้าขอโทษแทนอูยองด้วยนะครับท่านจุนซู อูยองติดหมอนข้างมาแต่ไหนแต่ไร และถ้าจะปลุกอูยองต้องมีวิธีน่ะครับ ใช้เสียงไม่ได้ผลหรอกครับ” ตอนนี้เป็นจุนโฮที่เอ่ยปากขอโทษจุนซูแทนองครักษ์ของตัวเอง

“นายน้อย!!!”  ตอนนี้หน้าอูยองแดงไปถึงใบหูไม่รู้เพราะว่าโกรธจุนซู หรือว่าเพราะโดนนายน้อยของตัวเองเอาความลับมาขายกันแน่

“ฮ่าๆๆ พวกนายนี่ตลกดีจัง การเดินทางคราวนี้ต้องสนุกขึ้นอีกเป็นกองแน่ๆ  ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วก็แยกย้ายกันเถอะ ... จุนซูนายก็เลิกค้อนอูยองได้แล้วน่า ถือซะว่าหายกัน ไปๆๆ เตรียมออกเดินทาง” พูดจบแทคยอนก็หันหลังเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองโดยมีชานซองเดินตามกลับไป  ส่วนจุนโฮหันมาก้มหัวเล็กน้อยให้จุนซูก่อนจะเดินตามอีกสองคนกลับไปที่ห้องพักของตน พอทุกคนออกไปจากห้องจนเหลือกันแค่สองคน จุนซูกับอูยอง ต่างก็สะบัดหน้าหนีกันไปคนละทาง และแยกย้ายเตรียมจัดการกับสัมภาระของตนเอง โดยไม่วายบ่นงึมงำถึงอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

 

หลังจากที่ทั้งหกคนเก็บสัมภาระของตนเองเรียบร้อย ก็ลงมารวมตัวทานอาหารเช้าที่ด้านล่างโรงแรม จุนซูกับอูยองยังคงนั่งห่างกันคนละมุมโต๊ะ พลางส่งค้อนตอกใส่กันคนละทีอย่างไม่มีใครยอมใคร จนชานซองที่นั่งมองอยู่นานอดรนทนไม่ไหวเอ่ยปากออกมาอย่างรำคาญ

“นี่ นายสองคนจะจ้องกันอีกนานมั๊ย จะให้ท้องเลยมั๊ยวะ อย่าตีกันนักเลยน่า จุนซูนายก็โตแล้วจะมาทะเลาะกับเด็กทำไมเนี่ย”

“ข้าอายุ 18 แล้ว ไม่ใช่เด็กนะ” อูยองพอได้ยินชานซองบอกว่าตัวเองเป็นเด็กก็รีบแย้งขึ้นอย่างไม่ยอมรับ

จุนโฮที่นั่งฟังอยู่รีบกระตุกแขนเสื้อองครักษ์คนสนิทก่อนที่จะรีบออกปากห้าม “นั่นสิอูยอง เรายังต้องเดินทางกับพวกของท่านจุนซูอีกนานนะ” ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้อูยองนั่งหน้ามุ่ยกอดอกอมลมแทนข้าวเช้าไปเรียบร้อย

“เออๆๆ ชั้นจะไม่ทะเลาะกับไอ่หนูนี่อีกก็ได้ เช๊อะ รีบๆกินกันเถอะ หนทางยังอีกยาวไกล ชิ” จุนซูเอ่ยรับปากตัดรำคาญ ก่อนจะรีบบอกให้ทุกคนรีบจัดการกับอาหารเช้าตรงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมที่ออกเดินทาง

“เมืองต่อไปคือเมืองเพิร์ลใช่มั๊ยจุนซู ที่นั่นมีอะไรที่เราควรเตรียมตัวตั้งรับ หรือควรรู้บ้างไหม” นิชคุณที่เห็นว่าสถานการณ์ในโต๊ะอาหารกลับสู่ความสงบ จึงเริ่มเอ่ยปากถามอย่างเป็นงานเป็นการขึ้นมา

จุนซูที่กำลังจัดการกับอาหารเช้าตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามเพื่อนรักด้วยเสียงอู้อี้เพราะอาหารเต็มปาก “อิงๆ อ้อ ไอ้ อ้าย อี อะ ไอ อ้าก แอ้ อาง อ่าน แอ่ อ้า....”

“พอๆๆ นายพูดอะไรของนายวะ กลืนก่อนค่อยพูดได้มั๊ยเนี่ย” แทคยอนที่พยายามฟังว่าเพื่อนพูดว่าอะไรถึงกับอดรนทนไม่ไหวรีบห้ามให้เพื่อนเลิกพูดทั้งที่อาหารเต็มปาก

จุนซูเลยกลืนอาหารรลงคอก่อนจะบอกใหม่อีกรอบ “จริงๆเมืองนี้ก็เป็นแค่เมืองผ่านธรรมดาๆเนี่ยแหละ แต่ว่าจะเจริญมากเพราะว่ามีชายแดนด้านที่ติดกับมหาสมุทร ทำให้การเดินทางค้าขายกับทวีปอื่นทำได้ดี แล้วก็เห็นเค้าว่ากันว่าเจ้าชายของเมืองนี้หัวการค้ามาก ทำให้เมืองเล็กๆนี่ร่ำรวยขึ้นผิดหูผิดตาในเวลาอันรวดเร็ว อ้อ แต่จากนี่ไปเพิร์ลระยะทางไกลพอสมควร ดังนั้นเราอาจต้องพักค้างคืนกลางทางก่อนสักคืนนะ”  อธิบายรวดเดียวจนจบก่อนจะกลับไปก้มหน้าจัดการกับอาหารเช้าของตนจนหมด 

