[Fiction-2PM] The Knights of Athens 3/?

posted on 29 Jan 2012 00:05 by write-sara in 2PMFanfic

Chapter 3

 

“จุนซู ตกลงนายชวนพวกชั้นออกมาในเมืองทำไม”   


ว่าจะไม่บ่นแต่นิชคุณก็อดไม่ได้ที่จะต้องพูดออกมา เพราะว่าจุนซูเล่นบุกเข้าไปปลุกพวกเขาสามคนถึงห้องตั้งแต่เช้า ทั้งที่ปกติแล้วเจ้าตัวออกจะชอบนอนตื่นสายเป็นประจำจนพวกเขาต้องยกเลิกหมายกำหนดการนัดประชุมช่วงเช้าเป็นการถาวร เพราะว่าเจ้าตัวไม่เคยตื่นมาทันเลยสักครั้ง แต่วันนี้กลับกลายเป็นว่า จุนซูตื่นตั้งแต่ก่อนไก่จะโก่งคอขัน แล้วมารัวเคาะห้องพวกเขายิกๆ เร่งให้อาบน้ำแต่งตัว แล้วก็ลากพวกเขาให้ออกมาในเมือง


นิชคุณเหลือบตาไปมองแทคยอนกับชานซองที่เดินหาวมาตลอดทาง หนังตาจะปิดมิปิดแหล่  สองคืนมานี่ทั้งคู่ต้องเรียกประชุมบรรดาเหล่าอัศวินทั้งหมดเพื่อมอบหมายงานและแบ่งหน้าที่การดูแลเมืองในช่วงที่พวกเขาทั้งสี่คนไม่อยู่จนดึกดื่น ไม่น่าจะได้นอนเกิน 2 ชั่วโมงก็ต้องถูกพ่อตัวดีลากออกมาจากเตียง ตอนนี้เหมือนสองคนนั่นทิ้งวิญญาณเอาไว้ที่ห้องพักอย่างไงอย่างงั้น


จุนซูที่ตอนนี้กำลังเดินโฉบร้านนู้นดูร้านนี้ หยุดซื้อขนมหวาน แวะทักทายกับบรรดาแม่ค้าสาวๆ หันกลับมายิ้มหวานอย่างที่เจ้าตัวชอบทำเสมอเวลาจะประจบขออะไรสักอย่างจากเพื่อนส่งมาให้คนที่เดินตามหลัง


“ไม่มีอะไรหรอก พรุ่งนี้จะออกเดินทางแล้ว ก็เลยชวนออกมาเดินเล่นเปิดหูเปิดตา บอกลาสาวๆหน่อย เดี๋ยวประชาชนเขาจะคิดถึง”  พูดจบเจ้าตัวก็รีบปรี่เดินเข้าไปยังร้านขายไก่ทอด ที่แม่ค้าหน้าหวานส่งยิ้มเชิญชวนให้เข้าไปชิม แล้วสุดท้ายจุนซูก็ได้ไก่ทอดฟรีๆออกมาฝากเพื่อนๆอีกถุงใหญ่


“จุนซูนายอย่ามาเฉไฉ จะพาไปไหนก็บอกมาดีกว่า นี่จะเดินออกนอกเมืองอยู่ละ”  แทคยอนที่เดินหาวมาตลอดทางเอ่ยถามขึ้นเนือยๆ  ส่วนชานซองตอนนี้กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดการบรรดาของกินที่ประชาชนพากันขนมาให้จนแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากถุงขนมนมเนยสารพัดอย่างในมือ


“เดินเล่นน่ะเดินเล่น”  จุนซูยกมือขึ้นมาโบกเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ  เอ่ยทักทายประชาชนที่เดินสวนไปมาอย่างอารมณ์ดี “อ้าว เป็นไงครับ เดินทางดีๆนะคร้าบคุณผู้หญิง”

