[Fiction-KhunWoo] Destiny 5/8

posted on 01 Dec 2011 10:17 by write-sara in 2PMFanfic

Chapter 5

 

Auther : Pure Wing

Pre-Story : Lucky I’m in love

 

วันนี้ผมตื่นด้วยนาฬิกาปลุกแบบมีกลิ่น    หอมจัง  กลิ่นเหมือนซุปที่พี่คุณทำเมื่อวานเลย  ผมลอยตามกลิ่นลงไปที่ห้องครัว   ทุกวันจะเห็นแม่ยืนทำอาหารเช้าให้ผม    แต่วันนี้คนที่อยู่หน้าเตาเบื้องหน้าผมเป็นชายหนุ่มหล่อ (เกินมนุษย์)  ผิวขาวล้อกับแสงแดดยามเช้าดูเรืองรอง   นี่ถ้ามีปีกสีขาวงอกออกจากหลังคุณฮยองผมก็ไม่แปลกใจหรอกนะ   ผู้ชายคนนี้หล่อจนน่าจะเป็นศัตรูกับผู้ชายทั้งโลกเชียวหล่ะ  (หล่อจนน่าอิจฉา) 


“ฮยองทำอะไรหน่ะ”   ผมทักขึ้น ทำให้คนตรงหน้าหันมายิ้มให้   โอ้ว....วิ้งไปไหม  คุณฮยองอ่ะวิ้งไปไหมครับ  ผมส่ายหัวไล่ความมึนงงจากการโดนนิชคุณกระแทกวิ้งใส่แต่เช้า 

“ซุป” 

“ฮยองทำซุปอีกแล้ว”  ผมสังเกตุเห็นคุณฮยองชะงักมือที่กำลังคนหม้อซุป   นี่ผมพูดอะไรผิดรึเปล่าเนี่ย  หรือฮยองจะน้อยใจที่ผมบ่น  ผมแค่เปรยเฉยๆเองน้า  ผมยื่นหน้าไปมองคนที่กำลังยืนนิ่งหน้าหม้อซุป    นิชคุณหันมายิ้มให้ผมแล้วก็คนหม้อซุปต่อ   อ่า....ผมคงคิดไปเองหล่ะมั้ง

“วันนี้ตื่นเร็วจังครับ  พี่กะว่าทำซุปเสร็จจะขึ้นไปปลุกอยู่พอดี  รีบทานซิครับ  เดี๊ยวต้องไปแต่งตัวไปโรงเรียนอีกนะ” เออ..ผมลืมไปเลย  วันนี้ต้องไปโรงเรียนนี่นา  ผมรีบจัดการซุปตรงหน้า  รสชาดอร่อยไม่ต่างไปจากเมื่อวานเลยแฮะ  สงสัยท่าจะเป็นอาหารจานเก่งอย่างที่คุณฮยองว่าจริงๆ

 

“อูยองครับ    วันนี้ครบหนึ่งอาทิตย์แล้วนะ  นายต้องไปเช็คข้อเท้านะ อย่ามัวเถลไถลหล่ะ  พี่จะรออยู่ที่เดิมนะ” นิชคุณทักขึ้นมา ผมพยักหน้ารับหันกลับไปยิ้มให้คุณฮยอง  แล้วเดินขึ้นตึกเรียนไป   นั่นซินะ  วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่คุณฮยองจะมาดูแลผมแล้วซินะ   ถ้าข้อเท้าหายสนิทแล้วก็คงไม่มีเหตุผลอะไรให้เราต้องติดต่อกันอีก 

ทำไมผมถึงรู้สึกปวดใจขนาดนี้    ตอนเช้าคงไม่มีคนมายืนพิงประตูรั้วหน้าบ้าน  ตอนเย็นก็จะไม่มีผู้ชายที่นั่งรอเค้าอยู่ริมสระน้ำมหาลัยแล้วซินะ   คนที่เพิ่งเจอกันแค่อาทิตย์เดียว  ทำไมถึงรู้สึกผูกพันธ์ได้ขนาดนี้  ยิ่งคิดมันยิ่งรู้สึกปวดหนึบที่หัวใจชะมัด 

