[Fiction-KhunWoo] Destiny 6/8

posted on 10 Dec 2011 06:03 by write-sara in 2PMFanfic

Chapter 6

 

Auther : Pure Wing

Pre-Story : Lucky I’m in love

 

แสงแดดยามเช้าที่ส่องเข้ามากระทบเปลือกตา  ทำให้ผมต้องลืมตาตื่นขึ้นมา  แม้จะไม่อยากตื่นจากฝันหวาน 

ฝันที่มีพี่คุณอยู่กับผม  แต่คงจำเป็นจะต้องตื่นมารับความจริงแล้วซินะ   สิ่งแรกที่ทำหลังจากลืมตา คือมองไปที่

มือซ้าย  มือที่เมื่อคืนยังอบอุ่นจากอุ้งมือของใครคนนึง  ที่ตอนนี้มันไม่มีแล้ว  อยู่ดีๆความหนาวก็ลามจากปลายนิ้ว

จนหนาวสั่นไปทั้งตัว  พาลให้น้ำตาหยดแหม่ะลงบนมือข้างนั้น  ไม่มีอีกแล้วซินะ  ความรักที่อยู่ๆก็พัดผ่านมาให้

ไม่ทันตั้งตัว   แต่แล้วก็พัดเลยหอบเอาความอบอุ่นจากไปด้วย  เหลือแต่ความหนาวเหน็บที่เกาะกินหัวใจ  ม่าน

น้ำแข็งหนาจนยากที่จะละลายให้หมดไปได้

 

 

ผมปล่อยให้น้ำตามันไหลมาชะโลมหัวใจที่แห้งผากของตัวเอง  จนรู้สึกว่าไม่มีจะไหลอีกแล้ว  ถึงได้ทำธุระส่วน

ตัวแล้วลงไปข้างล่างเตรียมตัวไปเรียน     เอ๊ะ....เสียงใครคุยกันข้างล่างนะ    แม่กลับมาแล้วเหรอ  ผมรีบวิ่งลง

ไปข้างล่าง


“แม่ครับ  กลับมาแล้วเหรอ”  ผมวิ่งไปกอดด้านหลังแม่ที่กำลังจัดจานอยู่ที่โต๊ะอาหาร   รู้สึกคิดถึงแม่จับใจ  อยาก

จะให้อ้อมกอดของแม่ช่วยคลายความหนาวในใจลงไปบ้าง  


“ว่าไงฮึ๊ตัวแสบ   แม่ไม่อยู่อาทิตย์นึงไปก่อเรื่องอะไรไว้รึเปล่าหล่ะเรา แล้วทำไมตาบวมขนาดนี้หล่ะลูก”   แม่ทัก

ขึ้นเมื่อหันมาเมื่อเห็นหน้าผมชัดๆ  จับหน้าผมหันไปหันมา   พอเห็นหน้าแม่น้ำตาก็แทบจะรื้นขึ้นมาอีกรอบ  ทั้งๆที่

คิดว่ามันไม่สามารถไหลได้อีกแล้วแท้ๆ

 

 

 

 

“จะอะไรซะอีกหล่ะครับคุณแม่  ก็เมื่อวานลูกชายคุณแม่ปวดหัวจนร้องไห้ขี้แยเป็นเด็กๆเลยครับ”    เสียงของคน

ที่อยู่ในครัวแว่วออกมา    เจ้าของเสียงเดินออกมาพร้อมกับยกกับข้าวควันฉุยออกมาด้วย


 

“คุณฮยอง!” ผมร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ  ทำไมฮยองยังอยู่ที่นี่หล่ะ   ก็ไม่ได้จำเป็นจะต้องอยู่ดูแลกันแล้วนี่

  ผมคิดวนไปวนมา แต่ก็ตอบคำถามตัวเองไม่ได้  ได้แต่ส่งสายตาสงสัยส่งไปให้คุณฮยอง


 

“ไหน....ปวดหัวเหรอลูก  ทำไมขี้แยเป็นเด็กๆอย่างนั้นหล่ะ  ลำบากพ่อคุณเค้าแย่เลย  คุณก็อย่าเพิ่งรำคาญน้อง

นะ  อูยองเป็นเด็กขี้อ้อนยังงี้แหล่ะ  โดยเฉพาะเวลาอยากจะเรียกร้องความสนใจหน่ะนะ”  แม่หัวเราะพร้อมกับโยก

หัวผมไปด้วย       


 

“ฮะฮะ....ไม่หรอกครับ  ลูกอ้อนแค่นี้ผมรับมือได้สบายมากครับ ”  ผมหันขวับไปมองพ่อคุณแสนดีของแม่  คำพูด

มันก็ฟังดูดีอยู่หรอกนะ  แต่ไอ้สายตาล้อเลียนวิบวับนั่น  เห็นแล้วอยากจะเอานิ้วจิ้มตาจริงเชียว  แล้วผมไปอ้อน

คุณฮยองที่ไหนกัน  ชริ....

