[Fiction-KhunWoo] Destiny 6/8
posted on 10 Dec 2011 06:03 by write-sara in 2PMFanficChapter 6
Auther : Pure Wing
Pre-Story : Lucky I’m in love
แสงแดดยามเช้าที่ส่องเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ผมต้องลืมตาตื่นขึ้นมา แม้จะไม่อยากตื่นจากฝันหวาน
ฝันที่มีพี่คุณอยู่กับผม แต่คงจำเป็นจะต้องตื่นมารับความจริงแล้วซินะ สิ่งแรกที่ทำหลังจากลืมตา คือมองไปที่
มือซ้าย มือที่เมื่อคืนยังอบอุ่นจากอุ้งมือของใครคนนึง ที่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว อยู่ดีๆความหนาวก็ลามจากปลายนิ้ว
จนหนาวสั่นไปทั้งตัว พาลให้น้ำตาหยดแหม่ะลงบนมือข้างนั้น ไม่มีอีกแล้วซินะ ความรักที่อยู่ๆก็พัดผ่านมาให้
ไม่ทันตั้งตัว แต่แล้วก็พัดเลยหอบเอาความอบอุ่นจากไปด้วย เหลือแต่ความหนาวเหน็บที่เกาะกินหัวใจ ม่าน
น้ำแข็งหนาจนยากที่จะละลายให้หมดไปได้
ผมปล่อยให้น้ำตามันไหลมาชะโลมหัวใจที่แห้งผากของตัวเอง จนรู้สึกว่าไม่มีจะไหลอีกแล้ว ถึงได้ทำธุระส่วน
ตัวแล้วลงไปข้างล่างเตรียมตัวไปเรียน เอ๊ะ....เสียงใครคุยกันข้างล่างนะ แม่กลับมาแล้วเหรอ ผมรีบวิ่งลง
ไปข้างล่าง
“แม่ครับ กลับมาแล้วเหรอ” ผมวิ่งไปกอดด้านหลังแม่ที่กำลังจัดจานอยู่ที่โต๊ะอาหาร รู้สึกคิดถึงแม่จับใจ อยาก
จะให้อ้อมกอดของแม่ช่วยคลายความหนาวในใจลงไปบ้าง
“ว่าไงฮึ๊ตัวแสบ แม่ไม่อยู่อาทิตย์นึงไปก่อเรื่องอะไรไว้รึเปล่าหล่ะเรา แล้วทำไมตาบวมขนาดนี้หล่ะลูก” แม่ทัก
ขึ้นเมื่อหันมาเมื่อเห็นหน้าผมชัดๆ จับหน้าผมหันไปหันมา พอเห็นหน้าแม่น้ำตาก็แทบจะรื้นขึ้นมาอีกรอบ ทั้งๆที่
คิดว่ามันไม่สามารถไหลได้อีกแล้วแท้ๆ
“จะอะไรซะอีกหล่ะครับคุณแม่ ก็เมื่อวานลูกชายคุณแม่ปวดหัวจนร้องไห้ขี้แยเป็นเด็กๆเลยครับ” เสียงของคน
ที่อยู่ในครัวแว่วออกมา เจ้าของเสียงเดินออกมาพร้อมกับยกกับข้าวควันฉุยออกมาด้วย
“คุณฮยอง!” ผมร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ ทำไมฮยองยังอยู่ที่นี่หล่ะ ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องอยู่ดูแลกันแล้วนี่
ผมคิดวนไปวนมา แต่ก็ตอบคำถามตัวเองไม่ได้ ได้แต่ส่งสายตาสงสัยส่งไปให้คุณฮยอง
“ไหน....ปวดหัวเหรอลูก ทำไมขี้แยเป็นเด็กๆอย่างนั้นหล่ะ ลำบากพ่อคุณเค้าแย่เลย คุณก็อย่าเพิ่งรำคาญน้อง
นะ อูยองเป็นเด็กขี้อ้อนยังงี้แหล่ะ โดยเฉพาะเวลาอยากจะเรียกร้องความสนใจหน่ะนะ” แม่หัวเราะพร้อมกับโยก
หัวผมไปด้วย
“ฮะฮะ....ไม่หรอกครับ ลูกอ้อนแค่นี้ผมรับมือได้สบายมากครับ ” ผมหันขวับไปมองพ่อคุณแสนดีของแม่ คำพูด
มันก็ฟังดูดีอยู่หรอกนะ แต่ไอ้สายตาล้อเลียนวิบวับนั่น เห็นแล้วอยากจะเอานิ้วจิ้มตาจริงเชียว แล้วผมไปอ้อน
คุณฮยองที่ไหนกัน ชริ....
