[Fiction-ChanNuneo] Angel ch.7/7
posted on 06 Nov 2011 20:47 by write-sara in 2PMFanficตอนที่ 7 Goodbye

“จุนโฮ ชานซอง จองกัม พี่กลับมาแล้ว” เสียงใสของอูยองเอ่ยเรียกบรรดาน้องชาย พร้อมกับหิ้วกระเป๋าและถุงของฝากมากมายเข้ามาในบ้าน
เงียบ น้องชายตัวแสบเค้าหายไปไหนกันหมดนะ อูยองหันไปสบตากับนิชคุณ ซึ่งอีกฝ่ายทำได้แต่ยักไหล่พร้อมส่ายหน้าว่าไม่รู้เหมือนกัน
“จุนโฮ ชานซอง .. เอ ไปไหนกันหมดน๊า” อูยองบ่นหงุงหงิง พร้อมกับเดินเอากระเป๋าเข้าไปเก็บในห้อง
แอ๊ด ประตูห้องของจุนโฮเปิดออกก่อนที่เจ้าของห้องจะเดินออกมาๆ พร้อมกับตาที่บวมช้ำ เหมือนผ่านการร้องไห้มาทั้งคืน
“กลับมาแล้วเหรอครับ” จุนโฮเอ่ยปากถาม พร้อมกับเดินไปนั่งกอดหมอนอยู่ที่โซฟา โดยไม่มีทีท่าว่าจะสนใจฟังคำตอบของพี่สองคนที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบอาทิตย์สักนิดเดียว
อูยองกับนิชคุณเห็นอาการผิดปกติของน้อง เลยเดินเข้าไปนั่งด้วย นี่พวกเค้าไม่อยู่แค่ไม่กี่วัน มันเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายของพวกเค้ากันนะ
“เป็นอะไรรึป่าวจุนโฮ” นิชคุณเอ่ยปากถามจุนโฮ พร้อมกับเอามือไปลูบหัวคนเป็นน้องด้วยความเป็นห่วง ซึ่งน้องชายคนนี้ก็เอาแต่ส่ายหัวและเอาหน้าซุกลงไปกับหมอนที่เอามากอดเหมือนเป็นที่พึ่ง
“แล้วชานซองกับจองกัมไปไหนล่ะ” อูยองถามหาน้องชายอีกคนกับอีกตัวขึ้นมาบ้าง ซึ่งคราวนี้ทำเอาคนที่เอาหน้าซุกหมอนอยู่ ถึงกับปล่อยโฮ ไหล่ของจุนโฮไหวไปตามแรงสะอื้น ที่ดูเหมือนว่าจะร้องไห้มาแล้วทั้งคืนแต่ก็ยังไม่พอ
นิชคุณกับอูยองหันมาสบตากันอย่างพอจะเดาต้นเหตุของอาการของน้องชายได้ว่าต้องมาจากชานซองแน่นอน แต่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถ้าถามน้องตอนนี้พวกเค้าจะได้คำตอบมั๊ยล่ะเนี่ย
อูยองดึงตัวน้องชายเข้าไปกอดปลอบอย่างที่ไม่เคยทำมานานหลายปี ครั้งสุดท้ายที่ปลอบน้องคงเป็นสมัยเด็กๆที่น้องขี่จักรยานล้มนั่นแหละมั๊ง ซึ่งจุนโฮเองก็ยึดอูยองไว้แน่นเหมือนกับจะเกาะยึดเป็นที่พึ่ง
เกือบครึ่งชั่วโมงที่จุนโฮเอาแต่ร้องไห้ และอูยองได้แต่นั่งกอดลูบหัวลูบหลังปลอบใจน้อง โดยที่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา เพราะไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ส่วนนิชคุณที่นั่งเงียบอยู่นานก็ลุกเข้าครัวไปทำอาหาร เพราะดูจากสภาพการณ์แล้ว จุนโฮต้องยังไม่ได้กินอะไรมาเลยทั้งวันแน่ๆ
หลังจากร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหลแล้ว จุนโฮก็เริ่มสงบลง และเหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองทำให้พี่ๆเป็นห่วง พอนิชคุณยกขนมปังกับนมมาให้ จุนโฮถึงได้หยิบมากินอย่างที่พวกพี่ๆไม่ต้องเอ่ยปากขอร้อง