 

 

วันนั้นทั้งวันผมแทบจะเรียนไม่รู้เรื่องเลย   ได้ยินเสียงอาจารย์แว่วๆผ่านหูมา  รู้สึกเหมือนสรรพเสียงรอบตัวมันอยู่ห่างไกลจากตัวผม  ราวกับทุกสิ่งรอบตัวกำลังเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ในขณะที่ผมยังนิ่งอยู่กับที่  ทุกๆอย่างกำลังหมุนผ่านไป  ขณะที่ผมได้แต่เฝ้ามอง


“เฮ้ย.....ด้ง   เสียงออดหมดเวลาดังตั้งนานแล้วนะ  นายนั่งนิ่งทำซากไรฟะ  หิวแล้ว  ไป...ไปกินข้าวกันได้แล้ว”   เสียงชานซองปลุกผมตื่นจากภวังค์   ผมพยักหน้าตอบมันแล้วลุกเดินตามชานไปโรงอาหาร   สงสัยมันท่าจะหิวจริง  ก้าวซะไม่รอกันเลย  แต่ชานมันก็หิวตลอดเวลานี่นะ  ผมไม่เคยเห็นของกินห่างหายไปจากมือของชานซองเลยแม้แต่วินาทีเดียว   เหมือนของกินพวกนั้นหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งกับอวัยวะฮวางชานซองไปซะแล้ว

 

“อูยองอ่า..............นายไม่กินเหรอ”  ผมชะงักมือที่จับช้อนเขี่ยข้าวไปมา  มองหน้าอิหมีข้างตัว  อ่อ....แกไม่อิ่มซินะหมี 


“อือ.....นายเอาไปกินซิชาน  ชั้นไม่หิวอ่ะ”  ยังไม่ทันจะสิ้นคำผมดี   มันก็ลากข้าวผมไปโซ้ยเรียบร้อยโรงเรียนหมี   ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชานซองมันถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้   แต่ผมกลับแปลกใจมากกว่าว่ามันกินตั้งขนาดนี้ยังตัวเท่านี้ได้ก็เก่งเหนือมนุษย์แล้ว

 

 

“วันนี้นายเป็นไรอ่ะ  ชั้นเห็นนายนั่งเหม่อมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ”   ผมได้ยินเสียงชานซองถามขึ้นมา  หลังจากที่มันกำจัดอาหารข้างหน้าแบบไม่เหลือให้พิสูจน์หลักฐานได้     อิ่มแล้วซินะ  ถึงได้หันมาสนใจชั้นเนี่ย   ผมไม่น้อยใจชานซองหรอกนะ  เพราะผมรู้ว่าอาหารสำคัญกับชานซองแค่ไหน  และชานก็เป็นเพื่อนที่ดีมาก  ถ้าเพื่อนคนไหนเดือดร้อนไม่ว่าจะลำบากขนาดไหนชานซองพร้อมจะบุกตะลุยไปช่วยทันที  แต่ขออย่างเดียวอย่ายุ่งกะของกินของชานซอง   ถ้ายังไม่อยากเห็นหมีพิโรธหน่ะนะ


“วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ชั้นจะได้เจอคนๆนั้น  มันทำให้ชั้นรู้สึกเศร้าใจแปลกๆอ่ะ”   ชานซองตั้งใจฟังผมพูด  ท่าทางมันดูจริงจังกว่าผมซะอีกนะเนี่ย

“ทำไมนายต้องเศร้าใจด้วยหล่ะ  เค้าจะไปไกลเลยเหรอ?”


