[SF-Junsu feat. TK] First Time Love

posted on 04 Feb 2012 19:52 by write-sara in 2PMFanfic

Title : First Time Love

Rating : G

Author : Banana-Sherbet

 

 

“จุนซูฮยอง สวัสดีครับ”  เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง “คิดแล้วเชียวว่าต้องเจอฮยองที่นี่” เสียงเดิมยังคงเอ่ยทักทายต่ออย่างสนิทสนมคุ้นเคย

“นายสบายดีเหรอคุณ”  ผมยิ้มให้ก่อนจะเอ่ยปากทักกลับผู้ชายผิวขาวตากลมโตที่ยืนอยู่ตรงหน้า นิชคุณยังคงน่ารักสดใสเสมอสำหรับผู้พบเห็น  เด็กผู้ชายที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มจริงใจ ดวงตากลมใสที่รับกันกับคิ้วหนาบนดวงหน้ารูปไข่

“สบายดีครับ ตอนนี้ฮยองอยู่ที่ไหน ผมไม่เจอฮยองนานเลย”

“ชั้นกลับไปทำงานที่แดกูน่ะ นายล่ะยังอยู่ที่เดิมสินะ”

“ใช่ครับ วันนี้แทคยอนก็มาด้วยนะครับ เดี๋ยวคงได้เจอกัน เราเข้าไปในงานกันเถอะครับ”  พูดจบเจ้าตัวก็จับจูงมือของผมให้ออกเดินก้าวตามเข้าไปในงานเลี้ยงครบรอบ 100 ปีของมหาวิทยาลัยที่พวกผมจบมา

ขาผมก้าวตามเด็กผู้ชายตัวขาวตรงหน้า ที่แม้เวลาจะผ่านไปกี่ปี นิชคุณก็ยังคงดูเป็นเด็กเสมอแม้พวกเราจะเลยวัยที่เรียกว่าเด็กมาอยู่หลายปีแล้วก็ตาม ปากบางเอ่ยชวนคุยเจื้อยแจ้วเจรจาไปตลอดทาง ก่อนจะพาผมมาหยุดลงตรงโต๊ะที่มีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวเข้มในชุดสูทสีเทายืนถือเครื่องดื่มส่งยิ้มมาให้ทางเราสองคน

“แทคยอน มานานแล้วเหรอฮะ” นิชคุณปล่อยมือผมผละไปหาชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปขยับเนคไทของอีกฝ่ายให้เข้าที่ พร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานและประกายตาระยับไปให้

“มาถึงก่อนนายนิดเดียวเอง หิวมั๊ย” ชายหนุ่มหน้าเข้มที่หากไม่ยิ้มจะดูดุดัน แต่ยามนี้มือที่วางลงบนศีรษะของนิชคุณ ประกายตาอ่อนหวาน และน้ำเสียงที่อ่อนนุ่มที่ส่งผ่านไป มันกลับทำให้คนหน้าดุตรงหน้าดูอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด อาจเป็นเพราะอิทธิพลของคำว่ารักสินะ

“ไม่เลยฮะ วันนี้ผมกินข้าวกลางวันช้าเลยยังอิ่มอยู่เลย”

“อย่างนี้ทุกที เดี๋ยวก็เป็นโรคกระเพาะอีกหรอก นายนี่มันน่านักนะ” แม้จะบ่น แต่เสียงก็ยังปนด้วยความเอ็นดู มือหนาขยี้ลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลหนานุ่มนั่นเล่นอย่างเบามือ

“เอ้อออ แทคยอน จุนซูฮยองมาด้วยล่ะ”  นิชคุณผละจากคนตรงหน้าเดินมาจูงมือผมเข้าไปร่วมวงสนทนาที่ก่อนหน้าเหมือนว่าจะมีเพียงทั้งคู่อยู่ในโลกส่วนตัว

“ไม่เจอนานเลยนะจุนซู” แทคยอนเอ่ยทักทาย พร้อมกับเอื้อมมือมาจับหัวผมด้วยความเคยชิน แต่เพียงแค่นั้น เพียงปลายนิ้วที่สัมผัสผ่านแม้เพียงปลายเส้นผม แต่ทำไมความรู้สึกมันถึงได้เหมือนกระแสไฟแล่นผ่านไปจนถึงหัวใจผมได้ขนาดนี้นะ....