“ทำไมคุณฮยอง ยังอยู่อีกหล่ะ ผมนึกว่าฮยองจะกลับบ้านไปแล้วซะอีก” ผมถามสิ่งที่คาใจมาตั้งแต่เช้า ระหว่าง
ที่เรานั่งรถไปมหาลัยกัน
“ทำไมฮึ๊ พี่จะอยู่ฝากท้องบ้านเราไม่ได้รีไง พอหายแล้วก็ไล่กันเลยนะ” น้ำเสียงสะบัดช่วงท้าย ทำให้ผมใจไม่
ดี นี่คณฮยองโกรธผมรึเปล่าเนี่ย
“ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย ผมก็แค่........ผมแค่คิดว่า พอขาผมหายปกติแล้ว ฮยองจะไม่มาดูแลผมแล้วซะอีก”
ได้แต่งึมงำก้มหน้ามองมือตัวเอง
“ทำไมคิดยังงั้นหล่ะหืม?.............คิดมากนะเราหน่ะ เราเป็นพี่น้องกันแล้วนี่นา อีกอย่างพี่ชอบที่จะมีตัวป่วน
อย่างเราอยู่ข้างๆนะ ชีวิตมันมีสีสันดี ฮ่าฮ่า”
“ป่วนอะไรกัน ผมไม่ใช่ตัวป่วนซักหน่อย” จิกสายตามองคนพี่ไปหนึ่งที ปฏิกิริยาที่ทำให้คนข้างๆต้องหลุด
หัวเราะออกมา อะไรกันมาว่าเค้าป่วนได้ยังไง
แต่คำพูดคุณฮยองเมื่อกี้ทำให้หัวใจผมพองฟูแปลกๆแฮะ เวลาไม่นาน แต่ผู้ชายคนนี้ช่างมีอิทธิพลกับจิตใจผม
มากจริงๆ ร้องไห้ หัวเราะ เศร้า อมยิ้มจนเมื่อยแก้ม นึกถึงฉากดราม่าตัวเองเมื่อเช้าก็อดขำตัวเองไม่ได้
สงสัยจะเป็นคนคิดมากอย่างที่คุณฮยองว่าจริงๆ จะอยู่ด้วยกันไม่บอกซักคำฮึ๊ รู้ไหมว่าต้องเสียน้ำตาไปเท่าไหร่
แล้ว
เฮ้อ......ถ้าผมยังอยู่ข้างๆผู้ชายคนนี้คงต้องทำใจกับอารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของตัวเองซินะ
ทิวทัศน์ข้างทางเคลื่อนผ่านกระจกรถไปอย่างอ้อยอิ่ง ละอองหิมะปลิวไสวแตะแต้มย้อมทุกอย่างเป็นสีขาว
โพลนดั่งน้ำตาลไอซิ่งบนเค้กก้อนนุ่ม สายลมแผ่วเบาหยอกล้อยอดไม้ให้พัดไสวโอนอ่อนไปตามทิศทางของ
สายลมเอาแต่ใจ ถนนสีขาว มีเพียงรถแท็กซี่ที่พุ่งผ่านเส้นทาง นำพาหัวใจของชายหนุ่มทั้งสองดวงให้มุ่งไป
ยังจุดหมายปลายทางเดียวกัน ทิ้งไว้เพียงละอองสีขาวฟุ้งที่ม้วนตัวตามแรงลมแล้วลอยละล่องปกคลุมถนนให้
เป็นสีขาวเฉกเช่นเดิม
.......
.....
....
..
.
.
