[SF-ChanNuneo] 100 Days Anniversary
posted on 28 Nov 2011 21:54 by write-sara in 2PMFanficAuther : Banana-Sherbet (writer1)
Rating : PG 18+
ปัง!!!
เสียงประตูห้องที่ถูกกระแทกปิดอย่างแรงตามอารมณ์เดือดปุดๆของเจ้าของ เกือบกระแทกโดนหน้าใครอีกคนที่กำลังจะก้าวเท้าตามอีกฝ่ายเข้าไปในห้อง
ก๊อก ก๊อก
“จุนโฮ เค้าเข้าไปน๊า” คนที่เกือบถูกประตูกระแทกดั้งจมูก ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าห้องของคนอารมณ์เสีย
เดินเข้ามาถึงได้เห็นว่าคนที่เดินเข้ามาก่อนนอนกอดหมอนหันหลังให้เสียแล้ว
‘เฮ้อ ชานซองเอ๊ย นี่นายทำอะไรผิดอีกแล้ววะเนี่ย’ เจ้าตัวเกาหัวแกรกๆ นึกบ่นอยู่ในใจ แน่นอนว่าเขาไม่กล้าพูดแบบนี้ออกมาให้อีกฝ่ายได้ยินหรอก ไม่งั้นมหกรรมการง้อคงต่อยาวไปอีกหลายวันแน่ๆ
ชานซองเดินเข้าไปทรุดนั่งลงที่เตียง ก่อนจะใช้มือขยี้ที่หัวของคนแสนงอนที่นอนหันหลังให้
“จุนโฮอ่า หันมาคุยกันหน่อยนะ นะ นะ” เจ้าของเสียงพยายามทำเสียงบ้องแบ๊วน่ารัก พร้อมทั้งเอามือไปโยกหัวคนขี้งอน แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่นิ่งเงียบ แถมยังปัดมือเขาออกอีกต่างหาก
“จุนโฮ มีอะไรก็คุยกันสิ น๊า” คนตัวใหญ่กว่าพยายามที่จะยื่นหน้าเข้าไปหา แต่อีกคนก็ซุกหน้าเข้ากับหมอนนอนนิ่ง ประหนึ่งไม่ยอมรับรู้ใดๆทั้งสิ้น
ชานซองลอบถอนหายใจ ก่อนจะล้มตัวลงนอนเบียดเข้าหาคนขี้งอน ที่กอดหมอนแน่นประหนึ่งว่ากลัวหมอนรูปแตงโมใบโปรดจะหายไปจากโลกนี้อย่างงั้นแหละ
คนตัวใหญ่กว่าเขยิบเบียดเข้าไปหาก่อนจะยกมือขึ้นมากอดคนแสนงอนเข้ามาแนบไว้กับตัวเอง
“จุนโฮ โกรธอะไรอ่ะหื้ม คุยกันสิ” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบอยู่ที่ริมใบหูของคนในอ้อมกอด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเงียบไป ชานซองเลยใช้แรงที่มีมากกว่าจับอีกฝ่ายให้ผลิกหันกลับมาเผชิญหน้ากัน ดวงตาโตหวานซึ้งจ้องเข้าไปในดวงตาเล็กที่ตอนนี้มีน้ำใสๆรื้นอยู่ที่ขอบตา
มือหนาลูบไล้ปาดน้ำตาที่เอ่อของคนตรงหน้าก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แนบกับอก มือของคนตัวใหญ่ลูบหัวของคนในอ้อมกอด สัมผัสที่แทนทั้งคำปลอบประโลม และคำขอโทษ ที่แม้เขาจะยังไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดแต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ทำให้คนตัวเล็กของเขาคนนี้มีน้ำตาอีกแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาน่าจะรู้นิสัยของคนรักของเขาดีกว่าใคร ว่าคนคนนี้ขี้น้อยใจแค่ไหน ชานซองเอ๊ยนายมันไม่เอาไหนอีกแล้ว
“จุนโฮ” ชานซองกระซิบเข้ากับกลุ่มผมหยักศกของคนในอ้อมกอด
“หื้ม” คนแสนงอนส่งเสียงอู้อี้ตอบรับออกมา
“ตกลงว่าเป็นอะไรหื้มมม” เสียงเอ่ยถามทอดกระแสอ่อนหวานงอนง้อ
“ก็......ที่ห้องดนตรี.....” จุนโฮเอ่ยออกมาแค่นั้นก็เงียบไป ก่อนจะมุดหน้ากลับเข้าไปในอ้อมกอดของคนตัวใหญ่กว่าอีกครั้ง
“ห้องดนตรี?? อ๋อออออ” คิ้มเข้มขมวดเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ก่อนเจ้าตัวจะร้องอ๋อออกมา พร้อมกับปล่อยเสียงหัวเราะ
มือใหญ่ขยี้กลุ่มผมของคนในอ้อมกอดอย่างหมั่นเขี้ยว เขารู้แล้วว่าจุนโฮงอนเรื่องอะไร เพราะว่าวันนี้มีรุ่นน้องที่ชมรมคนนึงเอาคุ้กกี้มาให้เขาที่ห้องดนตรี จุนโฮคงมาเห็นเข้าพอดี มิน่าล่ะ...