 

 

5 ปีก่อน

“จุนซู เดี๋ยววันนี้เพื่อนชั้นจะมากินเหล้าที่ห้องนะ”  เสียงชานซองผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและรูมเมทของผมเอ่ยปากบอก เปล่าเลยมันไม่เคยคิดจะขออนุญาต ที่บอกนี่ก็ถือว่ามากเกินพอแล้ว มันแค่จะให้ผมรับรู้ก็เท่านั้นว่าวันนี้จะมีแขกมาที่ห้อง แต่ผมเองก็ชินเสียแล้วกับพฤติกรรมแบบนี้  เพราะถึงชานซองจะขี้เมาหรือชอบทำห้องรกแค่ไหน แต่ชานซองถือว่าเป็นเพื่อนที่จริงใจมากที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมา เพราะฉะนั้นไม่ว่าชานซองจะทำอะไร ผมก็ไม่เคยนึกโกรธเลยซักครั้ง อย่างน้อยชานซองก็รู้ว่าผมชอบหรือไม่ชอบอะไร และอะไรที่ผมไม่ชอบ ชานซองจะไม่เคยทำ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก..

“จุนซู  เพื่อนชั้นมาแล้วแน่ๆเลย วานเปิดประตูให้หน่อยสิ เดี๋ยวแต่งตัวเสร็จแล้วจะออกไป” เสียงชานซองตะโกนออกมาจากในห้องนอน  ผมจำต้องลุกออกจากโซฟาหน้าทีวีเดินไปเปิดประตูให้แขกผู้มาเยือน ที่ผมเองก็จำไม่หวาดไม่ไหวว่าใครเป็นใครบ้าง เพราะเพื่อนของชานซองมีเยอะเหลือเกิน

“เชิญครับ” ผมเดินไปเปิดประตู และรอรับเสียงเซ็งแซ่ ผมนึกว่าเพื่อนชานซองจะมากันหลายคนเหมือนทุกครั้ง แต่เปล่าเลย วันนี้แค่คนเดียว มีคนมาแค่คนเดียว ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีแทนที่ใส่เสื้อผ้าสีตัดกันอย่างที่ถ้าเป็นผม ผมคงไม่กล้าพาตัวเองออกมาจากบ้านในสภาพนี้แน่ๆ  ผู้ชายตรงหน้าส่งรอยยิ้มที่ยิ้มจนเกิดรอยตีนแมวขึ้นที่สองข้างตามาให้  ผมถอยหลังให้แขกเดินเข้าบ้านก่อนจะปิดประตูตามหลังเข้ามา

“นายนั่งรอแป๊บนึงนะ ชานซองไปอาบน้ำ เดี๋ยวก็ออกมาแล้ว” ผมเอ่ยปากบอก ก่อนจะกลับไปนั่งประจำที่ของตัวเอง สักพักชานซองก็เดินออกมา

“เฮ้ย แทค โทษทีว่ะ เพิ่งอาบน้ำเสร็จ” ชานซองเอ่ยทักทายเพื่อนก่อนจะเดินเลยเข้าครัวไปหยิบเบียร์ที่แช่เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาในตู้เย็นออกมา 3-4 กระป๋อง

 “เอ้อ จุนซู นี่แทคยอนเพื่อนที่คณะชั้นเอง ส่วนแทคยอนนี่ก็จุนซูเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กๆของชั้น รู้จักกันไว้ซะนะ”

...........

.....

..