“อือ.......ก็เปล่าหรอก  บ้านเค้าอยู่ถัดไปบล็อคเดียวเอง   แต่.........เค้าคงจะไม่มาดูแลชั้นเหมือนเดิมแล้ว”


 “งั้นนายจะกังวลอะไรหล่ะ  ถ้าเค้าไม่มาหานาย  นายก็ไปหาเค้าซิ  บ้านก็อยู่ใกล้ๆกันหนิ”  เฮ้อ...พูดอ่ะมันง่าย  แต่ทำมันยาก  ผมยังไม่เคยไปบ้านคุณฮยองเลย  อยู่ดีๆจะให้บุกไปหาถึงบ้านเนี่ย  อ่า..........แค่คิดหน้าก็ร้อนผ่าวอีกแล้ว  

 

 

“นายรักเค้า?”  ผมตกใจกับคำถามที่โพล่ขึ้นมาของชานซอง


“อ่า.........อืม......คิดว่าอย่างนั้น       แต่.....แต่.....ระหว่างชั้นกับเค้ามันไม่น่าจะเป็นไปได้  เฮ้อ.....นายไม่เข้าใจหรอกชาน” 


“พี่ที่มารับนายทุกวันนั่นใช่ไม๊ คือคนที่นายกำลังพูดถึงอยู่นี่”    ผมหันขวับตาโตมองชานซอง  ทำไมวันนี้มันเซนส์แรงจังว้า


“นะ...นาย...นายรู้ด้วยเหรอชาน”  ตอนนี้ผมไม่กล้าแม้แต่มองหน้าเพื่อนสนิทตัวเอง  ชานมันรู้ว่าผมชอบคุณฮยอง  มันรู้ว่าผมหลงรักผู้ชายด้วยกัน   มันจะรู้สึกยังไงกับผมนะ  จู่ๆผมก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจับจิต   มือเย็นเฉียบจนต้องจับบีบไปมาเพื่อให้คลายอาการเย็นที่เกิดขึ้น


“ทำไมจะไม่รู้   อยู่ดีๆช่วงนี้ก็มีผู้ชายแปลกหน้าไปรับไปส่งนายทุกวัน”

“นายไม่รู้สึกว่า..........มันแปลกเหรอ”  ผมรู้สึกแปลกใจที่ชานมันดูไม่มีท่าทางตกใจ  หรือรับไม่ได้กับข่าวที่ได้ยินเลย

“แปลกซิ”  อ่า....นั่นซินะมันเป็นเรื่องไม่ปกติจริงๆนี่นา


“แต่มันก็ไม่ผิดนี่นา  ความรักไม่เลือกเพศ,วัย  ไม่เลือกสถานที่และเวลาหรอกนะ  ถ้านายจะรักใครซักคนนึง  มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดเลยอูยอง  แค่บังเอิญคนที่รักเป็นผู้ชายเหมือนกันก็แค่นั้นเอง  เรื่องหัวใจมันห้ามกันไม่ได้หรอก  เพราะงั้นยอมรับหัวใจตัวเอง แล้วทำตามที่หัวใจนายบอกเถอะ  เชื่อชั้นเถอะชั้นเข้าใจนายดี  หึหึ”  ผมอึ้งกับประโยคที่ชานพูด   รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่ได้รู้ว่าเพื่อนสนิทที่สุดรับเรื่องนี้ได้   ผมไม่ขอให้ทุกคนเข้าใจ  ขอแค่คนที่รักผมเข้าใจ  แค่นี้ก็พอใจแล้ว   ผมยิ้มให้ชานซองเพื่อนที่ดีที่สุดของผม   แม้จะแอบตงิดท่อนท้ายประโยคในใจก็เหอะ  ทำไมมันถึงบอกว่ามันเข้าใจผมดี  แล้วยังเสียงหัวเราะแปลกๆนั่นอีก  

 

 

 

 