“น้องเค้าก็แค่เอาขนมมาให้น่ะ อย่าคิดมากนะ” ชานซองกระชับอ้อมกอดแน่นเข้า
“แล้วนายรับทำไม” เสียงใสยังคงติดจะสะบัดด้วยแรงอารมณ์
“ก็...มันน่าอร่อยดีออก เอามากินด้วยกันไง ไม่เอาน่า รับมาตามมารยาทเฉยๆ ใครๆเค้าก็รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน” ชานซองตอบก่อนจะก้มลงมาหอมกลุ่มผมหนานุ่มของคนตรงหน้า ผมจุนโฮทั้งหอมทั้งนิ่มชานซองเลยชอบที่จะขยี้ผมของจุนโฮเล่น ซึ่งแม้จะบ่นแต่จุนโฮก็ยอมให้ชานซองเล่นแบบนี้เสมอๆจนติดเป็นนิสัยไปเสียแล้ว
“หายโกรธแล้วใช่ม๊า ถ้าหายโกรธแล้ววันนี้เราไปปาร์ตี้ที่บ้านพี่แทคยอนกันนะ” ชานซองจับปลายคางของจุนโฮให้เงยขึ้นมาสบตาด้วย แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดออก ก่อนจะก้มลงไปซุกหน้าเข้ากับหมอนอีกรอบ
“ยังไม่หาย!!” เสียงหวานที่ตอบออกมา ทำเอาชานซองถึงกับชะงัก นี่คิดว่าง้อสำเร็จแล้วซะอีก แต่จุนโฮเป็นอะไรไปนะวันนี้ จะว่าเมนส์ไม่มา จุนโฮก็ไม่มีเมนส์ซักหน่อย เฮ้อ!!
“จุนโฮ เค้าทำอะไรให้ตัวเองโกรธอีกเหรอ เค้าขอโทษ อย่าทำแบบนี้เลยนะ นะ นะ” ชานซองเขยิบเบียดเข้าไปกอดคนตัวเล็กกว่าเข้ามาไว้แนบอก เขารู้ว่าจุนโฮชอบให้เขากอดยิ่งกว่าอะไร และวิธีนี้ก็ใช้ได้ผลทุกครั้งเวลาที่จุนโฮโกรธ แต่ทำไมวันนี้มันใช้ไม่ได้ผลเท่าที่ควรเลยนะ หรืออ้อมกอดเขาจะเสื่อมพลังกันซะแล้วเนี่ย
ได้ผล!! จุนโฮเขยิบเบียดเข้ามาหาเขา แต่.... “โอ้ย หยิกเค้าทำไมอ่ะ?”
