[SF-TaecSu] The Boy Next Door 2/3

posted on 08 Nov 2011 12:26 by write-sara in 2PMFanfic

Rating : PG 20+

คืนที่ 2

 

แสงแดดส่องลอดเข้ามาจากทางหน้าต่าง ปลุกให้คนที่กำลังหลับไหลด้วยความอ่อนเพลีย ต้องฝืนลืมตาขึ้นมา ก่อนมือจะควานหานาฬิกาบนหัวนอนเพื่อดูเวลา ... 11.00 โมง นี่เค้านอนตื่นสายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย โชคดีว่าวันนี้ไม่ต้องออกไปเรียนยังมีเวลานอนได้อีกทั้งวัน

แต่พอเจ้าตัวขยับจะลุกขึ้นความเจ็บก็แล่นริ้วขึ้นมา ดึงสติให้คนเพิ่งตื่นนอนระลึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง แล้วจู่ๆหน้าก็ร้อนขึ้นมาด้วยความอาย เจ้าตัวซ่อนหน้าลงในผ้าห่ม ก่อนจะเหลียวมองสำรวจภายในห้อง

ไม่มีใครอยู่  ก็แน่ล่ะสินะ ใครจะอยู่รอ ไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย คิมจุนซูนายหวังอะไรลมๆแล้งๆกันล่ะเนี่ย มันก็แค่เรื่องชั่วข้ามคืน แล้วมันก็เกิดเพราะความเมาล้วนๆ ช่างเถอะชื่อหมอนั่นเรายังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

คิมจุนซูสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้น พาตัวเองเข้าไปอาบน้ำเพื่อเรียกความสดชื่น

หลังจากอาบน้ำเสร็จจุนซูกลับมารื้อค้นหาของกินในตู้เย็น ก่อนจะหยิบขนมปังกับแฮมออกมาทำแซนด์วิชกินง่ายๆพอขับไล่ความหิว และลดความปั่นป่วนจากอาการแฮงค์ 

เมื่อคืนไม่น่าบ้ายุเลยจริงๆ ตอนนี้นอกจากจะปวดหัวเพราะเมาค้างแล้วร่างกายเขายังรู้สึกปวดร้าวไปหมด ไม่เคยคิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้เลยจริงๆ   ว่าแต่หมอนั่นเป็นใคร ถ้าจำไม่ผิดเมื่อคืนหมอนั่นบอกว่าตัวเองชื่อ   แทคยอน ชื่อนี้เค้าไม่เห็นจะคุ้นหูเลยสักนิด แต่ทำไมนายแทคยอนนั่นถึงได้รู้จักห้องของเขา แล้วแถมยังสายตาที่มองมานั่นอีก .....

คิดถึงสายตาที่จ้องมองมารวมถึงรสจูบนั้น ก็ยิ่งทำให้หัวใจของจุนซูสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  จุนซูวนเวียนคิดถึงคนแปลกหน้าที่เพิ่งพบเมื่อคืน ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกรอบด้วยความอ่อนเพลีย

 

กริ๊งงง กริ๊งงงง 

โทรศัพท์กรีดเสียงร้อง เรียกให้เจ้าของเครื่องสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา มือควานหาโทรศัพท์ก่อนจะกดรับสาย

“ฮัลโหล” เจ้าของเครื่องกรอกเสียงงัวเงียเข้าไปในโทรศัพท์

“เฮ้ย นี่นายยังไม่ฟื้นอีกเหรอ คืนนี้ออกมาเจอกันที่เดิมนะ”  เสียงเพื่อนในกลุ่มที่โทรมาชวนให้เขาออกไปเที่ยวดังลอดออกมา

“อืออ คืนนี้คงไม่ไหวอ่ะ พวกนายไปกันเหอะ” คนถูกชวนที่ยังไม่หายปวดหัวดีบอกปฏิเสธ แบบที่นานๆทีถึงจะทำ เพราะปกติแล้วไม่ว่าเพื่อนจะชวนไปไหน เขาคนนี้พร้อมที่จะออกไปสังสรรค์ด้วยอย่างเต็มที่ทุกครั้ง แต่คราวนี้เห็นทีจะไม่ไหวจริงๆ

“อะไรวะ ทำยังกับไม่เคยเมาไปได้ ตามใจๆ ไว้คราวหน้าแล้วกัน”