“จุนซู จุนซู เฮ้ จุนซู” เสียงเรียกทำให้ผมหลุดออกจากความคิดของตัวเองกลับมาหาบทสนทนาตรงหน้า

“นายว่าอะไรนะ ขอโทษทีชั้นคิดอะไรเพลินไปหน่อย”

“ชั้นถามนายว่า ชานซองเป็นยังไงบ้าง ไม่มาเหรอ”

“อ๋อ ชานเหรอ ชานต้องบินไปดูงานที่ต่างประเทศน่ะ บ่นใหญ่ว่าเสียดาย แล้วนายเป็นไงมั่ง สบายดีใช่มั๊ย”  ผมตอบกลับไปก่อนจะเอ่ยปากถามสารทุกข์สุขดิบของคนตรงหน้า แทคยอนดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ต่างจากสมัยเรียนลิบลับ ทั้งที่เวลาก็ผ่านมาไม่กี่ปี

“ชั้นก็สบายดี คิดถึงนายกับชานซองตลอดแหละ เอาไว้มีเวลานัดเจอกันซักทีก็ดีนะ คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ”

แทคยอนตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มกวนๆตามแบบฉบับ รอยยิ้มนั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา ผมพยักหน้ายิ้มรับ ก่อนจะขอตัวเดินแยกออกมา ปล่อยให้แทคยอนกับนิชคุณกลับเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวของทั้งคู่ โดยที่ไม่ต้องมีก้างอย่างผมไปยืนเกะกะ  บางทีผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่ขอแยกออกมาเป็นเพราะผมไม่อยากเห็นภาพบาดตานั่นเองรึเปล่า

..........

.......

.....

....

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูตอนเช้าวันเสาร์แบบนี้ จะเป็นใครได้อีกถ้าไม่ใช่แทคยอน  ผมละออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเดินไปเปิดประตูห้องให้เพื่อนของชานซอง ที่ตอนนี้กลายเป็นเพื่อนของผม และเป็นแขกประจำของห้องเราไปเสียแล้ว

“มาทำไมแต่เช้าเนี่ย” ผมเอ่ยปากถามไปอย่างงั้น เพราะรู้เหตุผลอยู่แล้วว่าแทคมาทำไม จะอะไรได้ถ้าไม่ใช่มาเล่นเกมส์

“ชานซองยังไม่ตื่นเหรอ”  แทนที่จะตอบกลับเอ่ยปากถามกลับแบบไม่รอคำตอบอะไร พูดจบแทคยอนก็ตรงเข้าไปเปิดทีวีและเครื่องเล่นเกมส์ ระหว่างปล่อยรอบู๊ธเครื่อง เจ้าตัวก็ตรงดิ่งเข้าไปในห้องนอนของชานซองเพื่อปลุกเพื่อนซี้ขึ้นมาเล่นเกมส์ด้วยกันแต่เช้า

เสียงโหวกเหวกโวยวายของหมีจอมตะกละที่เวลาหิวกับเวลานอนไม่มีใครกล้าแหย่ นอกจากแมวตัวยักษ์ที่ไซส์พอฟัดพอเหวี่ยงกันเท่านั้นแหละที่จะกล้าเข้าไปรังควานดังลอดออกมา ก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินงัวเงียหน้าบูดออกมาจากห้องเพราะโดนปลุกแต่เช้า

“แม่มมม เมิงจะขยันมาทำไมแต่เช้าวะ วันนี้วันเสาร์นะเว้ยยยย” ชานซองเดินมาล้มเผละลงที่โซฟาหน้าทีวี คว้าหมอนไปกอดแล้วล้มตัวลงนอนต่อ ปล่อยให้เพื่อนซี้วุ่นวายอยู่กับเครื่องเล่นเกมส์ หาแผ่นเกมส์ อยู่คนเดียว  จะว่าเหมือนแกล้งก็ได้ พอปลุกชานซองออกมาจากเตียงได้ แทคยอนก็เลิกสนใจว่าเจ้าหมีตะกละเตียงจะลุกมาเล่นเกมส์ด้วยมั๊ย เพราะสุดท้ายแทคยอนก็เล่นเกมส์คนเดียวอยู่ดี เหมือนแค่อยากแกล้งให้ไอ้หมีมันไม่ได้นอนสบายๆแค่นั้นแหละ

 

“จุนซู  ในตู้เย็นมีอะไรกินบ้างอ่ะ”  เสียงแทคยอนตะโกนถามหาของกิน โดยที่สายตาไม่ได้ละออกมาจากหน้าจอเลยซักวินาที

“มีนม กับแอปเปิ้ลมั๊ง หรือถ้าจะเอาหนักท้องก็รามยองอ่ะ”