เกร็ดหิมะปลิวลงมาแตะแก้ม ความเย็นที่สัมผัสทำให้รู้ว่าฤดูหนาวได้มาเยือนอีกปีแล้ว ละอองสีขาวร่วงหล่น
กระทบผิวน้ำ แล้วละลายหลอมรวมกับผืนน้ำในสระ วิวเดิมๆที่ผมได้นั่งมองมาสองเดือนเต็มๆ ใกล้ได้เวลา
แล้วซินะ ผมคิดพร้อมก้าวขาไปหน้ามหาวิทยาลัย ใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่ผมมักจะมาหลบยืนมองหาใครบางคนจาก
มุมลับตานี้ สถานการณ์เดิมๆ แต่วันนี้มีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม เมื่อมันได้นำมาอีกคนเข้ามาในชีวิตที่แสน
น่าเบื่อของผม
ผมเห็นเด็กผู้ชายน่ารัก ล้มแปะลงท่ามกลางรถจักรยานที่ล้มระเนระนาด ถึงจะงงเล็กน้อยกว่าเด็กแก้มอูมตาตี่มา
ทำอะไรตรงนี้ แต่เมื่อเห็นดวงตาเรียวที่มีน้ำตาคลอ ปากเบะเหมือนจะร้องไห้ด้วยความเจ็บ ทำให้อดไม่ได้ที่จะ
ยื่นมือออกไปจับจูง หวังจะลบความเจ็บปวดและคงไว้แค่รอยยิ้มบนใบหน้าน่ารักนั่น ความสัมพันธ์ของผมและ
เด็กแก้มเริ่มขึ้นเมื่อมือน้อยๆของเด็กคนนั้นยื่นมาจับมือผมไว้
โดยไม่รู้ตัวผมก็ตกปากรับคำที่จะดูแลเด็กแก้มคนนี้ไปซะแล้ว อาจจะเพราะดวงตาเรียวไร้เดียงสา ที่ยิ่งมองยิ่ง
ปรากฏดวงตาเรียวเล็กอีกคู่ของเด็กคนนั้นซ้อนทับเสมอ ทำให้ไม่อยากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับตาเรียวนั่น
อีกแล้ว หรืออาจเป็นความเห็นแก่ตัวของผมเองที่คิดจะลบล้างความผิดในใจ อยากจะเป็นคนที่สร้างรอยยิ้มให้
กับคนอื่นบ้าง แม้จะรู้ว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่เห็นเด็กแก้มเป็นเงาของใครอีกคนก็ตาม ผมคงอยู่กับฝันร้ายมา
นาน จนอยากจะยึดใครซักคน เพื่อให้ตัวเองไม่ต้องดำดิ่งลงไปในความมืดนั้นอีก
ผมชอบมองสีหน้าเด็กแก้มของผมที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตามพื้นอารมณ์ ทั้งสีหน้าจิ๊จ๊ะเวลาขัดใจ ดวงตาเรียว
ที่พยายามจิกตาดุใส่ ซึ่งผมไม่เคยเห็นว่ามันน่ากลัวอย่างที่เจ้าของตั้งใจทำเลยซักนิด ตรงกันข้ามกลับน่าเอ็นดู
ซะมากกว่า เสียงหัวเราะสดใส ที่มาพร้อมกับมุขตลกที่มีมาให้หัวเราะได้ทุกวัน ชอบที่จะมองเวลาอูยองขบริม
ฝีปาก หน้าผากย่นเวลาครุ่นคิดเป็นจริงเป็นจัง ชอบมองแก้มอูมๆเรื่อสีชมพูจางๆเวลาเจ้าตัวเขินอาย ชอบมอง
แววตาเรียวที่มักเจือไปด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ ชอบน้ำเสียงออดอ้อนเหมือนลูกแมว ชอบที่จะเห็นเรียวลิ้นเล็ก
สีชมพูที่เจ้าตัวมักเผลอเลียริมฝีปากเวลาประหม่า ชอบที่จะลูบหัวสีน้ำตาลทุยๆนั่น ชอบสายตาไร้เดียงสาที่
มอบความไว้วางใจให้กับผม
..
.