“อ๊าาาาาาาา อิ่มแล้ว พวกนายพร้อมรึยัง”

 

หลังจากที่ทั้งหกคนจัดการกับอาหารเช้า และตระเตรียมเสบียงสำหรับกินระหว่างทางเรียบร้อย ก็ออกไปตระเตรียมม้าสำหรับออกเดินทาง ขณะที่กำลังจะกระโดดขึ้นหลังม้านิชคุณก็เอ่ยปากทักขึ้นมาเนื่องจากพวกเขามีผู้ร่วมทางเพิ่มขึ้นมาอีก 2 คน แต่ว่ามีม้าแค่ 4 ตัว “แล้วเด็กสองคนนี้จะนั่งไปกับใคร”

“เออ จริงด้วยสิ” แทคยอนพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าจุนซูกับนิชคุณ แต่กลับถูกจุนซูถลึงตาใส่ก่อนจะกระโดนขึ้นหลังม้าหน้าตาเฉยๆ แสดงทีท่าไม่สนใจใยดีอะไรทั้งสิ้น และอย่าหวังว่าจะมาฝากเด็กคนไหนไว้กับเค้าเด็ดขาด

“เอางี๊สิ ให้อูยองไปกับนิชคุณ ส่วนจุนโฮนายมากับชั้นก็ได้” ชานซองเสนอความคิดขึ้นมาก่อนจะหันกลับไปจัดสัมภาระบนหลังม้าของตัวเองต่อ

 “เอางั้นก็ได้ งั้นจุนโฮนายไปกับชานซองนะ ส่วนอูยองนายไปกับนิชคุณแล้วกัน นิชคุณเอาสัมภาระนายมาไว้ที่ชั้น ส่วนชานซองนายเอาของนายไปไว้ที่จุนซูก็แล้วกัน” หลังแทคยอนพูดจบ ก็เดินไปรับสัมภาระมาจากนิชคุณมาไว้ที่ม้าของตนเอง

ส่วนอูยองที่ยังยืนอมลมอยู่ก็ทำท่ากระฟัดกระเฟียดเดินไปหานิชคุณอย่างเสียไม่ได้ ‘ทำไงได้ เค้ามันคนไม่มีทางเลือก’ พออูยองพาตัวเองขึ้นไปนั่งบนหลังม้าได้ นิชคุณก็กระโดดขึ้นไปนั่งซ้อนที่ด้านหลัง พอเอื้อมมือไปจับบังเหียน เลยกลายเป็นว่าอูยองเหมือนตกอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่ายไปโดยปริยาย  แก้มที่พองลมอยู่แล้วก็ยิ่งป่องมากขึ้นไปอีกแต่ก็ไม่ได้ออกปากโวยวายอะไรให้มากความ เพราะไม่อยากให้นายน้อยของตัวเองไม่สบายใจหรอกนะ  ‘อย่างน้อยก็ดีกว่านั่งกับตาลุงจุนซูนั่นล่ะนะ’

ส่วนจุนโฮที่ดูจะว่าง่ายที่สุดในคณะเดินทางครั้งนี้ เดินไปหาชานซอง แต่ด้วยท่าทางเก้ๆกังๆตอนจะกระโดดขึ้นหลังม้า ทำให้คนที่ตัวโตกว่าอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปประคองเอวอีกฝ่ายช่วยส่งให้ขึ้นไปนั่งบนหลังม้าได้ง่ายขึ้น จากนั้นตัวเองก็กระโดดขึ้นไปนั่งซ้อนด้านหลังด้วยท่วงท่าสง่างาม

หลังจากเห็นว่าทุกคนพร้อมออกเดินทางแล้ว ม้าทั้ง 4 ตัวก็ออกเหยาะย่างเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองเพิร์ล

 

หลังจากออกเดินทางมาได้ประมาณครึ่งวัน เสียงพูดคุยซักถามก็ค่อยๆเบาลงเรื่อยๆ ตอนนี้เด็กน้อยสองคนที่อยู่ในอ้อมกอดของนิชคุณและชานซอง หลับคอพับคออ่อนไปเรียบร้อย

จุนโฮที่คงเป็นเพราะเมื่อคืนไม่ได้นอนพักเท่าที่ควร ตอนนี้หลับสนิทพิงไปกับอกแกร่งของคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง กลิ่นกายอ่อนๆของเจ้าตัวลอยมากระทบกับจมูกของชานซอง เรียกรอยยิ้มให้แต้มที่ใบหน้าของคนที่ปกติจะดีแต่ตีหน้านิ่ง อย่างที่เจ้าตัวคงพยายามรักษามาดของอัศวินเอาไว้ให้คนทั่วไปพบเห็น

ทางด้านของอูยองกับนิชคุณที่ก่อนหน้านี้เหมือนกับว่าจะมีแต่ความเงียบ และบรรยากาศอึมครึม แต่อยู่ดีๆอูยองก็กลายร่างเป็นเด็กช่างซักช่างถาม ทำตัวน่ารักขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ สาเหตุง่ายๆอาจเป็นเพราะประโยคเรียบๆที่นิชคุณเอ่ยปากชมว่า อูยองเก่งที่พาจุนโฮมาหลบหนีมาได้ไกลขนาดนี้ หลังจากนั้นบรรยากาศของทั้งสองคนก็ดูจะเป็นมิตรมากขึ้น

 

อูยองซักถามนิชคุณเกี่ยวกับเมืองเอเธนส์ที่เจ้าตัวไม่เคยไ