เพราะท่าทีที่ดูปกติ จนออกจะเกินพอดีของจุนซู ทำให้เพื่อนๆที่เดินตามหลังมาอีกสามคนได้แต่มองหน้ากัน ก่อนจะกลอกตาไปมาอย่างไม่คิดอยากจะเค้นหาคำตอบอีก เพราะรู้ว่าถ้าเดินตามไปเรื่อยๆ เดี๋ยวพวกเขาก็จะเจอคำตอบเอง


แต่คิดไปก็น่าแปลกใจที่วันนี้ตั้งแต่เดินออกมาในเมือง พวกเขายังไม่ได้กลิ่นไอปีศาจเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้จะต้องมีกลิ่นไอปีศาจลอยคลุ้งไปหมด สถานการณ์ในเมืองก็ดูปกติจนน่าสงสัย พอนิชคุณเลิกใส่ใจที่จะถามจุนซู จึงได้เริ่มสังเกตเห็นความปกติที่ดูผิดปกติในเมืองขึ้นมา 


ทั้งสี่คนเดินไกลออกมาจากตัวเมือง เลาะออกไปทางชายหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง แทคยอนกับชานซองตอนนี้เริ่มเหลียวมองระวังรอบตัวมากขึ้น มือของทั้งคู่จับอยู่ที่ด้ามดาบอย่างพร้อมจะลงมือจัดการทันทีที่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น  หน้าเรียวขาวของนิชคุณค่อยๆเครียดขึ้นอย่างใช้ความคิด  ส่วนจุนซูยังคงเดินกินขนม ผิวปากนำหน้าอย่างอารมณ์ดี


จุนซูเดินนำมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านเก่าๆโทรมๆหลังหนึ่ง ที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีคนอาศัยอยู่ นิชคุณเอื้อมมือมาดึงแขนจุนซูไว้ตอนที่เห็นว่าเพื่อนทำท่าจะเดินเข้าไปในบ้าน แต่จุนซูหันกลับมายักคิ้วพร้อมกับยกมือขึ้นกอดคอนิชคุณไว้พาเดินนำเข้าไปพร้อมๆกัน  โดยมีแทคยอนกับชานซองที่สาวเท้าก้าวตามเพื่อนทั้งสองเข้าไปติดๆ


แม้ภายนอกจะดูเก่าและโทรมจนไม่น่าจะมีคนอาศัยอยู่ได้ แต่ภายในบ้านหลังนั้นกลับสะอาดอย่างบ้านที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าของ โซฟาหนังสีขาวดูสะอาดตา พื้นห้องได้รับการปัดกวาดอย่างดี เครื่องประดับตกแต่งในห้องล้วนถูกตกแต่งด้วยเครื่องเรือนสีขาวเข้าชุด ผนังห้องถูกแทนที่ด้วยชั้นวางหนังสือที่สูงจรดเพดาน  จุนซูเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างคุ้นเคย พร้อมกับตบมือลงบนโซฟาเรียกให้เพื่อนลงมานั่งด้วยกัน


นิชคุณ แทคยอน และชานซอง เหลียวมองไปรอบตัวอย่างประหลาดใจระคนหวั่นระแวง แต่พอเห็นท่าทีที่ไม่อนาทรร้อนใจของเพื่อน ทั้งสามคนจึงเดินตามมานั่งที่โซฟา


“นี่บ้านใคร” แทคยอนที่เดินมานั่งข้างจุนซูหันกลับมากระซิบถาม แต่ไม่ทันที่จุนซูจะตอบก็มีเสียงคนเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านเสียก่อน


ชานซองกับแทคยอนขยับลุกขึ้น แต่จุนซูรีบดึงให้ทั้งสองคนนั่งลง ส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปหาคนที่เพิ่งเดินลงมาอย่างคุ้นเคย


“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” จุนซูเอ่ยปากทักทายคนที่เพิ่งเดินลงมาอย่างสนิทสนม


เจ้าของบ้านเป็นชายหนุ่มตัวเล็กผิวขาว ดวงหน้าติดหวานจนเกือบจะเรียกได้ว่าสวย ริมฝีปากแดงอย่างคนสุขภาพดี ดวงตาโตมีประกายระยิบระยับดูสดใส