และก็เหมือนเดิมที่ผมไม่รู้ว่าเริ่มที่จะชอบมองเด็กแก้มคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ อยากจะอยู่ข้างๆเด็กคนนี้ อาศัยความ
อบอุ่นเหมือนพระอาทิตย์ของจางอูยอง ช่วยละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจ ไม่รู้ว่าการเฝ้ารอริมสระน้ำที่มหา
วิทยาลัยทุกๆวัน มันเปลี่ยนเป้าหมายไปตั้งแต่ตอนไหน ผมรู้แต่ว่าทุกครั้งที่อยู่ใกล้พระอาทิตย์ดวงนี้ ความไม่
สบายใจทั้งหมดมันมลายหายไปพร้อมๆกับน้ำแข็งในใจที่หลอมละลายลงทุกวัน
บางทีคำตอบในใจอาจจะชัดเจนขึ้นตั้งแต่วันที่ อูยองถามว่าทำไมผมต้องมาดูแลเค้า วันนั้นผมให้เหตุผลไป
สามข้อ ทั้งๆที่เมื่อแรกเจอผมเลือกที่จะดูแลเด็กคนนี้ เพราะเงาของใครคนนั้น แต่วันนั้นผมก็ได้ประจักษ์แก่ใจ
ว่าน้ำหนักของข้อสุดท้ายมันมากขึ้นทุกวันๆ ข้อสุดท้าย ที่อยากจะบอกกับพระอาทิตย์ของผม วิตามินของผม
จางอูยองเป็นความอบอุ่นที่เข้ามาในหัวใจผมชัดเจนตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้ 3 เดือนแล้ว ที่ผมยังคงโคจรอยู่
รอบๆอูยอง ยิ่งนานวันยิ่งทำให้ผมไม่สามารถปลีกตัวออกห่างเด็กแก้มป่องคนนี้ เด็กขี้อ้อนที่ชอบคิดมากว่าผม
จะหายตัวไป ไม่มาเป็นเพื่อนเล่นเค้าเหมือนเคย ทุกครั้งที่ได้ยินเด็กน้อยบ่นกระปอดกระแปด ก็นึกขำในใจ
ผมจะทิ้งพระอาทิตย์ของผมได้ยังไงกัน ไม่ใช่เค้าจะอยู่ไม่ได้ เป็นผมเนี่ยหล่ะที่จะอยู่ไม่ได้มากกว่า
สามเดือนที่ผ่านมา กิจวัตรเดิมๆที่ต้องไปรับอูยองไปมหาวิทยาลัยด้วยกัน นั่งรออยู่ริมสระน้ำ รับอูยองกลับบ้าน
พร้อมกัน กิจวัตรซ้ำๆที่ผมไม่รู้สึกเบื่อเลย แต่ผมก็ไม่ได้นั่งทิ้งเวลาไปซะทั้งหมดหรอกนะ ผมเริ่มที่จะกลับไปให้
เวลากับตัวเองบ้าง กลับไปเรียนหลังจากที่ดรอป ใช้ชีวิตจมกับความผิดพลาดนานเกือบปี ผมยังจำสีหน้า
ประหลาดใจของอูยองได้ วันที่เค้ารู้ว่าผมจะกลับไปเรียนต่อ
“นี่ฮยองยังเรียนอยู่อีกเร๊อะ ผมเห็นฮยองนั่งไถตูดอยู่มหาลัยผมได้เป็นเดือนๆ นึกว่าจะมาสมัครเป็นภารโรงอยู่ที่
นี่ซะอีก” ดูเอาเถอะ ปากคอช่างขัดกับหน้าตาน่ารักนั่นซะจริงๆ ก็เพราะหน้าตาแบบนี้หล่ะทำให้ผมไม่เคย
โกรธเค้าได้ลงเลย กลับยิ่งเอ็นดูมากขึ้นทุกวันๆ
ความสนิทสนมแบบพี่น้องที่เราสองคนพยายามเหนี่ยวรั้งเอาไว้ มันมีสายใยบางๆที่เกิดขึ้นระหว่างเรา ที่ผมรับ
รู้ และก็รู้ด้วยว่าอูยองก็รับรู้เช่นเดียวกัน ดวงตาเรียวคู่นั้นไม่เคยที่จะปิดบังความรู้สึกได้เลย แต่ผมก็เลือกที่จะ
คงสถานะพี่น้องนั้นไว้ เพราะในใจที่มีแต่ความหวาดกลัวของผม ผมกลัว กลัวว่าสายตาที่พร่ามัวนี้ จะไม่
