[Fiction-KhunWoo] Destiny 5/8

posted on 01 Dec 2011 10:17 by write-sara in 2PMFanfic

Chapter 5

 

Auther : Pure Wing

Pre-Story : Lucky I’m in love

 

วันนี้ผมตื่นด้วยนาฬิกาปลุกแบบมีกลิ่น    หอมจัง  กลิ่นเหมือนซุปที่พี่คุณทำเมื่อวานเลย  ผมลอยตามกลิ่นลงไปที่ห้องครัว   ทุกวันจะเห็นแม่ยืนทำอาหารเช้าให้ผม    แต่วันนี้คนที่อยู่หน้าเตาเบื้องหน้าผมเป็นชายหนุ่มหล่อ (เกินมนุษย์)  ผิวขาวล้อกับแสงแดดยามเช้าดูเรืองรอง   นี่ถ้ามีปีกสีขาวงอกออกจากหลังคุณฮยองผมก็ไม่แปลกใจหรอกนะ   ผู้ชายคนนี้หล่อจนน่าจะเป็นศัตรูกับผู้ชายทั้งโลกเชียวหล่ะ  (หล่อจนน่าอิจฉา) 


“ฮยองทำอะไรหน่ะ”   ผมทักขึ้น ทำให้คนตรงหน้าหันมายิ้มให้   โอ้ว....วิ้งไปไหม  คุณฮยองอ่ะวิ้งไปไหมครับ  ผมส่ายหัวไล่ความมึนงงจากการโดนนิชคุณกระแทกวิ้งใส่แต่เช้า 

“ซุป” 

“ฮยองทำซุปอีกแล้ว”  ผมสังเกตุเห็นคุณฮยองชะงักมือที่กำลังคนหม้อซุป   นี่ผมพูดอะไรผิดรึเปล่าเนี่ย  หรือฮยองจะน้อยใจที่ผมบ่น  ผมแค่เปรยเฉยๆเองน้า  ผมยื่นหน้าไปมองคนที่กำลังยืนนิ่งหน้าหม้อซุป    นิชคุณหันมายิ้มให้ผมแล้วก็คนหม้อซุปต่อ   อ่า....ผมคงคิดไปเองหล่ะมั้ง

“วันนี้ตื่นเร็วจังครับ  พี่กะว่าทำซุปเสร็จจะขึ้นไปปลุกอยู่พอดี  รีบทานซิครับ  เดี๊ยวต้องไปแต่งตัวไปโรงเรียนอีกนะ” เออ..ผมลืมไปเลย  วันนี้ต้องไปโรงเรียนนี่นา  ผมรีบจัดการซุปตรงหน้า  รสชาดอร่อยไม่ต่างไปจากเมื่อวานเลยแฮะ  สงสัยท่าจะเป็นอาหารจานเก่งอย่างที่คุณฮยองว่าจริงๆ

 

“อูยองครับ    วันนี้ครบหนึ่งอาทิตย์แล้วนะ  นายต้องไปเช็คข้อเท้านะ อย่ามัวเถลไถลหล่ะ  พี่จะรออยู่ที่เดิมนะ” นิชคุณทักขึ้นมา ผมพยักหน้ารับหันกลับไปยิ้มให้คุณฮยอง  แล้วเดินขึ้นตึกเรียนไป   นั่นซินะ  วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่คุณฮยองจะมาดูแลผมแล้วซินะ   ถ้าข้อเท้าหายสนิทแล้วก็คงไม่มีเหตุผลอะไรให้เราต้องติดต่อกันอีก 

ทำไมผมถึงรู้สึกปวดใจขนาดนี้    ตอนเช้าคงไม่มีคนมายืนพิงประตูรั้วหน้าบ้าน  ตอนเย็นก็จะไม่มีผู้ชายที่นั่งรอเค้าอยู่ริมสระน้ำมหาลัยแล้วซินะ   คนที่เพิ่งเจอกันแค่อาทิตย์เดียว  ทำไมถึงรู้สึกผูกพันธ์ได้ขนาดนี้  ยิ่งคิดมันยิ่งรู้สึกปวดหนึบที่หัวใจชะมัด 

 

 

วันนั้นทั้งวันผมแทบจะเรียนไม่รู้เรื่องเลย   ได้ยินเสียงอาจารย์แว่วๆผ่านหูมา  รู้สึกเหมือนสรรพเสียงรอบตัวมันอยู่ห่างไกลจากตัวผม  ราวกับทุกสิ่งรอบตัวกำลังเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ ในขณะที่ผมยังนิ่งอยู่กับที่  ทุกๆอย่างกำลังหมุนผ่านไป  ขณะที่ผมได้แต่เฝ้ามอง


“เฮ้ย.....ด้ง   เสียงออดหมดเวลาดังตั้งนานแล้วนะ  นายนั่งนิ่งทำซากไรฟะ  หิวแล้ว  ไป...ไปกินข้าวกันได้แล้ว”   เสียงชานซองปลุกผมตื่นจากภวังค์   ผมพยักหน้าตอบมันแล้วลุกเดินตามชานไปโรงอาหาร   สงสัยมันท่าจะหิวจริง  ก้าวซะไม่รอกันเลย  แต่ชานมันก็หิวตลอดเวลานี่นะ  ผมไม่เคยเห็นของกินห่างหายไปจากมือของชานซองเลยแม้แต่วินาทีเดียว   เหมือนของกินพวกนั้นหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งกับอวัยวะฮวางชานซองไปซะแล้ว

 

“อูยองอ่า..............นายไม่กินเหรอ”  ผมชะงักมือที่จับช้อนเขี่ยข้าวไปมา  มองหน้าอิหมีข้างตัว  อ่อ....แกไม่อิ่มซินะหมี 