“มีเรื่องล่ะสิ ไม่งั้นคงไม่โผล่หัวมาหากันแน่ๆใช่มั๊ยล่ะ”  เจ้าของบ้านเอ่ยขัดขึ้นมาก่อนที่จุนซูจะทันได้พูดอะไรต่อ ทำเอาไม่มีเรื่องไม่มาหาถึงกับยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยตัวเอง ก่อนจะหัวเราะแหะๆออกมา


“เอาน่า ควอนอ่า นายอย่าเพิ่งมาบ่นชั้นหน่อยเลย นี่เพื่อนๆที่ชั้นเคยเล่าให้นายฟัง นิชคุณ แทคยอน แล้วก็ชานซอง นายน่าจะรู้จักพวกนี้อยู่แล้วใช่มะ” จุนซูเอ่ยแนะนำเพื่อนๆอีกสามคนให้กับเจ้าของบ้านได้รู้จัก ซึ่งคนที่ถูกเรียกว่าควอนก็พยักหน้ายิ้มทักทายอีกสามคนที่เหลือในห้อง


“แล้วก็นี่โจควอน เพื่อนชั้นเอง” จุนซูแนะนำเจ้าของบ้าน ก่อนจะอธิบายต่อว่าโจควอนเองก็เป็นหนึ่งในนักปราชญ์ของราชสำนักเหมือนกัน แต่เพราะว่าเบื่อกฎระเบียบของพวกนักปราชญ์ในราชสำนักที่มีมากมาย ถึงได้ขอย้ายออกมานั่งทำงานนอกเมือง นานๆทีถึงจะกลับเข้าเมืองสักครั้ง และที่จุนซูรู้จักกับโจควอนก็เพราะว่าต้องมาขอคำปรึกษาเรื่องของงานการคลังอยู่บ่อยๆ


“แล้ววันนี้นึกยังไงมาหาถึงบ้าน ปกติชอบนัดเจอตามร้านเหล้านี่นายน่ะ” โจควอนเดินไปทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะทำงานสีขาวสะอาดของตัวเอง


“มีเรื่องด่วนน่ะสิ อ้อ ว่าแต่เมื่อไหร่นายจะซ่อมบ้านข้างนอกซักที เห็นทีไรชั้นนึกว่าบ้านผีสิง แล้วก็ย้ายเข้าไปใกล้ๆตัวเมืองหน่อยเถอะ เดินออกมาไกลจะแย่”


“นายก็รู้ว่าเงินเดือนเรามันน้อยจะตาย บ้านสองชั้นใกล้ๆตัวเมืองก็ค่าเช่าแพงจะแย่ ส่วนข้างนอกน่ะ ชั้นไม่ตกแต่งให้เสียเวลาหรอก แต่งสวยๆเดี๋ยวพวกขโมยก็มาแงะบ้านชั้นเท่านั้นเอง ปล่อยไว้อย่างงี๊แหละ”


“ก็ถ้างั้นทำไมไม่ย้ายกลับไปอยู่ในราชสำนักล่ะ นายนี่พิลึก”


“เออๆๆ ก็บอกแล้วว่ารำคาญ มีแต่ตาลุงแก่ๆนั่งพร่ำบ่นนั่นนี่ เป็นนักปราชญ์ห้ามกินเหล้า เป็นนักปราชญ์ห้ามไปเที่ยว เป็นนักปราชญ์ห้ามนั่นห้ามนี่ ชั้นไม่ได้เป็นอัศวินเหมือนนายนะ อยากทำอะไรก็ได้ตามสบาย ออกมาอยู่แบบนี้แหละสบายใจดี เบื่อก็ไปหาเหล้ากิน เต้นๆให้หายเซ็งแล้วก็กลับมานอน” โจควอนบ่นออกมายาวเหยียด เบ้ปากใส่คนช่างแนะนำ ก่อนจะวกกลับมาเข้าเรื่อง