สามารถจ้องมองพระอาทิตย์ดวงนั้นได้อีก กลัวจะทำให้พระอาทิตย์ต้องมัวหมอง กลัวจะเป็นเมฆฝนดำทะมึน
บดบังความอบอุ่นของแสงอาทิตย์ เหมือนที่ผมเคยทำมาแล้ว แต่ก็อีกนั่นหล่ะ ที่ผมขี้ขลาด และอ่อนแอเกิน
กว่าที่จะเหวี่ยงตัวหลุดออกจากวงโคจรรอบดาวฤกษ์ดวงนี้ ไม่อยากจะกลายดาวเคราะห์โดดเดี่ยว หนาวเย็น
ท่ามกลางจักรวาลนี้ ดาวเคราะห์น่าชังที่ได้แต่อาศัยความอบอุ่นของพระอาทิตย์เพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองให้คง
สภาพอยู่ได้
“เฮ้ย....นิคคุณ ทำไมวันนี้มานั่งเหม่อเป็นปฏิมากรรมริมน้ำ ไม่มีเรียนรึไงวะ” ผมหันไปมองคู่เพื่อนซี้แทคซูที่ตัว
มันติดกันตลอด จนบางครั้งเคลิ้มๆนึกว่าเป็นคู่รักยมไปแล้ว แต่ก็ว่าไม่ได้ผมเป็นหนี้บุญคุณรักยมคู่อยู่มากโข
เวลาที่ผ่านมา
นอกจากแทคยอน จุนซูก็เป็นเพื่อนสนิทของผมไปแล้ว แม้เราจะรู้จักกันไม่นานนัก แต่ที่เค้าว่ากันว่า
มิตรภาพที่เกิดท่ามกลางอุปสรรคมักจะยั่งยืนและแน่นแฟ้น มันเป็นจริงทีเดียว จุนซูช่วยอะไรผมหลายอย่าง
ช่วยโดยที่ไม่เคยถามเหตุผล ถึงผมจะไม่แน่ใจนักว่าที่จุนซูไม่ถามเป็นเพราะรู้จากแทคอยู่แล้ว หรือเหตุผลฮีโร่ๆ
ที่อยากจะช่วยเพื่อนโดยไม่มีเงื่อนไขแบบที่ผมคิดกันแน่
“อืม วันนี้ชั้นไม่มีเรียน ไม่รู้จะไปไหนก็เลยมาที่นี่”
“อือๆ ชั้นไม่แปลกใจหรอกที่นายไม่มีที่ไป ตั้งแต่รู้จักกันมาชั้นก็เห็นนายเป็นวิญญาณเฝ้ามหาลัยชั้นไปแล้ว
นายนี่คงติดที่ ไม่ก็ติดคนที่นี่ซินะ ถึงไปไหนไม่รอด” จุนซูพล่ามไป เหล่มองผมด้วยสายตามีเลศนัยตลอด
เวลา เฮ้อ.....ตอนนี้ผมคงกลายเป็นวิญญาณภารโรงของที่นี่ไปแล้วซินะ
“เออ ไอ้เรื่องที่นายให้พวกชั้นไปสืบเนี่ย ก็เป็นอย่างที่นายคิดนั่นแหล่ะ แต่ไม่ต้องห่วงนะชานซองมันเป็นคน
ดี ชั้นเอาหัวไอ่แทครับประกันเลย ว่ามันจะไม่ทำอะไรไม่ดีแน่นอน”
“อ้าวเฮ้ย....จุนซู นายนี่มัน ทำไมต้องเป็นหัวชั้นด้วยวะ” แทคหันไปโวยวายใส่เพื่อนซี้ข้างๆ ไม่รู้มันซี้กัน
แบบไหนถึงได้ทะเลาะกันได้ทุกวี่ทุกวัน
“น่า....แทค....น่า นายก็รู้ว่าชั้นพูดไม่ผิด ไอ้ชานซองมันเป็นคนดี แสนซื่อ ถึงจะบื้อเป็นบางครั้งมันก็เป็นคน
ไว้ใจได้ แล้วนายจะกลัวอะไรวะ”
“เอ่อ....มันก็จริงของนายนะซู นายก็ไม่ต้องห่วงให้มันมากนักหรอกคุณ ชั้นก็รับรองอีกคน หายห่วง!” แทคพูด
พร้อมกับตบบ่าผมปุๆ ผมหล่ะละเหี่ยใจ แทคนายมันก็แสนซื่อ และบื้อเป็นหลายครั้ง ย้ำว่าหลายครั้งโดย
เฉพาะเวลาอยู่กับกับคิมจุนซูเจ้าเล่ห์คนนี้ นายไม่มีทางตามมันทันหรอก