คนตาตี่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนโดนหยิกที่ตอนนี้คลำป้อยอยู่ที่พุงของตัวเอง ก่อนจะผละออกมา แล้วลุกขึ้นมานั่งจ้องหน้าคนโดนหยิกที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีคดีติดหลังอะไรไว้อีก
“ตกลงนี่นายลืมจริงๆใช่มะ?” เสียงใสที่ตอนนี้เริ่มจะสูงปรี๊ดขึ้นตามแรงโมโห เขาก็รู้อยู่หรอกนะว่าชานซองไม่ค่อยจะคิดอะไร ตรงข้ามกับเขาที่คิดเล็กคิดน้อยไปหมด แต่นี่เจ้ายักษ์นี่มันจำไม่ได้จริงๆน่ะเหรอ นี่เขามีแฟนเป็นคนความจำเสื่อมหรือไงกันนะ ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด
“ลืม?? ลืมอะไร??” คนโดนหยิกพุงลุกขึ้นมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะงงกับคำกล่าวหาของคนรัก นี่เขาลืมอะไรอีกแล้วเหรอ?? ลืมจ่ายค่าห้อง ค่าน้ำ หรือค่าไฟ เอ เขาก็จ่ายหมดแล้วนี่นา.... หรือว่าลืมวันเกิดจุนโฮ เฮ้ย มันยังไม่ถึงซักกะหน่อย แล้วเขาลืมอะไรหว่า?? ยิ่งคิดคิ้วเข้มก็ยิ่งขมวดมุ่นเข้าหากัน ก่อนจะส่งสายตาอันแสนว่างเปล่ากลับไปให้คนรักที่ตอนนี้หน้าเริ่มบูดบึ้งขึ้นทุกทีทุกที
“ชานซองนายมัน.....งี่เง่า” โครม!! จุนโฮปาหมอนรูปแตงโมเข้าไปเต็มหน้าของหมีหน้าเซ่อ ก่อนจะลุก กระแทกส้นเท้าเดินหนีออกจากหอ
ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าโมโห เกือบจะหายโกรธอยู่แล้วเชียวนะ...เฮ๊อะ!! ชวนไปปาร์ตี้บ้านพี่แทคยอนงั้นเหรอ นายมันงี่เง่า ไอ้หมีชาน ไอ้หมีบ้า นายลืมกระทั่งวันครบรอบ 100 วันของเรางั้นเหรอ ไอ้บ้า ไอ้งี่เง่า อยากจะไปปาร์ตี้บ้าบอที่ไหนก็ไปเลย ชั้นมันโง่เองที่คิดว่านายจำได้แต่แกล้งลืม แล้วยังไอ้คุ้กกี้บ้าบอนั่นอีก ยังกะชั้นไม่รู้งั้นแหละว่าเด็กนั่นชอบนายขนาดไหน บอกมาได้ว่าน่ากิน ไอ้บ้าเอ๊ยยยย!!
จุนโฮเดินออกมาด้วยแรงโมโหจนมาหยุดอยู่ที่ริมสระน้ำในสวนสาธารณะใกล้บ้าน ตอนเดินออกจากบ้านก็มาเพราะว่าโมโห ไม่ได้หยิบเสื้อกันหนาวติดมือมาสักตัว รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่อารมณ์ร้อนในตัวคลายลงถึงได้รู้สึกว่าอากาศรอบด้านเริ่มเย็นลงแล้ว
ใช่สินี่มันหน้าหนาวแล้วนี่นา ทั้งเนื้อทั้งตัวก็มีแค่เสื้อแขนยาวใส่ติดออกมาตัวเดียว เฮ่อ ช่างเถอะ ขอนั่งให้อารมณ์เย็นก่อนแล้วค่อยกลับ กลับไปก็ทะเลาะกันเปล่าๆ คิดได้แค่นั้นน้ำตาอุ่นๆก็รื้นขึ้นมาที่ขอบตาให้เจ้าตัวยกหลังมือขึ้นมาป้ายน้ำตาทิ้ง ไม่อยากจะร้องไห้เลยจริงๆ ไม่ได้อยากเป็นคนขี้แงสักนิด แต่เพราะชานซองนั่นแหละที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ทุกที ฮือ ไอ้บ้าชานซอง...
จุนโฮนั่งเหม่อมองแผ่นน้ำเบื้องหน้าอยู่นาน พอรู้สึกตัวอีกทีก็มีเสื้อคลุมอุ่นๆคลุมลงมา พร้อมกับอ้อมกอดของใครอีกคนที่มานั่งอยู่ข้างๆดึงรั้งเขาเข้าไปกอดไว้ให้คลายความเหน็บหนาว ที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าปากตัวเองซีดเพราะความหนาวขนาดไหนแล้ว