“จุนซูจ๋า ต้มรามยองให้กินหน่อยสิ นะ นะ น๊า”  มาอีกแล้วครับ ไอ้เสียงออดอ้อนแบบนี้ เวลาอยากให้ทำอะไรให้ แทคยอนเป็นต้องใช้มุกแมวเหมียวขี้อ้อนกับผมทุกที อยากจะเอ่ยปากถามเหลือเกินว่า เมิงไม่มีขาเหรอครับ แต่สุดท้ายคนใจอ่อนอย่างผมก็ยอมตามใจไอ้หมีแมวคู่นี้ทุกทีไป  บางครั้งผมก็นึกขำตัวเองว่าตกลงนี่ผมเป็นเพื่อนพวกมันหรือว่าเป็นแม่พวกมันกันแน่

 

“แทค ชาน  รามยองเสร็จแล้ว ลุกไปกินไป๊” ผมออกมาเรียกให้พวกมันไปกินหลังจากเข้าครัวไปตั้งน้ำต้มรามยองให้พวกมันเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“ยกมาให้หน่อยดิ” คราวนี้เป็นชานซองที่มันเริ่มติดนิสัยขี้เกียจของแทคยอนหนักขึ้นทุกวันๆ

“ลุกเดินกันมั่งเถอะ จะเป็นง่อยอยู่ละ แม่ง” ผมส่ายหัวระอากับบรรดาเด็กโข่งประจำห้อง ก่อนจะเดินหนีไปนั่งเล่นอินเตอร์เน็ตต่อ  กว่าไอ้หมีแมวคู่นี้มันจะลุกไปกินรามยองที่ต้มไว้ รามยองก็อืดได้ที่กำลังดี

“เออ จุนซู วันนี้แม่กับพ่อกูนัดไปกินข้าว คงไม่ได้กลับมานอนห้องนะ” ชานซองที่กำลังกินรามยองเงยหน้าขึ้นมาตะโกนบอกผม

“อือ ฝากสวัสดีคุณลุงคุณป้าด้วยนะ”

ชานซองพยักหน้ารับคำผมก่อนจะหันกลับไปถามแทคยอน  “เดี๋ยวมึงจะออกไปพร้อมกูเลยป่าววะแทค”

“ไม่อ่ะ  คืนนี้มึงไม่อยู่ห้องมึงก็ว่างดิ คึคึคึ กูนอนเล่นเกมส์อยู่นี่ดีกว่า กลับห้องก็ไม่มีอะไรทำ”

“เออๆ ตามใจมึง เดี๋ยวกินเสร็จกูจะไปละนะ”

หลังกินรามยองเสร็จ ชานซองก็ลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมออกไปข้างนอก

“ไปละนะ อยู่กันสองคนอย่าตีกันล่ะ”  ชานซองหันกลับมาโบกมือร่ำลาผมสองคนก่อนจะเดินออกไป

 

หลังชานซองออกไป ห้องทั้งห้องก็กลับมาอยู่ในความเงียบ มันเป็นแบบนี้เกือบทุกครั้งที่เราสองคนอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ปราศจากคำพูด ปราศจากการยิ้ม เล่นหรือหัวเราะ แต่ผมกลับชอบช่วงเวลาแบบนี้ที่สุด ผมชอบที่ได้อยู่กับแทคยอนแบบนี้โดยที่ไม่ต้องมีคำพูดอะไรระหว่างเรา แต่มันกลับไม่อึดอัดเลยซักนิด

ใช่ครับ ผมแอบชอบแทคยอน ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตอนไหนผมเองก็บอกไม่ถูก และไม่รู้ที่มา  แทคยอนที่เหมือนจะเอาแต่ลั้ลลาไปวันๆ แต่แทคยอนคนนี้กลับเป็นคนที่คอยถามไถ่อาการและดูแลผมทุกครั้งที่ภูมิแพ้ผมกำเริบ