“อือ ขอบใจ”

“เอ้อ...คนที่เจอเมื่อวาน วันนี้ก็มานะ มองมาทางนี้บ่อยๆสงสัยจะมองหานายว่ะ ฮ่าๆ แค่นี้ล่ะ”  ปลายสายพูดจบก็กดตัดสัญญาณไป แต่คนที่ได้ยินประโยคเมื่อกี๊กลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาด

เพราะข่าวที่ได้ยินจากเพื่อนเมื่อกี๊ ตอนนี้จุนซูถึงได้มายืนอยู่ที่หน้าผับแห่งเดิม และพอเดินเข้ามาสายตาก็สบเข้ากับนัยน์ตาแข็งๆ ของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่เดิม  สายตาที่ทำให้เลือดสูบฉีดขึ้นมาจนหน้าร้อนไปหมด อยากจะส่งยิ้มให้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายทำนิ่งเฉย มีหรือที่คนอย่างเขาจะยิ้มให้ก่อน

คิมจุนซูเบนสายตากลับไปมองหาเพื่อนๆ ก่อนจะเดินปรี่เข้าไปหา

“อ้าวเฮ้ย จุนซู ไหนบอกว่าไม่มาไง” เพื่อนๆในโต๊ะเอ่ยทักทายคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่

“อยู่ห้องแล้วก็เบื่อๆน่ะ ออกมาหาพวกนายดีกว่า”

“มาหาพวกชั้นแน่เร๊อ ไม่ได้ออกมาเพราะ...” เพื่อนคนเดิมเอ่ยปากแซว พร้อมกับปรายตามองไปยังใครบางคนที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์

“เฮ้ย ไม่เกี่ยวซะหน่อย เอาแก้วเหล้ามาดิ๊” จุนซูเสเปลี่ยนเรื่อง เพราะเกรงว่าเพื่อนจะรู้ว่าต้นเหตุที่ทำให้เขายอมออกมาคืนนี้จะเป็นเพราะคนคนเดียวกับที่เพื่อนคิดนั่นแหละ

แม้จะนั่งคุยอยู่กับเพื่อนๆ และปากบอกว่าไม่สนใจ แต่จุนซูก็อดที่จะแอบชำเลืองมองไปทางเคาน์เตอร์ไม่ได้อยู่ดี   ขนาดนั่งหน้านิ่งซะขนาดนั้นก็ยังเห็นว่ามีสาวๆวนเวียนเข้ามาหากันไม่ขาด เสน่ห์แรงจริงนะนายแทคยอนคนนี้

คิมจุนซูส่งสายตามองไปยังบรรดาหญิงสาวที่แวะเวียนกันเข้ามาขอชนแก้วกับแทคยอนอย่างไม่ขาดสาย บางรายถึงกับเข้าไปหอมแก้ม ฝ่ายแทคยอนเองก็ไม่ได้มีทีท่าที่จะปฏิเสธ ซึ่งเรียกให้คนที่แอบมองเกิดอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

“เฮ้ย จุนซู  นายเอาแต่นั่งมองอยู่ตรงนี้เดี๋ยวคนอื่นก็คาบไปกินหรอก” เพื่อนคนเดิมที่แอบสังเกตอาการของเพื่อนรักอยู่เดินมากอดคอพร้อมกับพยักเพยิดไปทางที่แทคยอนนั่งอยู่

“ชั้นไม่ได้สนใจอะไรหมอนั่นซักหน่อย นายอย่ามั่วน่า” จุนซูรีบปฏิเสธก่อนจะทำทีเป็นยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม ดับอารมณ์ขุ่นมัวในใจตัวเอง

“เหรอออ ก็ตามใจ แล้วจะหาว่าชั้นไม่เตือน” เพื่อนแกล้งลากเสียงล้อเลียนก่อนจะถือแก้วเหล้ากลับเข้าไปรวมกลุ่มเต้นกับเพื่อนๆคนอื่นๆ ทิ้งคนที่บอกว่าไม่สนใจให้นั่งหน้าบูดอยู่คนเดียว

