[Fiction-KhunWoo] Destiny 7/8

posted on 17 Jan 2012 22:41 by write-sara in 2PMFanfic

Chapter 7

 

Auther : Pure Wing

Pre-Story : Lucky I’m in love

 

 

 

“พี่คุณ”

.....

..

.

.

“นูนอ”

 

เกล็ดหิมะม้วนตัวไล้ผ่านชายหนุ่มทั้งหกคน  ปลิวกระจายตัวสีขาวฟุ้งในอากาศ  กระทบแสงแดดอ่อนๆที่ทอดตัว

ลงมาอย่างอ่อนโยนเป็นประกายระยิบระยับ    กลายเป็นสายลมสีขาวที่พัดลอยออกไป.......

 

ไกลออกไป.....

 

ไกล..

 

 

2 ปีก่อน

 

“เฮ้ย....คุณ  กูมีเรื่องจะขอความช่วยเหลือหน่อยหว่ะ”    หนุ่มตี๋ ตาเฉี่ยวคนนี้เป็นเพื่อนกับผมมาตั้งแต่สมัยประถม

ที่อเมริกา   ทั้งผม,เจย์,แทค  เรารู้จักกันมานานจนเรียกได้ว่าคงไม่มีใครรู้ใจกันเท่าเราสามคนอีกแล้ว     วันนี้เจย์

มาแปลก  ปกติถึงจะเห็นมันบ้าๆบอๆ  บ๋องในบางครั้ง  แต่มันไม่เคยมาขอความช่วยเหลือจากใคร      แม้แต่เพื่อน

สนิทอย่างผมกับแทคก็ตาม   เจย์มักจะชอบเก็บปัญหา และหาทางออกด้วยตัวเองเสมอ        พวกผมเคยบอกมัน

เรื่องนี้หลายครั้งแล้ว  เป็นเพื่อนกันจะมาเกรงใจอะไรนักหนา  แต่ก็แก้นิสัยนี้ของมันไม่ได้อยู่ดี       อยู่ๆวันนี้เจย์ก็

ออกปากเอง  เลยทำให้อดประหลาดใจไม่ได้      เรื่องอะไรกันนะที่ทำให้   ปาร์ค แจบอม   ผู้ชายปากหนักหยิ่งใน

ศักดิ์ศรีคนนี้  ถึงกับออกปากขอความช่วยเหลือจากผมได้

 

“มีอะไรก็ว่ามา  ไม่เหลือบ่ากว่าแรง  ยังไงชั้นก็ช่วยนายเต็มที่อยู่แล้ว”  

 

“คือว่า......คือ....นายจำน้องชั้นได้ไม๊วะ    ไม่ใช่ซิลูกพี่ลูกน้องชั้นหน่ะ   ไอ้เด็กตาตี่ๆก้นงอนๆนั่นหน่ะ”      ผมนั่ง

ฟังมันอ้ำอึ้งอยู่นานกว่าจะเริ่มเรื่องได้   แล้วนี่มันยังกล้าว่าคนอื่นตาตี่อีกรึ 

 

“ลูกพี่ลูกน้องของนายที่อิลซาน  ที่เคยมาเยี่ยมครั้งนึงใช่ไม๊  จำได้ซิ  ทำไมเหรอ?”

 

“อืม   คนนั้นหล่ะ  นูนอ...เอิ่มจริงๆมันชื่อจุนโฮหน่ะ   มันอยากจะมาเรียนต่อที่โซล  คุณน้า   เอ่อ...แม่นูนอเค้าก็

เป็นห่วงไม่อยากให้อยู่คนเดียว  ก็อย่างที่ชั้นเคยเล่าให้นายฟังนั่นหล่ะ  นูนอมันลูกชายหัวแก้วหัวแหวน  ที่บ้าน

ตามใจยังกะอะไรดี  ไม่เค้ย   ไม่เคยที่จะออกไปผจญโลกภายนอก         ทีนี้มันเกิดอยากจะออกเผชิญโลกกว้าง