แทคยอนที่รู้ว่าผมไม่ชอบอยู่คนเดียว และจะมาอยู่เป็นเพื่อนผมทุกครั้งในวันที่ชานซองไม่อยู่บ้าน เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าที่แทคยอนมาบ้านผมบ่อยๆคงเป็นเพราะมาเล่นเกมส์กับชานซอง แต่ช่วงหลัง ถึงชานซองจะไม่อยู่แทคก็ยังมาที่บ้าน หลายครั้งที่ไม่ได้มาเล่นเกมส์ พอมาถึงก็เอาแต่นอนหลับบนโซฟา ตั้งแต่เช้าจรดเย็น และทั้งวัน เราสองคนพูดกันแทบไม่เกิน 10 ประโยค

ความสัมพันธ์ของผมกับแทคยอนเป็นแบบนี้อยู่เกือบสองปี หลายครั้งผมอดคิดไม่ได้ว่าหัวใจของเราอาจจะรู้สึกตรงกัน  จนกระทั่งวันหนึ่งตอนที่พวกเราอยู่ปีสาม

 

“เฮ้ยๆๆ ชานซองๆๆ เมื่อกี๊ชั้นเห็นรุ่นน้องคนนึงอ่ะ น่ารักมาก ตากลมโต ผิวขาวมาก โครตน่ารักอ่ะ  จุนซูนายรู้จักน้องเค้ารึป่าว”  แทคยอนวิ่งกระหืดกระหอบมาหาพวกเราที่ห้องในเย็นวันหนึ่ง

หลังจากฟังประโยคคำถามจบ ใจของผมมันปวดหนึบขึ้นมาทันที มันไม่ได้เศร้าจนถึงขั้นที่น้ำตาจะไหล แต่ก็ยิ้มได้ไม่เต็มที่นัก

“น้องคนไหนวะ” ชานซองที่กำลังนั่งกินกล้วยอยู่หันกลับไปถาม

“ก็น้องที่เรียนคณะมนุษย์ไง ถ้าจำไม่ผิดน้องน่าจะชื่อคุณ คณะเดียวกับนายนี่จุนซู รู้จักป่าววะ แนะนำให้หน่อยดิ”  แทคยอนหันกลับมาถามผมต่อทันที

“อ๋อ น้องคุณ รู้จักดิ น้องเค้าเป็นถึงเดือนคณะเลยนี่หว่า”

“เหรอๆๆ น้องเค้ามีแฟนรึยังวะ แนะนำหน่อยดิ เดี๋ยวสานต่อเอง”  พอได้ยินคำตอบ แทคยอนก็รีบย้ายก้นตัวเองจากโซฟาด้านหนึ่งมานั่งข้างผมในทันที พร้อมกับเอาหัวมาเกยที่ไหล่ผมอย่างออดอ้อน

“อือๆๆ เดี๋ยวไว้จะแนะนำให้รู้จักละกันนะ”

“โอ๊ย จุนซูววว นายอยากกินอะไรเดี๋ยวชั้นเลี้ยงนายเลย ขอบคุณมาก”  พูดจบเจ้าตัวก็ยื่นหน้ามาหอมแก้มผมฟอดใหญ่  นายจะรู้มั๊ยแทค ว่ายิ่งนายทำแบบนี้มันยิ่งทำให้ชั้นเจ็บมากขึ้นกว่าเดิมซะอีกนะ

 

หลังจากนั้นสองสามวันผมก็ไปลากนิชคุณมาแนะนำทำความรู้จักกับแทคยอนและชานซองจนได้   และเพียงไม่นาน นิชคุณก็กลายมาเป็นน้องรักของกลุ่มพวกเรา กลายเป็นแขกขาประจำของบ้านเรา และสุดท้ายก็กลายมาเป็นแฟนของแทคยอนอย่างเป็นทางการ และผมคิมจุนซูก็อกหักไปตามระเบียบ

ผมคิดว่าผมคงไม่เป็นไร เพราะผมเคยชิน และได้ยินเรื่องคนนั้นคนนี้ของแทคมาตลอดสองปีที่รู้จักกัน แต่ไม่เคยมีคนไหนที่แทคยอนจะพูดเต็มปากเต็มคำว่าเป็นแฟน นอกจากนิชคุณ

