[SF-TaecSu] The Boy Next Door 2/3

posted on 08 Nov 2011 12:26 by write-sara in 2PMFanfic

Rating : PG 20+

คืนที่ 2

 

แสงแดดส่องลอดเข้ามาจากทางหน้าต่าง ปลุกให้คนที่กำลังหลับไหลด้วยความอ่อนเพลีย ต้องฝืนลืมตาขึ้นมา ก่อนมือจะควานหานาฬิกาบนหัวนอนเพื่อดูเวลา ... 11.00 โมง นี่เค้านอนตื่นสายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย โชคดีว่าวันนี้ไม่ต้องออกไปเรียนยังมีเวลานอนได้อีกทั้งวัน

แต่พอเจ้าตัวขยับจะลุกขึ้นความเจ็บก็แล่นริ้วขึ้นมา ดึงสติให้คนเพิ่งตื่นนอนระลึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง แล้วจู่ๆหน้าก็ร้อนขึ้นมาด้วยความอาย เจ้าตัวซ่อนหน้าลงในผ้าห่ม ก่อนจะเหลียวมองสำรวจภายในห้อง

ไม่มีใครอยู่  ก็แน่ล่ะสินะ ใครจะอยู่รอ ไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย คิมจุนซูนายหวังอะไรลมๆแล้งๆกันล่ะเนี่ย มันก็แค่เรื่องชั่วข้ามคืน แล้วมันก็เกิดเพราะความเมาล้วนๆ ช่างเถอะชื่อหมอนั่นเรายังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

คิมจุนซูสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้น พาตัวเองเข้าไปอาบน้ำเพื่อเรียกความสดชื่น

หลังจากอาบน้ำเสร็จจุนซูกลับมารื้อค้นหาของกินในตู้เย็น ก่อนจะหยิบขนมปังกับแฮมออกมาทำแซนด์วิชกินง่ายๆพอขับไล่ความหิว และลดความปั่นป่วนจากอาการแฮงค์ 

เมื่อคืนไม่น่าบ้ายุเลยจริงๆ ตอนนี้นอกจากจะปวดหัวเพราะเมาค้างแล้วร่างกายเขายังรู้สึกปวดร้าวไปหมด ไม่เคยคิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้เลยจริงๆ   ว่าแต่หมอนั่นเป็นใคร ถ้าจำไม่ผิดเมื่อคืนหมอนั่นบอกว่าตัวเองชื่อ   แทคยอน ชื่อนี้เค้าไม่เห็นจะคุ้นหูเลยสักนิด แต่ทำไมนายแทคยอนนั่นถึงได้รู้จักห้องของเขา แล้วแถมยังสายตาที่มองมานั่นอีก .....

คิดถึงสายตาที่จ้องมองมารวมถึงรสจูบนั้น ก็ยิ่งทำให้หัวใจของจุนซูสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  จุนซูวนเวียนคิดถึงคนแปลกหน้าที่เพิ่งพบเมื่อคืน ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกรอบด้วยความอ่อนเพลีย

 

กริ๊งงง กริ๊งงงง 

โทรศัพท์กรีดเสียงร้อง เรียกให้เจ้าของเครื่องสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรา มือควานหาโทรศัพท์ก่อนจะกดรับสาย

“ฮัลโหล” เจ้าของเครื่องกรอกเสียงงัวเงียเข้าไปในโทรศัพท์

“เฮ้ย นี่นายยังไม่ฟื้นอีกเหรอ คืนนี้ออกมาเจอกันที่เดิมนะ”  เสียงเพื่อนในกลุ่มที่โทรมาชวนให้เขาออกไปเที่ยวดังลอดออกมา

“อืออ คืนนี้คงไม่ไหวอ่ะ พวกนายไปกันเหอะ” คนถูกชวนที่ยังไม่หายปวดหัวดีบอกปฏิเสธ แบบที่นานๆทีถึงจะทำ เพราะปกติแล้วไม่ว่าเพื่อนจะชวนไปไหน เขาคนนี้พร้อมที่จะออกไปสังสรรค์ด้วยอย่างเต็มที่ทุกครั้ง แต่คราวนี้เห็นทีจะไม่ไหวจริงๆ

“อะไรวะ ทำยังกับไม่เคยเมาไปได้ ตามใจๆ ไว้คราวหน้าแล้วกัน”

“อือ ขอบใจ”

“เอ้อ...คนที่เจอเมื่อวาน วันนี้ก็มานะ มองมาทางนี้บ่อยๆสงสัยจะมองหานายว่ะ ฮ่าๆ แค่นี้ล่ะ”  ปลายสายพูดจบก็กดตัดสัญญาณไป แต่คนที่ได้ยินประโยคเมื่อกี๊กลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาด

เพราะข่าวที่ได้ยินจากเพื่อนเมื่อกี๊ ตอนนี้จุนซูถึงได้มายืนอยู่ที่หน้าผับแห่งเดิม และพอเดินเข้ามาสายตาก็สบเข้ากับนัยน์ตาแข็งๆ ของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ที่เดิม  สายตาที่ทำให้เลือดสูบฉีดขึ้นมาจนหน้าร้อนไปหมด อยากจะส่งยิ้มให้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายทำนิ่งเฉย มีหรือที่คนอย่างเขาจะยิ้มให้ก่อน

คิมจุนซูเบนสายตากลับไปมองหาเพื่อนๆ ก่อนจะเดินปรี่เข้าไปหา

“อ้าวเฮ้ย จุนซู ไหนบอกว่าไม่มาไง” เพื่อนๆในโต๊ะเอ่ยทักทายคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่