หมอนั่นคงคิดว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นแค่เรื่องสนุกชั่วข้ามคืนสินะ ใช้สายตาแบบนั้นหลอกล่อใครมากี่คนต่อกี่คนแล้วล่ะ  เช๊อะ ...คนอารมณ์เสียเรียกให้เพื่อนเติมเหล้าให้ก่อนจะกระดกเอากระดกเอา โดยลืมคิดไปว่าอาการเมาค้างจากเมื่อวานก็ยังไม่ได้ดีขึ้นซักเท่าไหร่  กินเข้าไปไม่กี่แก้วอาการมึนหัวมันก็กลับมาอีกหน

 

“สวัสดีครับ ทำไมมานั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะครับ” เสียงทักทายพร้อมกับใครซักคนที่จุนซูไม่รู้จัก เดินเข้ามานั่งข้างๆอย่างถือวิสาสะ 

ตอนแรกก็ว่าจะไม่ตอบ แต่พอหางตาเหลือบไปเห็นว่าคนอีกคนที่ทำให้อารมณ์เสียกำลังมองมาก็นึกอยากจะยั่วโมโหขึ้นมาบ้าง  จุนซูถึงได้หันไปยิ้มตาหวานเยิ้มให้กับคนที่เข้ามาทัก ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึนชน

“วันนี้กลับยังไงครับ ให้ผมไปส่งมั๊ย” แขกไม่ได้รับเชิญยังคงพยายามชวนคุย พร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำ รวมถึงมือไม้ที่พยายามจะเกาะแกะ    ถ้าไม่ติดว่าคิดอยากจะทำเพื่อยั่วโมโหเจ้าคนหน้านิ่งนั่น ซึ่งก็ไม่รู้หรอก ว่าจริงๆแล้วจะยั่วขึ้นหรือเปล่า  ป่านนี้เขาคงได้ลุกหนีนายคนนี้กลับบ้านไปนานแล้วแน่ๆ

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้” ถึงยังไงเขาก็ไม่อยากให้หมอนี่ไปส่งถึงบ้านหรอกนะ

“ทำไมล่ะครับ ให้ผมไปส่งดีกว่า” แม้จะปฏิเสธยังไงแต่อีกฝ่ายก็ยังคงพยายามตื๊อขอไปส่งอยู่นั่นเอง

เกือบจะเอ่ยปากปฏิเสธออกไปอีกรอบอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่บังเอิญหันไปเห็นว่าแทคยอนลุกขึ้นเดินออกจากผับไปพร้อมกับผู้หญิงหุ่นสะโอดสะองคนหนึ่ง

“งั้นกลับกันเถอะครับ รบกวนไปส่งผมหน่อยนะ” อยู่ดีๆจุนซูก็ลุกขึ้น พร้อมเอ่ยชวนคนที่พยายามตื๊อขอไปส่งอยู่หลายรอบกลับบ้าน ซึ่งเรียกรอยยิ้มกว้างจากคนพยายาม ที่รีบกุลีกุจอประคองพาจุนซูที่เริ่มจะเดินเซออกมาจากผับ

ออกมาหน้าผับจุนซูส่ายสายตามองหาคนตัวสูงที่เดินนำออกมาก่อน แล้วก็พบว่าแทคยอนยืนพิงรถมอเตอร์ไซค์โดยมีผู้หญิงอีกคนยืนอยู่ด้วย ภาพที่เห็นแทคยอนยิ้มให้ผู้หญิงคนนั้น ทำเอาจุนซูถึงหน้าชา และด้วยแรงโมโห จึงแกล้งเดินผ่านหน้าให้แทคยอนเห็นว่าเขาขึ้นรถมากับคนอื่น

ในเมื่อหมอนั่นไม่สนใจเขา ไม่เห็นความสำคัญของเรื่องเมื่อวานเหมือนที่เขารู้สึก เขาก็จะไม่สนใจหมอนั่นเหมือนกัน ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห โมโหจนอยากจะร้องไห้

 

“บ้านคุณไปทางไหนครับ”  เจ้าของรถหันมาถามทาง ซึ่งจุนซูก็บอกจุดหมายปลายทาง ก่อนจะนั่งเงียบมาตลอดทาง

“ให้ผมขึ้นไปส่งนะครับ” พอถึงบ้าน คนมาส่งก็พยายามจะขอขึ้นไปส่งเขาถึงห้อง แต่จุนซูก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะหันหลังเดินกลับมา แต่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่คนไม่เจียมสังขารเผลอดื่มเข้าไปซะหลายแก้ว ก็ทำเอาเดินโซเซ จนเปิดโอกาสให้อีกคนเข้ามาประคอง