แต่เพราะนิชคุณน่ารัก และเป็นน้องที่ผมรักอีกคนนึง ผมคงทำอะไรไม่ได้นอกจากจะอวยพรให้ทั้งคู่ และตัดใจออกมาเงียบๆ  หลังเรียนจบพวกเราแยกย้ายกันไปทำงาน และไม่ค่อยได้เจอกันอีก ผมย้ายกลับไปทำงานที่แดกู และคิดว่าคงจะตัดใจจากแทคยอนได้แล้ว แต่เปล่าเลย วันนี้ที่ผมต้องกลับมาเจอแทคยอนอีก หัวใจผมสั่นไหวอย่างประหลาด  แต่อีกไม่นานผมหวังว่าผมคงจะเจอใครซักคนที่จะรักและดูแลผม เหมือนที่แทคยอนดูแลนิชคุณ และทำให้ผมลืมผู้ชายผิวเข้มยิ้มสวยคนนั้นในซักวัน

ผมแยกตัวออกมาจากงานเลี้ยงโดยไม่ได้กลับไปร่ำลาแทคยอนกับนิชคุณ  ผมเดินออกมาและพบว่าหิมะแรกของปีกำลังโปรยปราย มันคงเป็นนิมิตหมายที่ดีสำหรับการเริ่มต้นใหม่ใช่มั๊ยครับ

.......

...

..

ผลั่ก!!

“ขอโทษครับ คุณเจ็บตรงไหนรึป่าว” ผมเงยหน้ามองตามเสียงของคนที่วิ่งมาชนจนผมหงายหลังลงไปกับพื้นถนน และผมก็พบกับดวงตาเล็กๆ พร้อมแก้มป่องๆขาวๆ และรอยยิ้มที่ผมรู้สึกว่ามันช่างเหมาะกับปุยหิมะที่กำลังพัดพามายามนี้เหลือเกิน

“คุณครับ เจ็บรึป่าวครับ ผมขอโทษ” ผู้ชายคนข้างหน้ายังคงถามไถ่อาการของผมพร้อมกับยื่นมือมาช่วยดึงให้ผมลุกขึ้น ผมส่ายหัวแทนคำตอบ

“ผมขอโทษจริงๆ ให้ผมเลี้ยงกาแฟไถ่โทษนะครับ” อาจเป็นเพราะผมเงียบไปไม่ได้ตอบ เค้าเลยเอามือเกาท้ายทอย ส่งรอยยิ้มเขินๆออกมา ก่อนจะเอ่ยปากออกมาอีกรอบ

“เอ่อออ ..พี่จุนซูให้ผมเลี้ยงกาแฟไถ่โทษนะครับ” ผมทำหน้าประหลาดใจที่เค้ารู้จักชื่อของผม และคงเพราะผมทำหน้าแบบนั้นเค้าเลยรีบอธิบายออกมาอีก

“ผมจางอูยองรุ่นน้องที่คณะที่ไงครับ เอ่อ...ไปกินกาแฟกันนะครับพี่” พูดจบแก้มอูมๆนั่นก็ขึ้นสีแดงตัดกับละอองหิมะสีขาว ผมยิ้มให้คนที่แนะนำว่าตัวเองเป็นรุ่นน้องผม ก่อนจะพยักหน้ารับคำไถ่โทษของคนวิ่งมาชน  เจ้าของแก้มอูมยิ้มจนแก้มแทบแตกตอนที่ผมพยักหน้ารับ  พร้อมกับชี้มือไปที่ร้านกาแฟตรงหน้า

ผมปล่อยให้อูยองจับจูงมือผมไปที่ร้านกาแฟ  ละอองหิมะลอยลงมาปะทะกับใบหน้าผมและละลายหายไป วันนึงความรู้สึกที่ผมมีให้แทคยอนคงจะละลายหายไปเหลือไว้แต่ความเย็นจางๆบนใบหน้าเช่นกัน  สวรรค์ครับผมพอจะหวังกับมือที่จูงผมอยู่ตอนนี้ได้มั๊ยครับ...สวรรค์ไม่มีคำตอบให้ผม แต่เด็กแก้มอูมที่ถือวิสาสะจูงมือผมอยู่ตอนนี้น่าจะตอบคำถามได้ดีกว่า ผมว่าผมมีเรื่องจะถามเค้าเยอะเลยล่ะ …..