อุ้งมือหนาลูบหัวลูบไหล่ของคนในอ้อมกอดให้อุ่นขึ้น จุนโฮจะรู้มั๊ยนะว่าเขาเป็นห่วงแค่ไหนที่เห็นว่าเจ้าตัวไม่ได้เอาเสื้อกันหนาวติดออกมาเลยสักตัวทั้งที่ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นจัดแล้ว เขาเดินตามหาจุนโฮอยู่นานก่อนจะคิดได้ว่าจุนโฮชอบมานั่งเล่นที่ริมสระน้ำนี่ประจำ
“จุนโฮ กลับบ้านกันเถอะนะ” ชานซองเอ่ยกระซิบก่อนจะพยุงให้คนที่กำลังหนาวสั่นลุกขึ้นยืนตาม ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าตามอย่างว่าง่าย
ชานซองพาจุนโฮกลับมานั่งที่เตียงในห้องนอน ก่อนจะลุกไปหาเครื่องดื่มอุ่นๆมาให้
“ดื่มอะไรอุ่นๆหน่อยนะ” ชานซองเดินมายื่นแก้วโกโก้ส่งให้ก่อนจะนั่งลงข้างๆ พร้อมกับดึงรั้งร่างบางเข้ามากอดไว้อย่างจะช่วยแบ่งความอบอุ่นไปให้คนในอ้อมกอด
“รู้สึกดีขึ้นมั๊ย” ชานซองชะโงกหน้าลงมาถามคนที่ก้มหน้าดื่มโกโก้อย่างเป็นห่วง ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ
จุนโฮวางแก้วโกโก้ลงก่อนจะหันกลับเข้ามากอดคนตัวใหญ่กว่าไว้แน่น “ขอโทษนะ” เสียงเอ่ยขอโทษดังอู้อี้ออกจากปากเจ้าตัว
“ขอโทษทำไม เค้าต่างหากต้องขอโทษที่ลืมวันสำคัญของเรา” ชานซองยิ้มก้มลงจูบที่หน้าผากของคนในอ้อมกอด
“นายจำได้?” จุนโฮเงยหน้าขึ้นมาสบกับนัยน์ตาหวานของคนตรงหน้า
“เพิ่งจำได้ตอนนายเดินออกไปนั่นแหละ ขอโทษนะ” ชานซองส่งนัยน์ตาพราวระยับพร้อมรอยแย้มยิ้มหวานมาให้ก่อนจะก้มลงมาจุมพิตคนแสนงอนในอ้อมแขน
“อื้ม งั้นเราหายกันนะ” จุนโฮส่งยิ้มจนตาหยีไปให้ก่อนจะซุกหน้าที่เริ่มขึ้นสีกับอ้อมอกแกร่งของคนตัวใหญ่
“วันนี้วันพิเศษ เราทำอะไรพิเศษๆกันดีกว่า” ชานซองเอ่ยกระซิบเสียงเบาเข้าที่ข้างหูของจุนโฮ เรียกให้อีกฝ่ายหน้าขึ้นสีแดงจัดกว่าเดิม
“ทำบ้าอะไรเล่า ไอ้ทะลึ่ง ไม่รู้ด้วยแล้ว” จุนโฮที่ตอนนี้หน้าแดงเพราะความร้อน พยายามดันตัวเองออกจากอ้อมกอดของคนทะลึ่ง แต่อีกฝ่ายกลับรั้งเอาไว้เสียแน่น
คนทะลึ่งส่งสายตาหวามหวานจ้องเข้าไปในดวงตาเล็กหยีของคนตรงหน้า ดวงตาหวานที่สะกดให้คนในอ้อมแขนเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ก็เพราะสายตาแบบนี้ที่ทำให้เขา คนอย่างอีจุนโฮต้องยอมแพ้ทุกที
ร่างหนากระชับอ้อมกอดก่อนจะก้มลงมาประทับริมฝีปากของตัวเองเข้ากับริมฝีปากบางของคนตัวเล็กกว่า เรียวลิ้นร้อนค่อยๆลุกล้ำเข้าหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆ จุนโฮเผยอริมฝีปากอ้ารับสัมผัสหวานนั้น สองร่างค่อยๆเขยิบเบียดเข้าหากัน
ชานซองดันให้อีกฝ่ายเอนกายลงบนเตียงนุ่ม ทั้งสองยังคงมอบจูบที่แสนอ่อนหวานและอ้อยอิ่งให้แก่กัน คนตัวใหญ่กว่าค่อยๆละมือลงมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของคนด้านล่างออกทีละเม็ด ร่างหนาไล้จูบไปตามใบหน้าของคนตัวเล็กกว่า ขบเม้มที่ใบหู ละเรื่อยลงมาฝากรอยรักสีแดงไว้ที่ซอกคอแสดงความเป็นเจ้าของ