“เห็นมั๊ย ให้ผมขึ้นไปส่งดีกว่าครับ” คนมาส่งถือโอกาสประคองจุนซูขึ้นมาส่งถึงหน้าห้อง

“ขอบคุณครับ” จุนซูเอ่ยขอบคุณก่อนจะหันหลังไขประตูเข้าห้อง แต่พอจะปิดประตู คนที่มาส่งกลับพยายามจะดันประตูเดินตามเข้ามาด้วย

ถึงจะเมาแต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยของตัวเอง  จุนซูพยายามจะดันประตูปิด แต่ด้วยความเมาทำให้เรี่ยวแรงที่ควรจะมีมากกว่านี้กลับลดน้อยถอยลง จนทำให้อีกฝ่ายผลักเข้ามาในห้องจนได้

“อ่า กลับไปก่อนเถอะนะครับ” จุนซูพยายามฝืนพูดกับคนตรงหน้าที่เดินเข้ามาหาเขาเรื่อยๆ

“ไหนๆผมก็มาส่งแล้ว ขอค้างที่นี่เถอะนะครับ” คนพูดไม่พูดเปล่า แต่พยายามดันเขาให้เข้าไปในห้องมากขึ้นเรื่อยๆ

“เอ่อ ไม่สะดวกหรอกครับ คุณกลับไปเถอะ”  จุนซูพยายามออกปากไล่ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมกลับ แถมยังดันเขาไปจนติดผนังห้อง ก่อนจะพยายามโน้มเข้ามาหา  จุนซูพยายามรวบรวมสติและกำลังทั้งหมดผลักอีกฝ่ายไว้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะยื้อไปได้นานแค่ไหน

โง่จริงเชียว เขาไม่น่าประชดไอ้บ้านั่นด้วยวิธีนี้เลย สวรรค์ครับช่วยผมด้วย ผมไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย จุนซูที่เบี่ยงหน้าหลบ หลับตาสวดภาวนาให้มีคนมาช่วยอยู่ในใจ และเหมือนว่าพระเจ้าจะรับฟังคำขอของเขา

ผลั่ก

เสียงหมัดหลุนๆ กระแทกเข้าที่หน้าของคนที่กำลังพยายามลวนลาม ส่งผลให้คนถูกต่อยลงไปก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น  

จุนซูลืมตาขึ้นมาเห็นเหตุการณ์เลยรีบห้ามไม่ให้คนที่เข้ามาช่วยเข้าไปซ้ำคนที่ลงไปกองอยู่กับพื้น ก่อนจะรีบออกปากไล่คนโดนต่อยให้ออกไป

“กลับไปแล้วอย่ามาให้ชั้นเห็นหน้านายอีกนะ”  เจ้าของหมัดชี้หน้า ส่งผลให้คนถูกต่อยรีบหนีออกไปจากห้องอย่างเกรงว่าถ้าไม่รีบออกมา ฟันเขาอาจจะหักหมดปากเป็นแน่

 

“ไอ้นั่นมันทำอะไรนายรึป่าว” คนที่เข้ามาช่วยหันมาถามจุนซู  ซึ่งอีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะค่อยๆทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น  ขาที่เคยยืนอยู่ได้ตอนนี้กลับหมดแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ   น้ำตาที่ไม่คิดว่าจะไหลก็ดันไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้

“มันทำอะไร นายร้องไห้ทำไม” พอเห็นอาการของจุนซู  อีกฝ่ายก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะดึงร่างที่สั่นเทาของคนตรงหน้าเข้ามากอดอย่างพยายามจะปลอดขวัญ  ซึ่งจุนซูก็ยึดเกาะคนตรงหน้าเอาไว้แน่นเหมือนจะให้เป็นที่พี่ง

 

หลังจากจุนซูนั่งพักจนอาการดีขึ้น ก็เงยหน้าขึ้นไปสบตากับเจ้าของหมัดที่เข้ามาช่วยเขาไว้ได้อย่างเฉียดฉิวแต่ตั้งแต่เขาเลิกร้องไห้ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็เอาแต่เงียบ แถมเอาแต่ส่งสายตาเย็นชามาให้ โดยไม่พูดอะไรซักคำ