“เฮ้ยด้ง.........นั่นมันเด็กนายนี่หว่า  ทำไมอยู่กับจุนซูฮยอง แทคฮยองวะ”   อยู่ดีๆชานซองก็ทักขึ้นมาระหว่างที่กำลังเดินไปเรียนอีกตึกหนึ่ง   แล้วเด็กเดิกไรกันไอ้หมีนี่  ผมมองไปจุดที่ชานซองชี้ให้ดู  เออ...แต่นั่นใช่คุณฮยองจริงๆด้วย    ทำไมถึงอยู่กับพวกพี่จุนซูหล่ะ  เค้ารู้จักกันเหรอ   แทคฮยองกำลังกอดคอคุณฮยองดูสนิทสนมกันน่าดู  โดยมีจุนซูฮยองกำลังเมาส์อะไรซักอย่าง


“เฮ้ย......อูยองจะสายแล้วเว้ย  มองอยู่ได้  เดี๋ยวตอนเย็นค่อยถามเด็กนายก็ได้นี่หว่า  ไปเว้ยๆ นายกำลังจะทำให้ชั้นถูกหักคะแนนนะเฟ้ย   ถ้าเข้าสายอีกทีมีหวังชั้นได้ลงเรียนใหม่แน่ๆ”   ชานฉุดแขนผมลากขึ้นตึกเรียน     ไอ่นี่...กะโยนความผิดให้เพื่อนเลิฟเชียวรึ   ที่คะแนนมันโดนหักจนไม่เหลือจะให้หักแล้ว ก็เพราะมันชอบเข้าไปนั่งกินขนมไม่ดูตาม้าตาเรือในห้องเรียน  กินเสร็จแม่มหลับอีก  แค่นั้นไม่พอยังเจือกกรนอีกต่างหาก   สมควรให้โดนตัดคะแนนหล่ะ   ผมจำใจต้องวิ่งตามแรงหมีฉุด   เดี๋ยวค่อยถามคุณฮยองตอนเย็นก็ได้ฟะ

 

 

 

“คุณฮยอง”  ผมรีบวิ่งไปหาคุณฮยอง  นั่งคิดเรื่องที่เห็นคุณฮยองอยู่กับพวกพี่จุนซูจนไม่เป็นอันเรียนเลย  ความอยากรู้มันผุดๆจนอยากจะโดดเรียนลงไปถามซะเดี๋ยวนั้น   ถ้าไม่ติดว่ากลัวจะโดนคุณพ่อนิชคุณดุเอาอีก 

 

“อูยอง!  วิ่งยังงั้นได้ยังไงครับ  เราเพิ่งจะหายนะ  ถ้าเกิดเจ็บข้อเท้าขึ้นมาอีกจะทำยังไงฮึ”   นั่นไงคุณพ่อนิชคุณเริ่มอินโทรแล้ว


“ผมหายแล้วน่าฮยอง”   พองแก้มพร้อมตวัดสายตาพิฆาตใส่ไปหนึ่งที  ทำไมชอบทำเหมือนผมเป็นเด็กๆตลอดเลยนะ


“ประมาทไม่ได้หรอก   เดี๋ยวต้องให้หมอตรวจให้ละเอียดอีกทีว่าหายแน่แล้วรึเปล่า  เรานี่นะพี่บอกอะไรต้องดื้อตลอดเลย”  คุณพ่อนิชคุณเริ่ม Lesson 1 แถมยังเอามือมาขยี้หัวผมอีก 

 

“ฮยอง   ฮยองรู้จักกับจุนซูฮยอง,แทคฮยอนฮยองด้วยเหรอ?”  ผมรีบฮุคคำถามใส่ก่อนที่นิชคุณจะจัดบทสังสอน Lesson2 มาให้อีก   “ผมเห็นฮยองคุยกันเมื่อกลางวันอ่ะ”    เห็นท่าทางสงสัยของคุณฮยอง ผมเลยต้องขยายความซะหน่อย