ขึ้นมา  คุณน้าท่านไม่อยากขัด    เอ่อ...จริงๆจะเรียกว่าขัดไม่ได้มากกว่า  ก็บอกแล้วว่านูนอมันลูกสุดรักสุดสวาท 

อยากจะได้อะไรพ่อแม่ก็ประเคนให้หมดหล่ะ   แต่กรณีนี้ก็...อ่ะนะ   ท่านก็เป็นห่วงอย่างน้อยก็อยากอยากให้มีคน

ดูแล   ชั้นก็ไปรับปากท่านไว้ว่าจะช่วยดูแลมันเอง   ก็ตอนนั้นยังไม่รู้นี่หว่าว่าจะผ่านออดิชั่น   เลยกะเอามันมาอยู่

ด้วยกัน  คุณน้าท่านจะได้สบายใจ        แล้วนายก็รู้ใช่มะ....ว่าการที่ออดิชั่นผ่านเนี่ย...มันเป็นความใฝ่ฝันของชั้น

เลยนะเว้ยเฮ้ย    นายก็รู้ว่า ชั้นหน่ะมัน Born to be the star เมื่อเส้นทางอ้าแขนเปิดรอรับชั้นขนาดนี้    ก็ต้องไป

ทำตามหัวใจเรียกร้อง         แต่ก็ทำลายความฝันของน้องไม่ลงหว่ะ       ถ้าคุณน้ารู้ว่าชั้นต้องกลับอเมริกาหล่ะก็  

ท่านต้องไม่ยอมให้นูนอมาอยู่ตามลำพังที่โซลแน่ๆ   เพราะงั้นคนที่ชั้นหวังพึ่งได้ก็มีแต่นายเนี่ยหล่ะหว่ะ ถึงชั้นจะ

รวยเพื่อนขนาดไหน  แต่คนที่ไว้ใจพอที่จะฝากดูแลน้องสุดที่รักได้เนี่ยก็มีแต่นายเนี่ยหล่ะ       เราเป็นเพื่อนกัน

มานาน  ชั้นไว้ใจนายกะไอ้แทคที่สุด   แต่นายก็รู้.....แทคหน่ะ  อะไรๆมันก็ดีอยู่หรอก     แต่ไอ้เรื่องหยุมหยิมดูแล

เทคแคร์ใครเนี่ย  คงจะหวังพึ่งมันยาก  ลำพังทุกวันนี้มันดูแลตัวเองได้  ชั้นก็ว่ามันก็เก่งแล้วอ่ะนะ  อีกอย่างนิสัย

อย่างนูนอเนี่ย   อยู่กับไอ้แทคมีหวังตีกันตาย    แต่นายไม่ต้องห่วงนะ  เด็กคนนั้นหน่ะ  ถึงจะเอาแต่ใจไปบ้าง      

แต่ถ้าคุยกับมันดีๆ  มันก็เป็นเด็กดีนะ  ชั้นคิดว่านายสองคนคงเข้ากันได้ นายก็รู้...ชั้นไว้ใจนายนะคุณ”

 

 

ผมฟังมันสาธยายอยู่นาน  ไอ้นิทานเรื่อง “นายก็รู้” เนี่ย  ผมรู้หมดทุกอย่างหล่ะว่าเจย์มันคิดยังไง  ความฝันมัน

อยากจะเป็นนักร้อง , นักเต้นขนาดไหน  ตอนอยู่ที่อเมริกามันก็ไปขลุกตัวอยู่กับพวกบีบอย  เอาหัวเดินแทนเท้า

โชว์ให้ผมกับไอ้แทคดูอยู่หลายหน  ตอนรู้ว่าผ่านออดิชั่น  มันกระโดดตีลังกากลับไปกลับมาตั้งหลายรอบ  จนผม

กับไอ้แทคกลัวเลือดจะไปเลี้ยงสมองมันมากจนสมองบวมตาย  แต่ไอเรื่องที่ผมไม่รู้เนี่ย  คือเวลาขอร้องใคร  มัน