พอเห็นว่าน้องเริ่มสงบลงมากแล้ว นิชคุณถึงได้ตัดสินใจถามหาสาเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ระหว่างที่พวกเค้าไม่อยู่บ้าน
“จุนโฮ มีอะไรไม่สบายใจ เล่าให้พวกพี่ฟังได้มั๊ย หื้ม” นิชคุณถามพร้อมกับเอามือไปลูบหัวน้องอย่างปลอบประโลม ใจนึงก็ยังกลัวว่าถามไปแล้วน้องจะกลับมาร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรอีกรึเปล่าก็ไม่รู้
จุนโฮหันหน้ามาสบตากับพี่ทั้งสองคน ซึ่งเค้าเองก็รู้ดีว่า แค่เค้าร้องไห้แค่นี้ พี่ๆก็คงไม่สบายใจมากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเค้าไม่พูดมันคงยิ่งแย่ไปกันใหญ่
“ชานซองกับจองกัม กลับไปแล้วครับ” คำตอบที่เรียกเอาสายตางุนงงจากพี่ทั้งสอง ให้ถามขึ้นมาพร้อมกัน
“กลับไปแล้ว??” คนที่ตอบคำถามได้แต่พยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับตาแดงๆ ที่ถ้าไม่ติดว่าร้องไห้มาจนเหนื่อย ทำนบน้ำตาอาจจะแตกเอาอีกรอบได้ง่ายๆ
“กลับไปไหน” อูยองซึ่งยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เอ่ยถามน้องชายขึ้นมา
“ชานซองกับจองกัมกลับบ้านเค้าไปแล้วครับ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เจอกันอีกมั๊ย ผม...ไม่รู้อะไรเลย” คำตอบที่คนพูดเองพอพูดจบขอบตามันก็พาลร้อนขึ้นมาอีกรอบ ทำให้คนถามอีกสองคนจำต้องหยุดคำถามต่อๆไปไว้แค่นั้น
นิชคุณเอามือมาขยี้หัวน้องชายก่อนจะบอกให้กินนมให้หมด แล้วไปนอนพักผ่อนซะ ซึ่งจุนโฮก็ทำตามอย่างว่าง่าย
อูยองหันมาสบตากับนิชคุณอย่างขอคำปรึกษา ซึ่งอีกฝ่ายได้แต่ไหวไหล่น้อยๆก่อนจะตอบออกไปตามประสาคนที่เคยผ่านเรื่องราวแบบนี้มาบ้าง
“เดี๋ยวน้องก็ดีขึ้นเองนะอูยอง เราสองคนก็ช่วยกันดูแลน้องเหมือนที่อูยองเคยบอกพี่ไง” อูยองส่งยิ้มบางๆให้นิชคุณก่อนจะพยักหน้า เข้าใจว่าจากนี้ต่อไป เค้าสองคนคงต้องดูแลจุนโฮแทนส่วนที่ชานซองเคยดูแลแทนพวกเค้าอยู่หลายเดือน
“แต่คิดๆไปก็ใจหายเหมือนกันนะครับพี่คุณ หมอนั่นมันหายไปไหนน๊า จะอยู่ลาพวกเราซักคำก็ไม่มี เรื่องมันร้ายแรงมากเลยรึไง”
อูยองบ่นกับนิชคุณ ซึ่งนิชคุณเองก็ได้แต่ส่งยิ้มพร้อมกับขยี้หัวคนรักของตัวเองเบาๆก่อนจะชวนไปพักผ่อนเพราะเหนื่อยจากการเดินทางมาทั้งวัน
- 2 วันก่อน -
“ชานซอง วันนี้นายต้องกลับบ้านแล้วใช่มั๊ย” จุนโฮที่กำลังทำแซนด์วิชอยู่ในครัวเอ่ยถามชานซอง
“อือ วันนี้นายจะพาชั้นไปทะเลใช่มั๊ย” ชานซองที่กำลังนั่งกินขนมอยู่หน้าทีวีหันกลับไปย้อนถามจุนโฮ ซึ่งอีกฝ่ายที่เดินถือแซนด์วิชออกมาจากในครัวก็พยักหน้ารับ