“อืม     พี่เป็นเพื่อนกับแทคฮยอนเราเรียนไฮสคูลที่อเมริกามาด้วยกันหน่ะ”  


“แล้ว....แล้ว...ที่ฮยองมามหาลัยทุกวันนี่  มาหาแทคฮยองเหรอฮะ?”   ผมถามคำถามที่ค้างคาใจมานาน   ใจเต้นตึกๆลุ้นกับคำตอบที่จะได้รับ


“อื้ม...........ก็ไม่เชิงหรอก” คำตอบที่ไม่ช่วยให้เข้าใจซักเท่าไหร่นัก  ครั้นจะถามต่อแต่เมื่อเห็นแววตาเศร้าวูบผ่านตากลมโตคู่นั้น  ผมก็เลือกที่จะไม่พูดออกไป   บางทีการที่ไม่รู้อะไรเลยอาจจะดีกว่าก็ได้


“สายแล้ว  เราไปโรงพยาบาลกันเถอะอูยอง  เดี๋ยวจะเลยเวลานัดหมอนะ”   ผมพยักหน้าแล้วเดินตามคุณฮยองไปเงียบๆ

 

 

 

 

“ถึงหมอจะบอกว่าหายแล้ว  เราก็อย่าไปกระโดดโลดโผนนักหล่ะรู้ไม๊  เดี๋ยวเจ็บไปอีกจะแย่นะ”  พี่คุณเอ่ยขึ้นเมื่อเรามาถึงหน้าบ้านผม   หมอบอกว่าข้อเท้าผมหายดีแล้ว   เป็นครั้งแรกที่ผมอยากจะให้ตัวเองป่วยแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่อยากหายเลย  ไม่อยากให้คุณฮยองเลิกเป็นห่วงผม  ไม่อยากเลย 

  

ผมได้แต่คิดซ้ำไปซ้ำมา  แต่ก็พูดไม่ออก  รู้สึกถึงความร้อนรื้นขึ้นมาที่ขอบตา     จนต้องก้มหน้าเพื่อซ่อนน้ำตาที่มันกำลังจะโชว์ความอ่อนแอของเจ้าของ 


“อูยอง!  เป็นอะไรไปครับ  เจ็บข้อเท้าอีกเหรอ”  นิชคุณตกใจที่เห็นน้ำตาผมหยดแหม่ะลงที่พื้น   เข้ามาประคองหน้าผมให้เงยขึ้น  นี่ผมร้องไห้ให้คุณฮยองเห็นได้ยังไงเนี่ย  ผมได้แต่ส่ายหน้า  อยากจะหยุดน้ำตา  แต่ยิ่งคุณฮยองเกลี่ยน้ำตาบนแก้มให้  มันยิ่งไหลเป็นเขื่อนแตก  ทำไมผมถึงอ่อนไหวได้ขนาดนี้  แค่คิดว่าจะไม่ได้เห็นความอ่อนโยนของคุณฮยองอีกแล้ว  มันก็เจ็บจนเกินจะรับไหว 


“อูยองอ่า......ไม่เป็นไรนะครับ  มีอะไรบอกพี่ได้นะ  ชู่ว์....ร้องไห้ขี้มูกโป่งแบบนี้เดี๋ยวตาบวมหล่ะแย่เลยนะ”  นิชคุณกอดผมไว้  ผมได้ยินเสียงหัวใจคุณฮยองที่ข้างหู   เสียงที่นำพาความอบอุ่นซึมผ่านหัวใจผม  ทำไมวงแขนของผู้ชายคนนี้ถึงได้อบอุ่น อ่อนโยนได้ขนาดนี้นะ  ผมรู้สึกถึงหัวใจที่สงบนิ่งของตัวเอง มันไม่บีบรัดจนปวดร้าวเหมือนตอนแรกแล้ว