“ตกลงว่ามานี่มีเรื่องอะไร ใช่เรื่องปีศาจที่มันเพ่นพ่านอยู่ช่วงนี้ใช่มะ” โจควอนขยับท่านั่งหันกลับมาถามอย่างเป็นงานเป็นการ


จุนซูเดินไปยืนพิงกรอบหน้าต่างกอดอก พยักหน้ารับ “ก็เรื่องนั้นนั่นแหละ นายรู้อะไรมาบ้างล่ะ”


พอเริ่มต้นเข้าเรื่องนิชคุณ แทคยอน และชานซองที่นั่งนิ่งอยู่นานก็เริ่มขยับตัว เบนสายตาไปจ้องที่โจควอนอย่างรอฟังว่าอีกฝ่ายจะมีความคิดเห็นว่ายังไง


“ชั้นก็รู้พอๆกับพวกนายนั่นแหละ นายรู้เรื่องปัญหาการเมืองภายในของที่นั่นแล้วไม่ใช่เหรอ”  คนถูกถามเอนกายลงพิงกับพนักเก้าอี้ นั่งกอดอกกวาดสายตามองแขกผู้มาเยือนทั้งสี่คนสลับกันไปมา

“นายพอจะมีข่าวเกี่ยวกับเจ้าชายที่หายไปมั่งรึป่าว”

“ได้ยินว่าหนีออกมาพร้อมองครักษ์คนสนิท ถ้าชั้นเดาไม่ผิด พวกเขาน่าจะกำลังมุ่งหน้ามาเมืองของเราเพื่อขอความช่วยเหลือ”

“ถ้างั้นพวกชั้นอาจจะได้เจอกลางทางสินะ แล้วจะรู้ได้ไงว่าใครเป็นเจ้าชายปีศาจนั่นล่ะ”


“ชั้นจะไปรู้เหรอ ไม่เคยเห็นหน้าซักที ได้ยินแต่ว่าหน้าตาดี ทั้งเจ้าชายทั้งองครักษ์  แต่เดี๋ยวเจอหมอนั่นมันก็คงเดินมาบอกนายเองหรอกมั๊งว่า ชั้นคือเจ้าชายปีศาจนะ นายช่วยชั้นหน่อย แหม พวกนายสี่คนออกจะดัง ใครๆก็รู้จัก ไม่ต้องห่วงหรอกน่า” โจควอนหันไปแหวใส่เพื่อนที่ถามอะไรไม่คิด


“ทำไมต้องมาขอความช่วยเหลือจากเรา” แทคยอนขยับลุกขึ้นเดินมาหยุดยืนพิงกำแพงใกล้ๆกับจุนซู สายตามองไปที่โจควอนด้วยความสงสัย


“นั่นสิไหนว่ายังมีพวกที่จงรักภักดีไง พวกนั้นไม่ช่วยเหรอ” ชานซองเอ่ยถามขึ้นมาบ้างหลังจากมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีอยู่นาน


โจควอนถอนหายใจก่อนจะขยับตอบข้อสงสัยนั้นออกมา “ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร เป็นชั้นก็คงหนีมาตั้งหลักก่อนเหมือนกันนั่นแหละ จะไปแน่ใจได้ยังไงว่าไอ้พวกที่ประกาศตัวว่าภักดีนั่นน่ะจะไม่ทรยศเอา ส่วนที่หนีมาหาเรา ก็คงคิดว่าเราพึ่งพาได้ล่ะมั๊ง ถึงไม่ได้เป็นมหามิตร แต่ที่ผ่านมาเราก็ไม่เคยเป็นศัตรูกันซะหน่อย”


“แล้วตอนนี้มีข่าวเรื่องสถานการณ์อย่างอื่นบ้างรึป่าว ผมรู้สึกว่าวันนี้เหตุการณ์มันดูสงบจนผิดปกติ” นิชคุณเอ่ยแทรกแสดงความสงสัยที่ติดค้างอยู่ในใจขึ้นมา  คำถามที่แทคยอนกับชานซองถึงกับต้องหันมามองหน้ากันเพราะพวกเขาสองคนก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ตอนที่นิชคุณพูด ว่าเหตุการณ์วันนี้มันดูปกติเกินไปจริงๆ