จะพูดมากขนาดนี้

 

“เออๆ.....ชั้นรู้   แต่นายจะพล่ามยาวทำไมวะ  แค่บอกว่าฝากให้ชั้นดูแลลูกพี่ลูกน้องนายก็จบเรื่องละ  ฟังแล้ว

ปวดหัวเว้ย”

 

“เออ....นั่นหล่ะๆ  ก็กลัวนายจะไม่เข้าใจนี่หว่า  แล้วตกลงนายจะช่วยไม๊วะ”

 

“ยังจะถามอีก   ก็บอกไปแล้วว่ายังไงชั้นก็ช่วยนายอยู่แล้ว  ก็ดีเหมือนกันไอ้แทคกับชั้นก็เรียนคนละมหาลัยต้อง

แยกหอกัน  นายก็จะบินกลับอเมริกาแล้ว ไม่มีพวกแกก็เหงาหว่ะ  ได้น้องแกมาอยู่เป็นเพื่อนก็ดี  ว่าแต่คุณน้าจะ

ยอมให้ลูกชายสุดรักสุดสวาทมาอยู่กับคนแปลกหน้าเร๊อะ”

 

“โฮ้ยยยย   ไม่ต้องหวั่น  ชั้นไปขายนายไว้เยอะ   เอ๊ย...ชั้นไปป่าวประกาศความดีงามของนายไว้เยอะ  เดี๋ยวพรุ่ง

นี้คุณน้าจะเข้ามาโซล   นายก็เตรียมหน้าหล่อๆของนายไปพบท่านหล่ะ  แค่เห็นหน้าเทวดาของนาย  คุณน้าคง

รีบประเคนนูนอให้มาอยู่กับแกเชียวหล่ะ”

 

 

 

แล้วก็เป็นอย่างที่เจย์มันว่า  คุณน้ายอมให้นูนอมาพักอยู่กับผม  ดูท่านออกจะปลื้มผมเป็นพิเศษ  ไม่รู้ว่าไอ้เจย์ไป

พูดอะไรเกินจริงให้ท่านฟังรึเปล่า  และนั่นก็เป็นจุดเริ่มที่ทำให้ผมรู้จักกับนูนอ  เด็กผู้ชายตาตี่  ขี้เหวี่ยง  ชอบ

เอาชนะ  แต่ก็อ่อนโยน และอารมณ์อ่อนไหวคนนั้น

 

ผมกับนูนอใช้เวลาในการปรับตัวไม่นาน  จริงๆเค้าก็ไม่ได้เอาแต่ใจขนาดนั้น  แค่เป็นเด็กที่มุ่งมั่นกับความคิดตัว

เองมาก  ถ้าอธิบายกันด้วยเหตุผล  เค้าก็พร้อมจะเข้าใจ   ผมจึงไม่มีปัญหาที่จะอยู่กับเด็กคนนี้   ผมมักคอยดูแล

ความเป็นอยู่  คอยหาอาหาร  ถามเรื่องเรียน  ช่วยติวให้บ้าง  ชวนกันไปเที่ยวในวันหยุด      ใช้เวลาไม่นานเราก็

สนิทกันอย่างไม่น่าเชื่อ     อาจจะเป็นเพราะตอนอยู่ที่บ้านผมเป็นพี่ชายที่ต้องคอยดูแลน้องสาวถึงสองคน   ไม่มี

น้องชายที่จะคอยเล่นอะไรบ้าบอด้วยกัน  ถึงจะมีพี่ชาย  แต่เราก็แยกกันไปเรียนเมืองนอกตั้งแต่ยังเด็ก  ทำให้ไม่

ค่อยได้ใกล้ชิดกันบ่อยๆ  พอมีนูนอเข้ามา  ทำให้ผมรู้สึกว่าเค้าเป็นน้องชายที่ต้องคอยดูแล  นูนอเป็นเด็กที่โดน

ประค