“ว่าไงครับ  บอกพี่ได้รึยังฮึ๊”  นิชคุณประคองผมเข้ามานั่งในห้องรับแขก  แขนทั้งสองข้างยังคงโอบกอดผมไว้  โยกตัวเบาๆราวกับจะกล่อมเด็กเล็กๆ  ถึงผมจะรู้สึกว่าฮยองช่างทำเหมือนผมเป็นเด็กห้าขวบ  แต่ผมก็รู้สึกดีเกินกว่าจะคัดค้านออกไป 


“งือ......ผม....ผม.....”  ผมพูดอู้อี้กับอกคุณฮยอง  จนคุณฮยองต้องดันตัวผมออกมาเพื่อจะฟังให้ชัดๆ  “หือ...ว่าไงนะครับ”


“ผม.....งื้อ.......”    จะให้ผมพูดอะไรหล่ะ  จะบอกความจริงไปได้ยังไงกันหล่ะ   อ๊ากกก  เขินจนอยากจะมุดใต้โซฟาให้มันรู้แล้วรู้รอดไป  ยิ่งคุณฮยองเลิกคิ้วเป็นเชิงถามกลับมาแบบนั้นผมจะตอบอะไรไปได้หล่ะ


“ผม........ปวดหัวอ่ะ”     ผมงึมงำโกหกออกไปคำโต  ก็ต้องก้มหน้าด้วยความละอาย 


“ปวดมากเลยเหรอครับ  ร้องไห้ซะพี่ใจคอไม่ดีเลยนะเราหน่ะ  ทีหลังเป็นอะไรก็บอกพี่นะ  พี่ไม่อยากเห็นเราร้องไห้เลย น้ำตาไม่เหมาะกับอูยองหรอกรู้ไม๊ครับ” 


“อื้อ......”  ผมก้มหน้างุดๆ พยายามเอาหลังมือป้ายน้ำตา น้ำมูกที่มันเลอะใบหน้าออก  แล้วยิ้มให้คุณฮยองเห็น       ในเมื่อคุณฮยองไม่อยากให้ผมร้องไห้  ผมก็จะไม่ร้อง

 

 

 

วันนี้คุณฮยองก็อยู่เป็นเพื่อนผมอีกคืน  ถึงผมจะรู้สึกละอายใจที่โกหกไปว่าไม่สบาย  แต่ก็ดีใจที่คุณฮยองอยู่ดูแลผม  ผมไม่อยากให้พี่เค้ากลับบ้านไป  เพราะกลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้เจอกันอีก  ยังไงวันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว  ผมเลยอ้อนขอให้เค้าอยู่เป็นเพื่อน   อยากจะทำตามใจตัวเองอย่างที่ชานซองว่าซักครั้ง  อยากจะสัมผัสความอบอุ่นของความรักให้เต็มที่  ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาถึง


ขณะที่ผมกำลังเคลิ้มๆ ใกล้จะหลับ  มือของคนที่นอนข้างเตียงก็เอื้อมมาจับมือผมไว้  คุณฮยองบอกว่าตอนเค้าเด็กๆเวลาไม่สบาย  แม่มักจะกุมมือเค้าไว้แบบนี้  มันทำให้เค้าหลับฝันดี   ผมก็เริ่มรู้สึกว่าคืนนี้ผมคงจะฝันดีแน่ๆ  ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากอุ้งมือค่อยๆซึมกลับมาสู่หัวใจ  ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บข้างนอก  ในห้องนอนผมตอนนี้คงเป็นที่ที่อบอุ่นที่สุด    การได้กุมมือกับคนที่เรารักมันมีความสุขแบบนี้เองซินะ   ผมคิดก่อนจะค่อยๆปิดเปลือกตาเข้าสู่นิทราที่แสนจะอบอุ่น

 

 

 

 

 

Talk :  บทนี้ตอนแรกตั้งใจจะดราม่าหนักกว่านี้  แต่ก็ทำร้ายเด็กด้งไม่ลง  เลยให้มันหวานปนขมอย่างนี้แหล่ะ  ไหนๆก็เป็นคืนสุดท้ายแล้วเลยให้เด็กด้งอ้อนซะพี่คุณไปไหนไม่ได้เลย   คิคิ....