“เดี๋ยวกินเสร็จแล้วนายไปอาบน้ำแต่งตัวนะ จะพาจองกัมไปด้วยมั๊ย” จุนโฮเอามือไปลูบหัวเจ้าจองกัมที่ตอนนี้เดินเข้ามาคลอเคลียเค้าเหมือนจะบอกลากลายๆ
“อ๋อ เดี๋ยวจองกัมจะกลับไปก่อนน่ะ ชั้นไปอาบน้ำก่อนดีกว่า” ชานซองส่งยิ้มกว้างมาให้ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้อง ทิ้งให้จุนโฮนั่งอยู่กับจองกัม ซึ่งพอชานซองหายเข้าไปในห้อง คนที่นั่งอยู่ด้านนอกก็เกิดอาการเหม่อลอยขึ้นมาทันที ใบหน้าที่พยายามปั้นยิ้มก่อนหน้านี้ กลับมีน้ำตารื้นขึ้นมาที่ขอบตา
จุนโฮอุ้มจองกัมขึ้นมากอด ซึ่งพอคลายอ้อมกอดออก จองกัมก็กระโดดผลุงไปที่หน้าต่าง ก่อนจะหันมามองแล้วก็กระโดดหายวับออกไป
“เสร็จแล้ว ... จองกัมไปแล้วล่ะสิ” ชานซองเปิดประตูออกมาจากห้อง ซึ่งพอออกมาก็สัมผัสได้ว่า เพื่อนตัวน้อยของเค้าเดินทางกลับบ้านไปก่อนแล้วเรียบร้อย
จุนโฮพยักหน้ารับ ก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายพยักหน้าชวนชานซองให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน ทั้งคู่ไปขึ้นรถไฟเพื่อเดินทางมุ่งหน้าสู่ทะเล ตามที่จุนโฮสัญญาไว้
ระหว่างทาง ชานซองตื่นตาตื่นใจกับทุกสิ่ง ในขณะที่อีกฝ่ายค่อยๆเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ทุกครั้งที่ชานซองชี้ชวนให้ดูนั่นนี่ข้างทาง จุนโฮก็จะส่งยิ้มที่พยายามฝืนว่ามีความสุขไปให้
“จุนโฮ นายไม่สบายรึเปล่า” ชานซองที่เริ่มสังเกตุเห็นว่าจุนโฮดูเงียบๆซึมๆไปเอ่ยทักขึ้นมา
“อ๋อ....ชั้นง่วงนอนน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” จุนโฮส่งยิ้มไปให้พร้อมทั้งแกล้งหาวให้สมบทบาทคนง่วงนอน วันนี้เค้าควรจะต้องกอบโกยความสุขไว้สินะ
เมื่อทั้งคู่มาถึงทะเล ชานซองก็ออกอาการตื่นเต้นดีใจ ที่ทำให้คนข้างๆอดหัวเราะตามไม่ได้ นี่ถ้าหมอนั่นมีหาง หางคงกำลังกระดิกระริกระรี้แน่ๆเลย
“จุนโฮไปเดินเล่นกันเหอะ” ว่าแล้วชานซองก็คว้าข้อมือของคนตาตี่ให้เดินตามออกไปที่ทะเล
ชานซองกับจุนโฮอยู่ที่ทะเลจนมืด ก่อนที่จุนโฮจะเอ่ยปากชวนชานซองกลับบ้าน
“มืดแล้ว กลับกันเถอะ เดี่ยวนายต้องกลับบ้านนายอีก” พูดจบจุนโฮก็ลุกขึ้น แต่ก็ถูกคนที่นั่งข้างๆดึงข้อมือไว้ให้หันกลับมาเผชิญหน้ากัน สายตาที่จุนโฮพยายามจะหลบไม่สบตามาทั้งวัน
“จุนโฮ ถ้าชั้นไม่อยู่แล้วนายจะคิดถึงชั้นมั๊ย” ชานซองหันหน้ามาสบสายตากับคนข้างกาย ที่ตอนนี้เริ่มมีน้ำใสๆรื้นอยู่ที่ขอบตา
“ฮ่ะๆๆ ชั้นจะไปคิดถึงนายทำไม นายไม่อยู่ชั้นต้องสบายใจสิถึงจะถูก ฮ่ะๆ” จุนโฮเสหลบนัยตาของคนข้างตัวก่อนจะแสร้างหัวเราะออกมา
“นายจะไม่คิดถึงชั้นจริงๆน่ะเหรอ แต่ชั้นคงคิดถึงนายมากแน่ๆ” คำพูดของชานซอง ที่ทำเอาคนที่แกล้งหัวเราะเสียงดัง ต้องชะงักไป