มือหนาลูบไปมาตามหน้าท้องแบนราบของคนด้านล่าง ก่อนจะเริ่มถอดเข็มขัดและปลดกระดุมกางเกงยีนส์ ดึงรั้งให้กางเกงหลุดออกจากปลายเท้า แล้วร่างหนาก็ผละออกมาถอดเสื้อยืดและกางเกงของตัวเองออก ก่อนที่ทั้งสองคนจะกระชับอ้อมกอดเข้าหากันอีกครั้ง
ชานซองจับให้จุนโฮนอนตะแคงข้างก่อนที่ตัวเองจะนอนซ้อนทับอยู่ด้านหลัง มือหนาไล้วนไปบนหน้าท้องที่แบนราบก่อนจะค่อยๆรุกล้ำเข้าสัมผัสส่วนอ่อนไหวของคนตัวเล็กกว่า ร่างบางสั่นสะท้านรับการสัมผัสที่อ่อนโยน
“ชานซอง” เสียงหวานกระซิบแผ่ว ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันด้วยความหวั่นไหว ปล่อยให้อีกฝ่ายปรนเปรอให้ตัวเอง ร่างบางบิดเกร็งก่อนจะผ่อนคลายลง
ชานซองใช้มือข้างนึงเคล้นคลึงที่ยอดอกของคนตัวเล็ก เรียกเสียงสั่นพร่าของอีกฝ่าย ส่วนอีกมือนึงไล้วนอยู่บริเวณสะโพกกลมกลึงนั้น ก่อนจะค่อยๆสอดแทรกแกนกายส่วนที่แข็งขืนของตัวเองเข้าไป
“อ๊ะ ชะ ชาน” เสียงหวานแตกพร่า
“ไหวมั๊ย” ชานซองก้มลงมาหอมแก้มของคนในอ้อมกอด
“อื้มม” จุนโฮเงยหน้าขึ้นมาสบตา พร้อมกับส่งยิ้มก่อนจะดึงโน้มใบหน้าของชานซองเข้ามาจูบ
ชานซองค่อยๆรุกล้ำเข้าไปในกายของจุนโฮมากขึ้นทีละนิด จังหวะรักของทั้งคู่ค่อยๆบรรเลงไปอย่างเนิบช้าและอ่อนหวาน ปลายลิ้นเปียกชื้นไล้จูบพรมไปบนหลังของร่างเล็ก มือหนาเกี่ยวกอดร่างบางลูบไล้ไปมา ร่างหนากระตุกเกร็งก่อนจะสงบลง
ชานซองจับจุนโฮให้ผลิกกลับมาหา ก่อนจะกระชับอ้อมกอดของตัวเองเข้ามา พร้อมกับลูบไล้กลุ่มผมหนานุ่มนั้นเล่นอย่างเบามือ “ขอโทษนะ วันพิเศษของเราทั้งที ชั้นกลับทำให้นายต้องเสียน้ำตา แล้วก็...ทำให้นายได้แค่นี้”
“ชั้นก็ขอโทษนายเหมือนกันที่ขี้งอนมากไปหน่อย” จุนโฮกระซิบแผ่วเบากับแผ่นอกกว้างนั้น
“ถ้าไม่ขี้งอนก็ไม่ใช่จุนโฮของชั้นน่ะสิ ชั้นรักนายนะ” ชานซองก้มลงมาหอมแก้มคนแสนงอนของตัวเอง
“อื้อ ชั้นก็รักนาย” เสียงหวานใสตอบรับ เรียกรอยยิ้มกว้างจากคนตัวใหญ่ ก่อนที่สองร่างจะกระชับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นเข้าหากัน ท่ามกลางอากาศด้านนอกที่หิมะเริ่มโปรยปราย
“ขอบคุณนะชานซอง ขอบคุณที่นายรักชั้น”
Talk : สวัสดีจ้า ไรท์เตอร์ 1 มาแล้วววว
เอาฟิคสั้นๆคั่นเวลามาเสิร์ฟ ฟิคไม่ร้อนเพราะแอบดองไว้หลายวัน
ตอนแต่งฟังเพลงแล้วก็คิดถึงชานนูนอขึ้นมาซะงั้น
เลยต้องลุกมานั่งหงุงหงิงกับเรื่องของสองคนนี้กลางดึก คึคึคึ
อาจไม่ Smooth as Silk มากนักนะคะ
แม้ไรท์เตอร์จะเป็นเมนปู่แดกู
แต่ก็ยกมือเป็นแม่ยกชานนูนอเต็มตัว กรั่กๆๆ
ตอนแรกว่าจะเอามาโพสวันที่ 1 ธันวา แต่ช่วงนี้ชีวิตยุ่งเหยิง
วันนี้พอมีเวลาและเน็ตอำนวยเลยเอามาแปะให้ก่อน
เป็นฟิคต้อนรับเดือนธันวาแล้วกันนะคะ
สุขสันต์เดือนธันวาคม เดือนที่ไรท์เตอร์คิดเอาเองว่ามันโรแมนติคที่สุดในรอบปี

หลังจากขอร้อง ขู่เข็ญ บังคับ ขมขู่
ไรท์เตอร์ก็เอาชานนูนอลง ดีใจจัง
ยังงี้มันต้องฉลอง เอิ้กกก
หวาน แหวว ใสๆๆ น่ารักง่ะ
เดือนโรแมนติกที่สุดจริงอ่ะ คิคิ
#1 By andasongsomeone on 2011-11-28 22:40