 

 

 

 

Talk : ฟิคสั้นๆคั่นเวลามาอีกแล้วจ้า พลอตที่คิดได้ตอนนั่งรถตู้กลับบ้าน แต่ดองมาชาติกว่าๆ เพราะไม่รู้ว่าจะต่ออะไรยังไงตอนไหนดี กว่าจะจบออกมาในรูปแบบนี้ได้ ไรท์เตอร์คนนี้ก็นั่งเกาหัวแกรกๆไปหลายรอบเพราะกลัวคนอ่านจะไม่สนุก ติชมกันได้นะคะ ดีใจทุกครั้งที่เห็นคอมเม้นท์ขยับกระดุ๊กกระดิ๊ก ....ส่วนฟิคแฟนตาซีจะรีบไปเข็นๆตอนสี่ออกมาต่อเด้อจ้า  เอาเรื่องนี้มาสังเวยก่อนชั่วคราว เอิ๊กๆๆ ไปแต่งต่อล่ะจ้า

Comment

Comment:

Tweet

ไม่ต้องเจ็บแล้วนะปู่ มีด้งมาปลอบใจแล้ว คิๆๆ >>>ตอนแรกแอบสงสารปู่

#28 By (1.47.170.97|1.47.170.97) on 2014-03-20 19:09

แทคทำซูอกหักอ่าาา  เห้ออออ
อันที่จริงนึกว่าแทคจะชอบซูซะอีก  แป๋ววววว
แต่ตอนนี้ซูก็มีคนมาดามหัวใจแหละ  คิคิ
ด้งอ่าาา...กล้านอกใจพี่คุณหรออ  เค้ารักคู่นี้อ่าาา
แต่ก็อ่านได้หมด  เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะค่ะ
ชอบๆๆๆ  ติดตามอยู่จ๊ะ  

#27 By kw on 2013-07-09 03:47

ตกลงก็เป็น TK กับ WS ซินะ เอ๊ะ!หรือว่า SW หว่า..ดีแล้วล่ะอย่าไปแทรกเขาเลยคู่นั้นเขาเลย TaecKhun น่ะ

#18 By ponnee (103.7.57.18|58.64.116.89) on 2012-11-05 21:43

น่ารักมากbig smile open-mounthed smile

#12 By soildust (103.7.57.18|124.121.176.234) on 2012-09-08 14:53

ในที่สุดจุนซูก็คงจะไม่โดดเดี่ยวแล้วสินะ
ไม่ใช่แทคซู แต่เป็น วูซู สินะ
คราวหน้าขอ ซูด้ง นะคะไรท์
ไรเตอร์ค่ะ แต่งต่อเถอะ
ชอบคู่นี้มากๆเลยอ่า โดยเฉพาะจับปู่เคะจะเป็นอะไรที่ดีมากเลย

#7 By morning star on 2012-04-21 13:21

แทคใจร้ายอ่ะ

มาทำให้รักแล้วก็ไปมีคนอื่น

นิสัยไม่ดี

เลยเสร็จน้องจางอูเลย

#5 By (115.87.226.77) on 2012-02-15 13:01

ถึงเนื้อเรื่องจะสั้นแต่ก็ แสดงความเศร้าออกมาได้ดีนะค่ะ

อาการแอบรัก และอกหักไปโดยได้แต่เฝ้าดูแบบนี้ มันเจ็บแปล๊บๆดีจริงๆ

ไม่คิดว่าจะเจอ TK กับ WooSu ที่นี่นะค่ะเนี่ย ^_^

#3 By Manee (180.183.108.91) on 2012-02-08 22:28

ยังดีที่ตอนจบมีคนดามหัวใจให้นะซู big smile

#2 By noomoo (49.48.132.122) on 2012-02-07 19:21

แง..ตอนแรกเศร้าใจ อิแทคทำซูเค้าอกหัก

แต่ตอนสุดท้ายก้อมาเจอน้องแก้ม โอ้ยย โชคดีเจอรักครั้งใหม่นะจุนซูวววว อิอิ

#1 By wtmg (125.24.200.16) on 2012-02-04 22:39