“อือ.....นายเอาไปกินซิชาน  ชั้นไม่หิวอ่ะ”  ยังไม่ทันจะสิ้นคำผมดี   มันก็ลากข้าวผมไปโซ้ยเรียบร้อยโรงเรียนหมี   ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชานซองมันถึงได้ตัวใหญ่ขนาดนี้   แต่ผมกลับแปลกใจมากกว่าว่ามันกินตั้งขนาดนี้ยังตัวเท่านี้ได้ก็เก่งเหนือมนุษย์แล้ว

 

 

“วันนี้นายเป็นไรอ่ะ  ชั้นเห็นนายนั่งเหม่อมาตั้งแต่เช้าแล้วนะ”   ผมได้ยินเสียงชานซองถามขึ้นมา  หลังจากที่มันกำจัดอาหารข้างหน้าแบบไม่เหลือให้พิสูจน์หลักฐานได้     อิ่มแล้วซินะ  ถึงได้หันมาสนใจชั้นเนี่ย   ผมไม่น้อยใจชานซองหรอกนะ  เพราะผมรู้ว่าอาหารสำคัญกับชานซองแค่ไหน  และชานก็เป็นเพื่อนที่ดีมาก  ถ้าเพื่อนคนไหนเดือดร้อนไม่ว่าจะลำบากขนาดไหนชานซองพร้อมจะบุกตะลุยไปช่วยทันที  แต่ขออย่างเดียวอย่ายุ่งกะของกินของชานซอง   ถ้ายังไม่อยากเห็นหมีพิโรธหน่ะนะ


“วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ชั้นจะได้เจอคนๆนั้น  มันทำให้ชั้นรู้สึกเศร้าใจแปลกๆอ่ะ”   ชานซองตั้งใจฟังผมพูด  ท่าทางมันดูจริงจังกว่าผมซะอีกนะเนี่ย

“ทำไมนายต้องเศร้าใจด้วยหล่ะ  เค้าจะไปไกลเลยเหรอ?”


“อือ.......ก็เปล่าหรอก  บ้านเค้าอยู่ถัดไปบล็อคเดียวเอง   แต่.........เค้าคงจะไม่มาดูแลชั้นเหมือนเดิมแล้ว”


 “งั้นนายจะกังวลอะไรหล่ะ  ถ้าเค้าไม่มาหานาย  นายก็ไปหาเค้าซิ  บ้านก็อยู่ใกล้ๆกันหนิ”  เฮ้อ...พูดอ่ะมันง่าย  แต่ทำมันยาก  ผมยังไม่เคยไปบ้านคุณฮยองเลย  อยู่ดีๆจะให้บุกไปหาถึงบ้านเนี่ย  อ่า..........แค่คิดหน้าก็ร้อนผ่าวอีกแล้ว  

 

 

“นายรักเค้า?”  ผมตกใจกับคำถามที่โพล่ขึ้นมาของชานซอง


“อ่า.........อืม......คิดว่าอย่างนั้น       แต่.....แต่.....ระหว่างชั้นกับเค้ามันไม่น่าจะเป็นไปได้  เฮ้อ.....นายไม่เข้าใจหรอกชาน” 


“พี่ที่มารับนายทุกวันนั่นใช่ไม๊ คือคนที่นายกำลังพูดถึงอยู่นี่”    ผมหันขวับตาโตมองชานซอง  ทำไมวันนี้มันเซนส์แรงจังว้า


“นะ...นาย...นายรู้ด้วยเหรอชาน”  ตอนนี้ผมไม่กล้าแม้แต่มองหน้าเพื่อนสนิทตัวเอง  ชานมันรู้ว่าผมชอบคุณฮยอง  มันรู้ว่าผมหลงรักผู้ชายด้วยกัน   มันจะรู้สึกยังไงกับผมนะ  จู่ๆผมก็รู้สึกกลัวขึ้นมาจับจิต   มือเย็นเฉียบจนต้องจับบีบไปมาเพื่อให้คลายอาการเย็นที่เกิดขึ้น


“ทำไมจะไม่รู้   อยู่ดีๆช่วงนี้ก็มีผู้ชายแปลกหน้าไปรับไปส่งนายทุกวัน”

“นายไม่รู้สึกว่า..........มันแปลกเหรอ”  ผมรู้สึกแปลกใจที่ชานมันดูไม่มีท่าทางตกใจ  หรือรับไม่ได้กับข่าวที่ได้ยินเลย

“แปลกซิ”  อ่า....นั่นซินะมันเป็นเรื่องไม่ปกติจริงๆนี่นา


“แต่มันก็ไม่ผิดนี่นา  ความรักไม่เลือกเพศ,วัย  ไม่เลือกสถานที่และเวลาหรอกนะ  ถ้านายจะรักใครซักคนนึง  มันไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดเลยอูยอง  แค่บังเอิญคนที่รักเป็นผู้ชายเหมือนกันก็แค่นั้นเอง  เรื่องหัวใจมันห้ามกันไม่ได้หรอก  เพราะงั้นยอมรับหัวใจตัวเอง แล้วทำตามที่หัวใจนายบอกเถอะ  เชื่อชั้นเถอะชั้นเข้าใจนายดี  หึหึ”  ผมอึ้งกับประโยคที่ชานพูด   รู้สึกสบายใจมากขึ้นที่ได้รู้ว่าเพื่อนสนิทที่สุดรับเรื่องนี้ได้   ผมไม่ขอให้ทุกคนเข้าใจ  ขอแค่คนที่รักผมเข้า