“จุนโฮ” เสียงเรียกของชานซอง ทำให้จุนโฮต้องหันกลับมา สบกับนัยตาที่ทอประกายเหมือนกับดาวบนท้องฟ้าในคืนนี้ ทำไมแค่สบตากันแค่นี้ กลับทำให้หัวใจเค้าสั่นไหวได้ขนาดนี้นะ น้ำตาที่คิดว่าคงจะกลั้นมันไว้ได้ ตอนนี้มันพร้อมใจพากันเอ่อท้นไหลออกมาราวกับทำนบแตก ทำให้ภาพของคนตรงหน้าพร่าเลือน ทั้งๆที่เค้าอยากจะจดจำใบหน้านั้นไว้ให้ชัดที่สุดเท่าที่จะทำได้แท้ๆ
ชานซองใช้มือประคองหน้าของคนข้างกาย พร้อมกับใช้ปลายนิ้วไล้ปาดน้ำตาจากดวงตาเล็กๆนั่น ก่อนจะดึงรั้งร่างของคนตรงหน้าเข้ามากอด คนอย่างเทพฮวางชานซองที่เป็นที่หมายปองของใครต่อใคร ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมามอบหัวใจให้มนุษย์ตัวจ้อยตรงหน้า ความรักที่มันเป็นไปไม่ได้คราวนี้เค้าควรจะทำยังไงดี
“จุนโฮ ชั้นไม่อยู่นายต้องดูแลตัวเองดีๆนะ” ชานซองก้มลงกระซิบกับกลุ่มผมหนานุ่มของคนในอ้อมกอด ซึ่งอีกฝ่ายทำได้แค่พยักหน้ารับ พร้อมกระชับอ้อมกอดเข้าหากันมากขึ้น เหมือนจะซึมซับความรู้สึกนี้ไว้ก่อนที่จะไม่ได้พบกันอีกตลอดกาล
น้ำตาอุ่นซึมชื้นเข้าไปในเสื้อของชานซอง ทำให้คนที่ตัวใหญ่กว่าก้มลงมาจุมพิตแผ่วเบาที่เปลือกตาคู่นั้น เหมือนจะเป็นการปลอบประโลมให้น้ำตาของอีกฝ่ายหยุดไหล จุมพิตของคนเป็นเทพ ที่ครั้งนึงเค้าเคยใช้มันรักษาบาดแผลทางกายให้คนตรงหน้า วันนี้เค้าอยากจะให้มันช่วยรักษาบาดแผลในใจของมนุษย์ตัวน้อยคนนี้เสียเหลือเกิน
“ยิ้มไว้นะจุนโฮ เวลานายยิ้มนายน่ารักที่สุดสำหรับชั้น”
ชานซองโน้มตัวลงมาประทับจูบลงกับปากบางของจุนโฮ จูบที่เค้าอยากจะหยุดเวลาไว้แค่ตรงนี้ ริมฝีปากนี้ คนตรงหน้าคนนี้ ที่เค้าไม่อยากจะจากไปเลยสักนิด สามเดือนก่อนเค้าร่ำร้องอยากกลับสวรรค์ แต่วันนี้เค้าอยากจะเกิดเป็นมนุษย์ผู้ไม่มีฤทธิ์เดชอะไร เพื่อจะได้ไม่ต้องจากคนตรงหน้านี้ไป
จุนโฮลืมตาขึ้นมาและพบว่าคนที่เคยยืนอยู่ตรงหน้า บัดนี้ได้หายไปแล้ว ทิ้งไว้แต่ความว่างเปล่า และรอยหวานจางๆที่ปากและใจของเค้า ให้รู้ว่าเค้าไม่ได้ฝันไป
ตอนนี้ ที่นี่ เหลือแต่เค้าที่ยืนอยู่ริมชายหาดตามลำพัง
ชานซองหายไปแล้ว
ชานซองกลับไปแล้ว
จุนโฮไม่รู้ว่าวันนั้นเค้ากลับมาถึงบ้านได้ยังไง รู้แต่ว่าพอถึงห้องน้ำตาที่กลั้นมาตลอดทางก็พรั่งพรูอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ห้องที่เคยดูแคบตอนมีคนตัวยักษ์อยู่ด้วย วันนี้มันดูกว้างและอ้างว้างเกินไปจริงๆ
เดือนกว่าแล้วที่ชานซองหายหน้าไป แม้ว่าภายนอกจุนโฮจะกลับมาดูสดใสยิ้มแย้มเหมือนเดิม แต่พี่อย่างเค้าสองคนดูออกว่าน้องพยายามฝืนแค่ไหน บ่อยครั้งที่เค้าสองคนเห็นว่าจุนโฮนั่งเหม่อลอยอยู่บ่อยๆ แต่คนเป็นพี่ก็คงทำได้แค่อยู่เป็นเพื่อน ชวนน้องไปหาอะไรทำไม่ให้เหงา และได้แต่หวังว่าน้องจะดีขึ้นในซักวัน