“หึ ชั้นไม่น่าเข้ามาขัดจังหวะนายสินะ” ริมฝีปากของคนเข้ามาช่วยเหยียดยิ้มหยันขึ้นมา  ไม่อยากจะพูดจาทำร้ายเลยสักนิด แต่ความโมโหของเขาตอนนี้มันกลับมีมากกว่า  จากเรื่องเมื่อคืน เขาหลงคิดไปว่าเรื่องของเขามันอาจจะเป็นไปได้ หวังว่าคืนนี้จะคุยกันให้รู้เรื่องแล้วแท้ๆ แต่ดูพฤติกรรมที่เห็นแล้ว คนคนนี้คงไม่ต่างอะไรกับพวกที่รักสนุกทั้งหลายนั่น ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห

“นายพูดอะไร” คนที่ตอนแรกรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง แต่พอได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาแบบนั้นก็ทำให้เส้นอารมณ์โมโหและน้อยใจมันพาลตึงขึ้นมาอีกครั้ง น้ำตาที่เพิ่งหยุดไหลก็พาลรื้นอยู่ที่ขอบตา แต่รอบนี้มันมาเพราะความน้อยใจคนตรงหน้ามากกว่า  ก็ใครกันล่ะที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ เจอกันแค่ครั้งสองครั้งทำไมเขาจะต้องเสียใจเพราะคำพูดของไอ้ยักษ์ตรงหน้านี่ด้วย

“ใช่ นายเข้ามาขัดจังหวะ  หมดธุระแล้วนายก็กลับไปได้ละ” ก็รู้หรอกว่าเขาเป็นคนหาเรื่องใส่ตัวเอง แต่จากที่จะเอ่ยแก้ตัว ตอนนี้ก็พาลไม่อยากจะแก้ตัวอะไรอีกแล้ว พูดจบจุนซูก็เดินเข้าไปลากแขนคนปากดีไล่ให้ออกไปนอกห้อง

“ถ้าชั้นมาขัดจังหวะ ชั้นจะรับผิดชอบให้เอง” คนที่ถูกกล่าวหาว่าเข้ามาขัดจังหวะ หันกลับมากระชากแขนจุนซูดึงให้เข้าไปใกล้

“นายเมา” จุนซูรู้สึกได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์ที่โชยออกมาพร้อมลมหายใจของคนตรงหน้า กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ดูเหมือนว่าเจ้าของลมหายใจจะดื่มเข้าไปไม่น้อย

“ใช่ชั้นเมา ก็เหมือนที่นายเมาไง” พูดจบคนที่บอกว่าตัวเองเมาก็ดึงจุนซูเข้ามาหาก่อนจะประกบริมฝีปากของตัวเองลงไป  จุนซูเม้มปากตัวเองแน่นพร้อมทั้งเบือนหน้าหนี แต่เหมือนว่ายิ่งเขาพยายามเบือนหน้าหนีก็ยิ่งทำให้อีกฝ่ายยิ่งพยายามรุกล้ำพื้นที่ในปากของเขามากขึ้นเท่านั้น  

ยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจ เขาห่วงขนาดไหนตอนที่เห็นจุนซูขึ้นรถมากับไอ้บ้านั่นเจ้าตัวจะรู้บ้างไหม ภาพที่เห็นยิ่งทำให้โมโหจนอยากจะฆ่าไอ้บ้านั่นให้ตายนัก แต่ที่เจ็บใจกว่าคือคนตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าจะไม่นึกห่วงตัวเองเลยสักนิด  แล้วยังคำพูดเมื่อกี๊ที่บอกว่าเขาเข้ามาขัดจังหวะงั้นเหรอ หึ  ดีล่ะ เขาจะสานต่อให้เอง

 

คนที่ตอนแรกเข้ามาช่วย ตอนนี้กลับกลายเป็นฝ่ายที่พยายามจะรังแกจุนซูเสียเอง ร่างสูงใหญ่ดันคนที่ตัวเล็กกว่าเข้าชิดผนัง ก่อนจะแทรกลิ้นของตัวเองเข้าไปความหาความหวานจากคนตรงหน้า  จุนซูที่พยายามจะดันคนที่ตัวใหญ่กว่าออกไป  จุนซูขยับปากเพื่อจะสูดลมหายใจแต่มันก็ทำให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาได้ง่ายขึ้น สุดท้ายคนที่เบือนหน้าหนีกลับแพ้ความปรารถนาในใจตัวเอง อ้าปากเผยอรับจูบอันเร่าร้อนนั้น