 

 

 

“ทำไมคุณฮยอง  ยังอยู่อีกหล่ะ  ผมนึกว่าฮยองจะกลับบ้านไปแล้วซะอีก”  ผมถามสิ่งที่คาใจมาตั้งแต่เช้า ระหว่าง

ที่เรานั่งรถไปมหาลัยกัน


 

“ทำไมฮึ๊   พี่จะอยู่ฝากท้องบ้านเราไม่ได้รีไง  พอหายแล้วก็ไล่กันเลยนะ”  น้ำเสียงสะบัดช่วงท้าย  ทำให้ผมใจไม่

ดี  นี่คณฮยองโกรธผมรึเปล่าเนี่ย


 

“ไม่ใช่อย่างนั้นซักหน่อย     ผมก็แค่........ผมแค่คิดว่า  พอขาผมหายปกติแล้ว ฮยองจะไม่มาดูแลผมแล้วซะอีก” 

ได้แต่งึมงำก้มหน้ามองมือตัวเอง 


 

“ทำไมคิดยังงั้นหล่ะหืม?.............คิดมากนะเราหน่ะ   เราเป็นพี่น้องกันแล้วนี่นา  อีกอย่างพี่ชอบที่จะมีตัวป่วน

อย่างเราอยู่ข้างๆนะ  ชีวิตมันมีสีสันดี  ฮ่าฮ่า” 


 

“ป่วนอะไรกัน   ผมไม่ใช่ตัวป่วนซักหน่อย”  จิกสายตามองคนพี่ไปหนึ่งที  ปฏิกิริยาที่ทำให้คนข้างๆต้องหลุด

หัวเราะออกมา อะไรกันมาว่าเค้าป่วนได้ยังไง 


 

แต่คำพูดคุณฮยองเมื่อกี้ทำให้หัวใจผมพองฟูแปลกๆแฮะ    เวลาไม่นาน แต่ผู้ชายคนนี้ช่างมีอิทธิพลกับจิตใจผม

มากจริงๆ    ร้องไห้  หัวเราะ  เศร้า  อมยิ้มจนเมื่อยแก้ม   นึกถึงฉากดราม่าตัวเองเมื่อเช้าก็อดขำตัวเองไม่ได้  

สงสัยจะเป็นคนคิดมากอย่างที่คุณฮยองว่าจริงๆ   จะอยู่ด้วยกันไม่บอกซักคำฮึ๊  รู้ไหมว่าต้องเสียน้ำตาไปเท่าไหร่

แล้ว  

 

 

เฮ้อ......ถ้าผมยังอยู่ข้างๆผู้ชายคนนี้คงต้องทำใจกับอารมณ์เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของตัวเองซินะ 

 

 

 

 

 

ทิวทัศน์ข้างทางเคลื่อนผ่านกระจกรถไปอย่างอ้อยอิ่ง    ละอองหิมะปลิวไสวแตะแต้มย้อมทุกอย่างเป็นสีขาว

โพลนดั่งน้ำตาลไอซิ่งบนเค้กก้อนนุ่ม  สายลมแผ่วเบาหยอกล้อยอดไม้ให้พัดไสวโอนอ่อนไปตามทิศทางของ

สายลมเอาแต่ใจ   ถนนสีขาว มีเพียงรถแท็กซี่ที่พุ่งผ่านเส้นทาง  นำพาหัวใจของชายหนุ่มทั้งสองดวงให้มุ่งไป

ยังจุดหมายปลายทางเดียวกัน  ทิ้งไว้เพียงละอองสีขาวฟุ้งที่ม้วนตัวตามแรงลมแล้วลอยละล่องปกคลุมถนนให้

เป็นสีขาวเฉกเช่นเดิม

 

 

.......

.....

....

..

.

.

 

 

เกร็ดหิมะปลิวลงมาแตะแก้ม  ความเย็นที่สัมผัสทำให้รู้ว่าฤดูหนาวได้มาเยือนอีกปีแล้ว  ละอองสีขาวร่วงหล่น

กระทบผิวน้ำ แล้วละลายหลอมรวมกับผืนน้ำในสระ     วิวเดิมๆที่ผมได้นั่งมองมาสองเดือนเต็มๆ  ใกล้ได้เวลา

แล้วซินะ  ผมคิดพร้อมก้าวขาไปหน้ามหาวิทยาลัย   ใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่ผมมักจะมาหลบยืนมองหาใครบางคนจาก

มุมลับตานี้   สถานการณ์เดิมๆ แต่วันนี้มีอะไรที่แตกต่างไปจากเดิม   เมื่อมันได้นำมาอีกคนเข้ามาในชีวิตที่แสน

น่าเบื่อของผม

 

 

 

ผมเห็นเด็กผู้ชายน่ารัก  ล้มแปะลงท่ามกลางรถจักรยานที่ล้มระเนระนาด  ถึงจะงงเล็กน้อยกว่าเด็กแก้มอูมตาตี่มา

ทำอะไรตรงนี้   แต่เมื่อเห็นดวงตาเรียวที่มีน้ำตาคลอ  ปากเบะเหมือนจะร้องไห้ด้วยความเจ็บ  ทำให้อดไม่ได้ที่จะ

ยื่นมือออกไปจับจูง  หวังจะลบความเจ็บปวดและคงไว้แค่รอยยิ้มบนใบหน้าน่ารักนั่น    ความสัมพันธ์ของผมและ

เด็กแก้มเริ่มขึ้นเมื่อมือน้อยๆของเด็กคนนั้นยื่นมาจับมือผมไว้

 

 

โดยไม่รู้ตัวผมก็ตกปากรับคำที่จะดูแลเด็กแก้มคนนี้ไปซะแล้ว  อาจจะเพราะดวงตาเรียวไร้เดียงสา   ที่ยิ่งมองยิ่ง

ปรากฏดวงตาเรียวเล็กอีกคู่ของเด็กคนนั้นซ้อนทับเสมอ   ทำให้ไม่อยากจะสร้างความเจ็บปวดให้กับตาเรียวนั่น

อีกแล้ว  หรืออาจเป็นความเห็นแก่ตัวของผม