“แล้วนายจะหลบอยู่อย่างนี้ได้อีกนานแค่ไหนกันวะคุณ นายเล่นตามติดเป็นเงาตามตัวเพื่อนสนิทไอ้ชานขนาด
นี้ ซักวันนายก็ต้องป๊ะกันแหม” ผมเหลือบมองหน้าจุนซู ผมหล่ะอยากจะให้มันได้ผลตรงกันข้ามเหมือนเวลาที่
มันบอกว่าฝนจะไม่ตกซะจริงๆ แต่ก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องยาก อย่างที่ซูมันว่านั่นหล่ะ ซักวันก็คงได้เจอกับเด็กคน
นั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองพร้อมที่จะเผชิญหน้าแล้วรึยัง
“คุณฮยองงงงง” ผมหันไปยิ้มรับ พระอาทิตย์ของผมมาแล้ว
“ทำไมวันนี้มาเร็วจังครับ ไม่มีเรียนเหรอ นี่ฮยองคงไม่ได้หาเรื่องโดดมารับจ็อบขุดลอกสระน้ำหรอกนะ ฮ่าฮ่า”
เด็กทะเล้นคนนี้ช่างสรรหาคำพูดมาให้ยิ้มได้ตลอดเวลาซิน่า ผมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบหัวเด็กแก้ม
“อ้าวเฮ้ย......เดี๋ยวนี้นายรับจ็อบแล้วเรอะคุณ บร๊ะ...คงเหนื่อยแย่ซินะ เงินออกรึยังหล่ะ ไปเลี้ยงเนื้อย่างชั้น
หน่อยซิ หิวแล้ว” เข้าขากันได้ดีแบบนี้ ไม่มีใครนอกจากคิมจุนซูเค้าหล่ะ
“นั่นสิๆ เราไปหาอะไรกินกันดีกว่า หิวไส้จะแห้งอยู่แล้ว เออ...อูยองแล้วไอ่ชานหล่ะไม่มาด้วยกันเหรอ” อะไร
ที่คิมจุนซูเห็นควร ไม่เคยซักครั้งที่แทคมันจะขัดซักที โดยเฉพาะเรื่องที่ได้ผลประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่เนี่ย
“วันนี้ชานมันไม่มีเรียนนะฮยอง นี่ผมก็อยากเจอมันอยู่เหมือนกัน พักนี้หาตัวยากจริง”
“ไปๆ ช่างชานซองมันก่อนเถอะ ตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า ไปเร็วๆ” ไม่พูดเปล่าจุนซูกอดคออูยอง
ให้เดินไปด้วย ถึงจะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันก็เถอะ แต่ผมก็ขัดตากับภาพที่เห็นนี่จริงๆ จะว่าผมหวงน้องก็คงได้
แล้วคิมจุนซูคนนี้ก็รู้ดีเชียวหล่ะถึงได้ชอบมาเกาะแกะกับน้องผมแบบนี้บ่อยๆ ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายาม
ไม่ดิ้นไปตามเกมส์ของคนเจ้าเล่ห์ เดินตามไปแต่โดยดี
“พี่คุณ” เสียงเรียกคุ้นเคยที่ทำให้ใจผมเต้นไม่เป็นส่ำ จำต้องหันกลับไปมอง มันถึงเวลาแล้วซินะ ถึงเวลาที่
ผมต้องเผชิญหน้ากับคนที่ผมทำร้ายเค้ามาตลอด เด็กคนนั้นเดินมาพร้อมกับเด็กหนุ่มร่างสูงหล่อเหลาคนนึงที่
ผมคุ้นหน้าเป็นอย่างดี ตาเรียวเล็กเบิกกว้างด้วยความตกใจ ดวงตาที่ผมไม่ได้เห็นใกล้ๆมานาน
“นูนอ” ปากคอผมแห้งผาก ไม่อาจจะเอ่ยอะไรไปได้มากกว่านี้ เหมือนเวลากำลังฉุดกระชากผมให้หยุดชะงัก
อยู่กับที่ ได้ยินเสียงแว่วๆของจุนซูแผ่วมาไกลๆ
“บร๊ะแร่ววววว”