โจควอนเบนสายตามาสบกับอัศวินหนุ่มที่ใครๆต่างพากันร่ำลือเรื่องความหล่อ ความเฉลียวฉลาดรอบคอบและเงียบขรึมที่นั่งอยู่ตรงหน้า ช่างสังเกตสมคำร่ำลือจริงๆเลยนะอัศวินหนุ่มคนนี้


“นายนี่ช่างสังเกตจริงนะ  ถูกแล้วล่ะดูเหมือนว่าทางเดมอนจะเรียกพวกปีศาจให้กลับไปที่เมืองของมันอย่างกะทันหัน แต่ชั้นก็ยังไม่รู้เหมือนกันนะว่าตอนนี้เหตุการณ์ทางนั้นมันยังไงกันแน่ เพราะเหมือนว่าพวกปีศาจจะเพิ่งทยอยหายกันไปตั้งแต่เมื่อคืนนี่เอง แต่ถ้าให้เดา คิดว่าทางนั้นคงกำลังเตรียมตัวจะจัดการกับพวกที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์อย่างเด็ดขาดล่ะมั๊ง เดี๋ยวพวกนายออกเดินทางก็น่าจะได้ข่าวไปเรื่อยๆเองนั่นแหละ”  พูดจบโจควอนก็หันไปหาจุนซู “พรุ่งนี้พวกนายต้องออกเดินทางแล้วไม่ใช่เหรอ” 


“ใช่ เพราะงั้นถึงได้มาหานายนี่ไง”  จุนซูเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของโจควอนอย่างถือวิสาสะ ส่งสายตาประจบประแจงไปให้ ท่าทางที่ทำให้เจ้าของโต๊ะถึงกับค้อนปะหลับปะเหลือกให้เพื่อนรักตัวแสบ


“จะเอาอะไรก็ว่ามา” บ่นไปก็เท่านั้นยังไงก็เสียรู้ให้จุนซูทุกที


“จะเดินทางทั้งที ชั้นเลยจะมาขอยืมของวิเศษในคลังแสงของนายหน่อยน่ะ” คนเจ้าเล่ห์ประจำกลุ่มส่งรอยยิ้มประจบไปให้เพื่อนอย่างที่รู้ว่าถึงจะบ่นยังไงแต่สุดท้ายโจควอนก็จะยอมช่วยเขาเสมอ เป็นมาแบบนี้แต่ไหนแต่ไร


คำขอความช่วยเหลือของเพื่อนตัวแสบเรียกเอาโจควอนถึงกับกลอกตาจนแทบจะเหลือแต่ตาขาว ก่อนจะลุกขึ้นพยักหน้าให้ทั้งสี่คนเดินตามขึ้นไปชั้นบนของตัวบ้าน


เจ้าของบ้านเดินไปหยุดที่หน้าประตูหนาหนักบานหนึ่งก่อนจะดันให้มันเปิดออก ภายในห้องนั้นเป็นเหมือนคลังแสงอย่างที่จุนซูว่าไว้จริงๆ เพราะมีดาบสารพัดขนาด ของวิเศษนานับชนิด ที่ดูไม่น่าจะเป็นของสะสมของคนตัวเล็กหน้าหวาน ที่เรียกตัวเองว่านักปราชญ์คนนี้เลยแม้แต่น้อย


“เลือกๆเอาละกัน บอกก่อนนะว่าเอาอะไรไปก็เอากลับมาคืนให้สมประกอบด้วย มันแพงเข้าใจมั๊ย” โจควอนยืนกอดอกหน้าบึ้ง  เขาไม่น่ามามีเพื่อนเป็นคนเจ้าเล่ห์อย่างจุนซูเลยจริงจริงให้จุนซูมันตายเหอะ (เรื่องอะไรเขาจะยอมตายเอง)