เริ่มจะปล่อยปริศนามาทีละเล็กทีละน้อย  นิชคุณรู้จักกับจุนซูกับแทคฮยอนด้วย  จะเกี่ยวกับเรื่องที่พี่คุณไปมหาลัยเด็กด้งบ่อยๆรึเปล่าน้า   บทหน้าและหน้าๆคงปล่อยปมออกมาเรื่อยๆ  เตรียมใจโซ้ยมาม่ากันได้เลย   คึคึ....

ส่วนรีดเดอร์ที่ลุ้นว่าพี่คุณจะรักด้งน้อยรึยังนั้น  เร็วๆนี้คงจะได้รู้กันแล้วหล่ะค่ะ  ^.^ 

บทที่ 6 คงจะปล่อยออกมาช้าหน่อยนะคะ  เนื่องจากไรเตอร์หนีไปเที่ยวซึมซับบรรยากาศจะได้แต่งฟิคได้ดีขึ้น >> อ้างไปเรื่อย 555   แล้วก็เป็นจุดที่ต้องคลายปมแล้ว  ไรเตอร์เขียนซีนอารมณ์ไม่ค่อยเก่งเลยกระดึ๊บๆ  แต่จะพยายามปั่นออกมาให้เร็วที่สุดค่ะ  ช่วงนี้ก็อ่าน SF 100 Days Anniversary ของชานนูนอไปพลางๆแล้วกันนะคะ  (โยนให้ไรเตอร์1)   ฮร่า......  อยากจะเขียนให้จบภายในปีนี้ไม่รู้จะเป็นไปได้รึเปล่า   จากตอนแรกตั้งใจจะ 6 บทจบเหมือนฟิคหลัก (Lucky)  แต่คงไม่ได้แล้ว  อาจจะยืดไปถึง 10 ตอน   (แว้กกกกกกกกกก  ฟิคเรื่องแรกของช้านนทำไมมันยาวเยี่ยงนี้.......เคยเป็นแต่คนอ่าน  เพิ่งมาสัมผัสความยากของการแต่งฟิคก็คราวนี้หล่ะค่ะ  ซึ้งเลย T^T)   

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านนะคะ  ที่เข้ามาอ่านฟิคที่ไรเตอร์ตั้งใจแต่งขึ้นมา  บอกตรงๆตอนแรกไม่คิดว่าจะมีใครเข้ามาอ่านเลย  กะทำกันเล่นๆกะไรเตอร์1  พอเห็นคอมเมนท์ที่เพิ่มมากขึ้น  รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกค่ะ   ถึงแม้มันจะไม่มากมาย  แต่อยากให้รีดเดอร์ทุกคนทราบว่าไรเตอร์รู้สึกดีใจมากขนาดไหน   กำลังใจของคนแต่งฟิคก็มาจากรีดเดอร์เนี่ยหล่ะค่ะ   ขอบคุณจากใจค่ะ ^^

Writer2 : Pure Wing

Comment

Comment:

Tweet

พี่คุณอ่าาา...ทำไมยังเมินเฉยกับด้งอยู่อีกล่ะ
ไม่รักด้งหรอเนี่ยยย  ไม่นะ  มันจะเป็นแบบนั้นไม่ได้
มันเป็นแบบหวานปนขมจริงๆด้วยอ่าาา
เขียนสนุกดีนะ  ชอบๆๆๆ  ขอบคุณไรเตอร์มากนะ
ที่เสียสละเวลาแต่งฟิคอ่าาา  ติดตามอยู่นะ
เป็นกำลังใจให้นะ cry

#15 By kw on 2013-07-09 13:49

แอบสงสารด้งเบาๆ...กลัวว่าจะไม่ได้เจอพี่คุณอีก แล้วไหนจะคำถามนั้นอีก...
พาร์ทนี้มันทั้งหวานแต่ปนขมนิดๆ...
แล้วถ้าด้งหายแล้วล่ะ...พี่คุณยังจะมาดูแลด้งอีกป่ะ
คิดแล้วก็เศร้าไปกับด้ง...