Talk : เป็นบทที่แต่งยากที่สุด หินที่สุดสำหรับไรเตอร์เลยค่ะบทนี้ ทั้งคำบรรยายพรรณาเปรียบเทียบเล่าถึง
เหตุการณ์ และความรู้สึกของนิชคุณที่รีดเดอร์หลายๆคนสงสัย ไรเตอร์พยายามจะพรรณาออกมาให้สื่อถึงความ
รู้สึกมากที่สุด หวังว่ารีดเดอร์คงจะเข้าใจในตัวพี่คุณมากขึ้นนะคะ ^^
การแต่งเรื่องแบบพรรณาแบบนี้ไม่ง่ายเลยทีเดียว กว่าจะเค้นคำออกมาได้แต่ละคำลบแล้วลบอีก พิมพ์
ค้างอยู่เป็นอาทิตย์ ฮร่า..... ถ้ามีตรงไหนสะดุดไปบ้างก็ขออภัยมาณ.ที่นี้นะคะ บทนี้เป็นบทที่เขียนออกมาได้
ยาวที่สุดเลย อยากจะตัดซอยย่อย แต่เรื่องมันตัดไม่ลงจริงๆ ตัดแล้วมันไม่สมูท ก็เลยปล่อยมันไว้แบบนี้หล่ะ
จากที่คิดว่าจะลากยาวไปถึง 10 ตอน ก็จะกลายเป็น 8 ตอนแทนนะคะ ฮ่าฮ่า เพื่อให้เรื่องไม่ยืดเยื้อและกระชับ
มากขึ้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขอบอกว่าเรื่องนี้มี Special Part แน่นอนค่ะ ฮร่า.....เลยอยากจะถามรีดเดอร์เล่นๆว่าตอน
พิเศษนี่อยากจะให้ ใสโมเอ๊โมเอ้ หรือร้อนแรงเหมือนฮอตเทสดีคะ กรั๊กๆ ลองแชร์ๆความคิดเห็นกันมานะคะ
ไรเตอร์จะเอาไปตัดสินใจวางพล็อตอีกที ฮร่า....
ว่าแต่แทคซูนี่แอบมีบทเยอะกว่าที่คิดนะเนี่ย ฮร่า...เขียนแล้วมันมือ อดไม่ได้ที่จะให้สองหนุ่มมาตัด
อารมณ์เศร้า สับสนชีวิตของพี่คุณลงบ้าง กรั๊กๆ สงสัยว่าไรเตอร์จะเขียนซีนอารมณ์ไม่ขึ้นจริงๆ แอบเอาฮา
ได้ตลอดเวลา คิคิ
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกคนเช่นเคยค่าที่เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์เข็นบทนี้ออกมาได้จนจบ......^.^
ปล...แต่งเสร็จเหลือบมองนาฬิกา เย้ยยยย จะเช้าแล้วยังไม่ได้นอนเลย บร๊ะแร่ว..บร๊ะแร่ว....พรุ่งนี้จะเอาหัวโขกโต๊ะทำงานไม๊เนี่ย T^T
จังซี้จิเป็นจะใด กำลังจะเศร้าละนะ มาฮาตรงซูก๋า "บร๊ะแร่ววว" ก้ากกกก แต่ชอบนะ 55555 ส่วนความยาวของเนื้อหา ไม่อยากให้ตัดเลยค่า ^^ เราว่าแบบนี้ดีแล้วนะ มันสมูทพอดี ถ้าตัดตอนกลัวว่าจะอ่านแล้วสะดุดนะคะ อีกอย่าง จากที่อ่านอยู่ตรงนี้ รู้สึกเหมือนถ้ามีแค่ 8 ตอนจะห้วนไปอะค่ะ...อันนี้เป็นการคาดเดา >< แบบลองเดาๆเนื้อหาเอาเองว่าถ้ามี 8 ตอน จะเป็นยังไง เรื่องมันจะเดินเร็วไปรึเปล่า แต่ถ้าไม่ใช่ เข้าใจผิดประการใดต้องขออภัยไรเตอร์นะคะ สำหรับเราฟิค 10 ตอนก็ไม่รู้สึกว่ายาวเกินไปเน้อ
ฮ่าๆๆ แทคซูดูกวนๆดีนะ ชอบคู่นี้ อิอิ
คุณฮยองก้อรีบๆเคลียร์ปัญหาตัวเองให้ได้นะ เปิดใจยอมรับน้องแก้มซะเหอะ หลงรักเด็กเข้าแล้วนะเคอะะ
#1 By wtmg (125.24.193.25) on 2011-12-10 19:53