 

มือหนาแทรกเข้าไปในเสื้อของคนที่ถูกดันเข้าชิดผนัง ลูบไล้เคล้นคลึงยอดอกที่เรียกเสียงครางอือจากอีกฝ่าย ก่อนจะถอดเสื้อยืดสีขาวตัวบางออก พร้อมทั้งใช้ริมฝีปากไล่จูบร่างบางลงมาตั้งแต่ซอกคอ ไล้วนที่หน้าอก ก่อนจะค่อยๆลดต่ำลงไปเรื่อยๆ

 

แทคยอนใช้นิ้วมือปลดกระดุมกางเกงยีนส์ของจุนซูให้ลงไปกองอยู่ที่พื้น ก่อนจะใช้มือหยาบกอบกุมส่วนกลางลำตัวของคนตัวเล็กกว่า  เมื่อแทคยอนสัมผัสโดนส่วนอ่อนไหวจุนซูก็ถึงกับปล่อยเสียงครางออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ก่อนจะกัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่นด้วยความเสียวกระสัน

แทคยอนยืนขึ้นมาประกบปากกับคนตรงหน้า เรียวลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวกระหวัดรับซึ่งกันและกัน  ส่วนอ่อนไหวของคนตัวเล็กแข็งขืนขึ้นรับแรงสัมผัสจากคนตัวใหญ่กว่า ร่างบางบิดเกร็งก่อนจะปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นออกมา

คนตัวเล็กกว่าตอนนี้ใช้มือทั้งสองข้างถอดเสื้อยืดของร่างหนาออก แทคยอนปลดกระดุมกางเกงยีนส์ตัวเก่งก่อนจะถอดลงไปกองไว้ที่พื้นอย่างไม่สนใจใยดี  นิ้วมือของคนคนตัวใหญ่ค่อยๆลูบไล้อยู่ตรงสะโพกของคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะค่อยสอดนิ้วของตัวเองเข้าไปในช่องทางสำคัญ

“อ๊ะ...อื้อ” เสียงครางของคนตรงหน้ายิ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้ฟุ้งมากขึ้น  ทันทีที่คนตัวเล็กว่าส่งเสียงคราง ยิ่งเหมือนเป็นการกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่าย  แทคยอนกดจูบลงไปที่ซอกคอ ก่อนจะทิ้งรอยดูดดึงให้ผิวขาวขึ้นสี

ร่างหนายกสะโพกของคนตัวเล็กขึ้นมาแนบชิดกับตัวเอง ซึ่งร่างบางก็เอาขาเกี่ยวกระหวัดรับเอาไว้ ก่อนที่คนตัวใหญ่กว่าจะสอดใส่แกนกายของตนเองเข้าไป  สัมผัสที่บีบรัดเร่งให้เกิดอารมณ์มากยิ่งขึ้น ส่งให้คนตัวใหญ่เร่งจังหวะของตัวเองให้ถี่เร็วตามไฟแห่งอารมณ์  เสียงครางสองเสียงสอดประสานกัน

นิ้วมือเรียวสอดเข้าไปในกลุ่มผมหนาของคนที่กำลังครอบครองเป็นเจ้าของร่างกายของเขาอยู่  ริมฝีปากถูกเจ้าของขบกัดไว้จนขึ้นสี มือเรียวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของแทคยอน หน้าหวานโน้มเข้าไปบดเบียดปากของตัวเองกับคนตรงหน้า อ้อมกอดกระชัดเข้าหากันพาให้สองร่างแนบชิดกันมากขึ้น

“อา อืออ แทคยอน” ร่างเล็กปล่อยเสียงครางเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมา ยิ่งทำให้จังหวะของอีกคนยิ่งถูกปลุกเร้าให้เร่งเร้ามากขึ้น