“อยู่ห้องแล้วก็เบื่อๆน่ะ ออกมาหาพวกนายดีกว่า”

“มาหาพวกชั้นแน่เร๊อ ไม่ได้ออกมาเพราะ...” เพื่อนคนเดิมเอ่ยปากแซว พร้อมกับปรายตามองไปยังใครบางคนที่นั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์

“เฮ้ย ไม่เกี่ยวซะหน่อย เอาแก้วเหล้ามาดิ๊” จุนซูเสเปลี่ยนเรื่อง เพราะเกรงว่าเพื่อนจะรู้ว่าต้นเหตุที่ทำให้เขายอมออกมาคืนนี้จะเป็นเพราะคนคนเดียวกับที่เพื่อนคิดนั่นแหละ

แม้จะนั่งคุยอยู่กับเพื่อนๆ และปากบอกว่าไม่สนใจ แต่จุนซูก็อดที่จะแอบชำเลืองมองไปทางเคาน์เตอร์ไม่ได้อยู่ดี   ขนาดนั่งหน้านิ่งซะขนาดนั้นก็ยังเห็นว่ามีสาวๆวนเวียนเข้ามาหากันไม่ขาด เสน่ห์แรงจริงนะนายแทคยอนคนนี้

คิมจุนซูส่งสายตามองไปยังบรรดาหญิงสาวที่แวะเวียนกันเข้ามาขอชนแก้วกับแทคยอนอย่างไม่ขาดสาย บางรายถึงกับเข้าไปหอมแก้ม ฝ่ายแทคยอนเองก็ไม่ได้มีทีท่าที่จะปฏิเสธ ซึ่งเรียกให้คนที่แอบมองเกิดอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

“เฮ้ย จุนซู  นายเอาแต่นั่งมองอยู่ตรงนี้เดี๋ยวคนอื่นก็คาบไปกินหรอก” เพื่อนคนเดิมที่แอบสังเกตอาการของเพื่อนรักอยู่เดินมากอดคอพร้อมกับพยักเพยิดไปทางที่แทคยอนนั่งอยู่

“ชั้นไม่ได้สนใจอะไรหมอนั่นซักหน่อย นายอย่ามั่วน่า” จุนซูรีบปฏิเสธก่อนจะทำทีเป็นยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่ม ดับอารมณ์ขุ่นมัวในใจตัวเอง

“เหรอออ ก็ตามใจ แล้วจะหาว่าชั้นไม่เตือน” เพื่อนแกล้งลากเสียงล้อเลียนก่อนจะถือแก้วเหล้ากลับเข้าไปรวมกลุ่มเต้นกับเพื่อนๆคนอื่นๆ ทิ้งคนที่บอกว่าไม่สนใจให้นั่งหน้าบูดอยู่คนเดียว

หมอนั่นคงคิดว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นแค่เรื่องสนุกชั่วข้ามคืนสินะ ใช้สายตาแบบนั้นหลอกล่อใครมากี่คนต่อกี่คนแล้วล่ะ  เช๊อะ ...คนอารมณ์เสียเรียกให้เพื่อนเติมเหล้าให้ก่อนจะกระดกเอากระดกเอา โดยลืมคิดไปว่าอาการเมาค้างจากเมื่อวานก็ยังไม่ได้ดีขึ้นซักเท่าไหร่  กินเข้าไปไม่กี่แก้วอาการมึนหัวมันก็กลับมาอีกหน

 

“สวัสดีครับ ทำไมมานั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะครับ” เสียงทักทายพร้อมกับใครซักคนที่จุนซูไม่รู้จัก เดินเข้ามานั่งข้างๆอย่างถือวิสาสะ 

ตอนแรกก็ว่าจะไม่ตอบ แต่พอหางตาเหลือบไปเห็นว่าคนอีกคนที่ทำให้อารมณ์เสียกำลังมองมาก็นึกอยากจะยั่วโมโหขึ้นมาบ้าง  จุนซูถึงได้หันไปยิ้มตาหวานเยิ้มให้กับคนที่เข้ามาทัก ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึนชน

“วันนี้กลับยังไงครับ ให้ผมไปส่งมั๊ย” แขกไม่ได้รับเชิญยังคงพยายามชวนคุย พร้อมส่งสายตาหวานฉ่ำ รวมถึงมือไม้ที่พยายามจะเกาะแกะ    ถ้าไม่ติดว่าคิดอยากจะทำเพื่อยั่วโมโหเจ้าคนหน้านิ่งนั่น ซึ่งก็ไม่รู้หรอก ว่าจริงๆแล้วจะยั่วขึ้นหรือเปล่า  ป่านนี้เขาคงได้ลุกหนีนายคนนี้กลับบ้านไปนานแล้วแน่ๆ

“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้” ถึงยังไงเขาก็ไม่อยากให้หมอนี่ไปส่งถึงบ้านหรอกนะ

“ทำไมล่ะครับ ให้ผมไปส่งดีกว่า” แม้จะปฏิเสธยังไงแต่อีกฝ่ายก็ยังคงพยายามตื๊อขอไปส่งอยู่นั่นเอง

เกือบจะเอ่ยปากปฏิเสธออกไปอีกรอบอยู่แล้วเชียว ถ้าไม่บังเอิญหันไปเห็นว่าแทคยอนลุกขึ้นเดินออกจากผับไปพร้อมกับผู้หญิงหุ่นสะโอดสะองคนหนึ่ง

“งั้นกลับกันเถอะครับ รบกวนไปส่งผมห