#14 By DWY (103.7.57.18|110.77.136.253) on 2013-01-09 02:40

อั้ยย่ะ เดี๋ยวนี้เด็กมันร้าย เด็กมันอ้อนน้ะ
แล้วยังไงล่ะ คนโดนอูยองแอคแท็กเข้าไป สิ้นเลยไปไหนไม่รอด
55555555

#13 By Tumbmong on 2012-03-20 00:44

สงสารอูยองงี่อ่ะ T^T แล้ววันพรุ่งนี้จะเป็นยังงัยต่อไป วันที่คุณฮยองจะไม่มาดูแลแล้ว ง่า แล้วคุณฮยองล่ะรู้สึกยังงัย

#12 By Manee (58.8.234.249) on 2012-01-26 19:58

เข้ามาให้กำลังใจค่ะ ^^ ละก็ทวงตอน 6 เป็นนัยๆ... ไม่ช่ายละ 555 ล้อเล่นนะไรเตอร์จะได้ไม่เครียดไง แต่ก็อยากอ่านต่อจริงๆ (ซะงั้น)

น้องด้งคงจะเข้าใจผิดไปแล้วสินะว่าพี่คุณยังไงยังไงกะพี่แทค แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าบีบเท่าไหร่น้า น้องดูเศร้าขนาดนี้ เหมือนว่ารักพี่เค้าไปเต็มๆทั้งที่รู้จักกันไม่นาน (แต่ในความเป็นจริงมันก็เศร้าได้นะถึงจะเพิ่งรู้จักก็เถอะ...#ประสบการณ์ตรง - -") ส่วนที่ชอบก็คือ จนป่านนี้ยังเดาปมไม่ออกเลยค่ะว่าเรื่องมันเป็นมายังไง (สารภาพว่าไม่ได้อ่าน lucky เพราะหลักๆอ่านแต่ KY =///=) จะรอติดตามต่อไปนะคะ big smile

#3 By ~iii~ (61.90.82.7) on 2011-12-04 03:26

ด้งน้อย มีออดอ้อนอิพี่ก่อนจะจาก คนพี่ก็นะดูแลอย่างดี

แล้วหลังจากพรุ่งนี้ไป เค้าสองคนจะไม่มาเจอกันอีกเลยเหรอคะ

ทำไมด้งน้อยต้องกังวลขนาดนั้น สนิทกันมากขึ้นแล้ว

ถึงจะหมดหน้าที่ๆอิพี่คุณจะมาดูแลที่ด้งเจ็บขา

แต่หลังจากนี้ก็เจอกันพัฒนาความสัมพันธ์ ในฐานะพี่น้องไปก่อนก็ได้น๊าด้ง

ว่าแต่ต่อไปจะดราม่าแล้วเหรอคะเนี่ย คงเป็นเรื่องในอดีตของคุณฮยองสินะ

เดาไปเรื่อยๆ ถูกรึเปล่าไม่รู้ 555++ รออ่านตอนต่อไปนะคะ

ไรเตอร์สู้ๆ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

#2 By khundong (124.120.216.179) on 2011-12-02 00:09

จะติดตามนะคะ

สนุกดีอ่ะ แต่อย่าทำร้ายนู๋ด้งมากนะ น่าสงสารออก ฮิๆ



ปล.แทคซูเป็นไรกันอ่ะ อยากรู้มากกว่าเพื่อนอ๊ะป่าว? อิอิ

#1 By wtmg (171.4.100.113) on 2011-12-01 21:56