นิชคุณ แทคยอน และชานซอง ต่างตกตะลึงในบรรดาสารพัดของวิเศษ และดาบในตำนานที่มารวมตัวกันอยู่ในห้องนี้ราวกับว่าจะเปิดพิพิธภัณฑ์ได้

“ดาบอ่ะพวกชั้นคงไม่ยืมหรอก เพราะว่าพวกชั้นมี และดาบที่แทคยอนกับชานซองมีก็ดีที่สุดแล้ว ที่อยากได้คงเป็นคฑามนต์สำหรับชั้นกับนิชคุณ”


จุนซูที่เดินเข้าไปสำรวจดูข้าวของในห้อง เลือกหยิบคฑามนต์ออกมาสองอัน อันนึงด้ามไม้ยาวสีขาวเหมาะมือเจ้าตัวโยนให้นิชคุณรับไป ส่วนตัวเองเลือกคฑาไม้สีน้ำตาลเข้มมาเดาะถือไว้ในมือ พร้อมกับเดินไปหยิบตำรามนต์เล่มบางเล่มนึงออกมาจากกองหนังสือที่วางเรียงกันเป็นตั้ง

“นายเป็นอัศวินแล้วจะเอาคฑาไปทำไม อยากเปลี่ยนมาเอาดีด้านใช้เวทย์มนต์หรือไง” โจควอนเอ่ยถามขึ้นมาอย่างเก็บความสงสัยไม่อยู่


“จริงๆก็ยังไม่อยากเปลี่ยนอาชีพนักหรอก แต่เพราะไม่รู้ว่าต้องไปเจออะไรบ้าง ถึงชั้นจะชอบจับดาบมากกว่าก็เถอะ แต่เดินทางแบบนี้ยังไงก็พร้อมไว้ก่อนดีกว่าจริงมะ” พูดจบเจ้าตัวก็หันไปพยักเพยิดกับนิชคุณ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย


หลังจากเลือกยืมของและพูดคุยกับโจควอนต่ออีกพัก ทั้งสี่คนก็ขอตัวแยกจากมาก่อนที่จะถึงในเมืองค่ำเกินไป เพราะพรุ่งนี้พวกเขาจะต้องเริ่มออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่ คืนนี้คงจะต้องกลับไปพักเอาแรงให้เต็มที่เสียก่อน

 

Talk: บทสามแล้ว ไรท์เตอร์หนึ่งอู้แบบยาวๆ เข็นตอนสามออกมาก่อน ดองไว้นานเดี๋ยวเปรี้ยวเกิน อิอิ ส่วนตอนสี่ขอไปดองต่อนะ คึคึคึ 

ตอนนี้อัศวินทั้งสี่ยังคงเวียนวนอยู่ในเมือง ตอนนี้จุนซูพูดซะเยอะอย่าเพิ่งรำคาญนะคะ  ตอนหน้าค่ะตอนหน้า ตอนหน้าจะออกผจญภัยแล้ว สี่หนุ่มสุดหล่อจะไปเจอะเจออะไรบ้าง โปรดติดตามนะคะ

Comment

Comment:

Tweet

อยากไปผจญภัยด้วยจัง  คิคิ

#13 By kw on 2013-07-10 23:38

big smile open-mounthed smile confused smile

#3 By mama (103.7.57.18|124.121.134.193) on 2012-05-31 16:38

พี่ซู หลีสาวๆไปตลอดทางนะคะ :P

ตอนหน้าสี่หนุ่มจะออกผจญภัยแล้ว
ต้องได้เจออูด้งกะน้องโฮบ้างละหว้าาาาา

#2 By LoveLove_CS (124.122.226.121) on 2012-01-30 20:31

รออออออออออ


จุนซูเป็นตัวดำเนินเรื่องมาก ช่วงนี้ อิอิ

เมื่อไหร่อูยองกะจุนโฮจะออกมาล่ะเนี่ยcry

#1 By wtmg (125.24.246.31) on 2012-01-29 18:08