ร่างหนาเกร็งกระตุกปลดปล่อยของเหลวออกมา เสียงหอบสั่นของสองคนประสานเข้าด้วยกัน ลมหายใจรินรดซึ่งกันและกัน จมูกโด่งคลอเคลียที่พวงแก้มขาวนวลก่อนยื่นหน้าเข้าไปจูบคนที่เกาะเกี่ยวเขาเอาไว้  และอุ้มพาคนตัวเล็กกว่าลงไปนอนที่เตียง

คนหน้าหวานปรือตาขึ้นมอง ลมหายใจถี่หอบ ก่อนจะส่งยิ้มพราวพร้อมประกายตาระยับให้คนตรงหน้า  ร่างหนากดจูบลงที่เปลือกตาของคนตัวเล็กกว่า ส่งให้อีกฝ่ายหลับตาพริ้มก่อนจะผล็อยหลับไปในอ้อมกอดนั้น

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่วันนี้เผลอดื่มเข้าไปอย่างปากพูด หรือเพราะโมโหคนตัวเล็กด้านล่าง กันแน่ ที่ทำให้เขาไม่อาจยับยั้งชั่งใจ ปล่อยให้อะไรมันเลยเถิดอย่างที่คิดว่าจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก  คนคนนี้มีอิทธิพลกับเขาอย่างประหลาดเหลือเกิน  แค่เห็นหน้าก็ทำให้ใจเขาสั่น ยิ่งได้สัมผัสยิ่งไม่อาจหักห้ามใจได้  นี่เขาทำผิดกับคนคนนี้อีกแล้วใช่มั๊ย

แทคยอนไล้มือลงไปที่แก้มของคนที่กำลังหลับสนิทอยู่ในห้วงนิทรา  ผมขอโทษนะจุนซู ผมจะไม่ทำแบบนี้กับคุณอีก ผมขอโทษจริงๆ

 

 

 

 

Talk:

แว๊กก ว่าจะให้แค่พ่อแง่แม่งอนเฉยๆ แล้วมันออกมาแบบนี้ได้เยี่ยงไร

เอาใหญ่แล้วนะ นี่แหนะๆ *เอานิ้วจิ้มกระโหลก*

ตอนหน้าให้มันจบเถอะนะ แต่งนานกว่านี้ดีกรีมันอาจจะพุ่งสูงขึ้นจนฉุดไม่อยู่

แต่งไปเอาทิชชู่อุดจมูกไป  ไม่ตายงานนี้จะไปตายงานไหน

แง่งๆๆๆ

Comment

Comment:

Tweet

สองคืนติดกันเลยหรอออ  ไฟแรงกันจริง คิคิ
แทค...แกรู้จักซูมาก่อนหรอออ
ดูเหมือนหลงรักซูมาตั้งแต่วัยเยาว์  ห้าห้า
แล้วทำไมซูถึงไม่รู้จักแทคอ่าาา  ไปอ่านต่อดีกว่า

#8 By kw on 2013-07-09 04:21

แรงมากกก เนี่ยคืนที่สองแล้วนะเนี่ย

#7 By cat (103.7.57.18|118.174.84.158) on 2012-05-05 01:09

งอนไปงอนมา..ฮ๊ายยย จบด้วยการ... ><


อยากเห็นตอนหวานแหววมั่งอ่ะ แทคซู คิคิ

#5 By wtmg (223.204.29.57) on 2011-11-10 02:16

โอวววว....อาร๊ายยยย...พ่อแง่แม่งอน
ทำรีดเดอร์...เลือดหมดตัวเล้ยยย.......
ชอบบบบ...ขอชานนูนอแบบนี้ด้วยนะค่ะ..หุหุหุ

#4 By pimnuneo (58.8.171.14) on 2011-11-08 19:55

จริงๆแทครู้จักจุนซูมาก่อนใช่มั้ยอ้ะ? รอตอนจบค่ะ

#3 By คนบ้า y on 2011-11-08 19:17

อ๊ายย!!~ เอาอีกแล้ววว >__<
แม่แง่แม่งอนอยู๋ดีๆทำไมเป็นเช่นนี้หน้อ!!~~
- ,. - เลือดพุ่งอีกแล้ว หุหุ

#2 By Ramfy on 2011-11-08 18:27

คิคิคิ รอชานนูนออยู่น่ะ ไรท์เตอร์ เอิ้กกก

#1 By andasongsomeone on 2011-11-08 15:00