บางครั้งเค้าสองคนก็นึกอยากไปลากไอ้ตัวต้นเรื่องกลับมาถามนักว่ามันเรื่องอะไรกันแน่ แต่ก็อีกนั่นแหละ มันเป็นเรื่องของคนสองคนที่พี่อย่างนิชคุณและอูยองได้แต่มองอยู่ห่างๆ
“โอ๊ย” เสียงร้องของจุนโฮดังออกมาจากในห้องครัว เรียกให้นิชคุณต้องรีบวิ่งเข้าไปดู
“เป็นอะไรจุนโฮ” นิชคุณเดินเข้าไปก็เห็นน้องกำลังใช้ผ้าซับเลือดที่นิ้วตัวเองอยู่ เหม่อจนได้เรื่องอีกแล้ว
“มานี่ เดี๋ยวพี่ทำแผลให้” นิชคุณเข้าไปคว้าข้อมือของน้องชายลากออกไปนั่งทำแผลที่โซฟา
“อูยอง หยิบกล่องยาให้พี่ที จุนโฮโดนมีดบาด” จบคำ อูยองก็ผละมือจากโน๊ตบุ๊คลุกขึ้นไปหยิบกล่องยามาวางไว้ให้ พร้อมกับขยี้หัวของจุนโฮ น้องชายเค้าคนนี้เหม่อจนโดนมีดบาดบ้าง เดินเตะโต๊ะเตะเก้าอี้บ้าง จนได้แผลให้พี่อย่างพวกเค้าต้องทำแผลให้ไม่รู้กี่หนต่อกี่หน
“เสร็จละ นายนั่งรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวพี่ไปทำอาหารให้เอง” นิชคุณลุกขึ้นหันไปพยักหน้าชวนอูยองให้เดินเข้าไปในครัวด้วยกัน ทิ้งให้จุนโฮนั่งเล่นอยู่ที่โซฟาเพียงลำพัง
ชานซอง นายเห็นมั๊ยว่าชั้นซุ่มซ่ามขนาดไหน นายจะไม่กลับมาดูแลชั้นจริงๆน่ะเหรอ
เสียงเล็กๆในใจของจุนโฮที่ร้องเรียกหาคนที่จากไปร่วมเดือน จะทำยังไงเค้าก็ยังตัดใจลืมเจ้าเทพปัญญาอ่อนนั่นไม่ได้ซักที
หลังอาหารเช้า จุนโฮเดินไปหยิบกระเป๋าสะพายเตรียมตัวออกไปเรียน
“ผมไปเรียนก่อนนะฮะ” จุนโฮตะโกนบอกอูยองกับนิชคุณ ก่อนจะปิดประตูตามหลังเดินออกจากบ้าน
เมี๊ยวววว เมี๊ยวววว
เสียงแมวที่เรียกให้จุนโฮหันไปมองตามต้นเสียง ซึ่งก็เห็นแมวสีเทาตัวหนึ่งกระโดดหายไปตรงแถวๆระเบียงบ้าน เหมือนจองกัม ความคิดนึงที่แล่นเข้ามาหลังจากเห็นแมวตัวนั้น แต่เค้าคงแค่คิดไปเองมากกว่า
จุนโฮรีบสลัดความคิดนั้นออกไป เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้ ที่จองกัมจะกลับมาอีก เหมือนๆกับที่เจ้าของของมันก็คงจะกลับมาไม่ได้แล้วเหมือนกัน
ปริ๊นนนนน ปริ๊นนนนนน
เสียงแตรรถที่ลากยาว เรียกให้จุนโฮหันกลับไปดูและก็เห็นรถยนต์คันหนึ่งกำลังแล่นตรงมาด้วยความเร็วสูง เหมือนภาพวนฉายซ้ำกลับไปวันนั้น วันที่เค้าจะโดนรถชนและก็มีใครบางคนกระโดดเข้ามาช่วยเค้าไว้ แต่วันนี้คงไม่มีอีกแล้ว ขณะที่จุนโฮกลั้นใจหลับตารอรับความเจ็บปวดจากแรงปะทะ
ผลั่ก
จุนโฮรู้สึกได้ถึงแรงปะทะที่พุ่งเข้าใส่ แต่....มันไม่ใช่แรงปะทะจากเหล็ก แต่เป็นแรงปะทะจากใครซักคนที่กระโดดเข้ามาช่วยเข้าไว้อีกแล้ว
อีจุนโฮค่อยๆลืมตาขึ้น ก่อนจะรีบหลับตาและลืมขึ้นใหม่อีกครั้ง คราวนี้ภาพคนตรงหน้าที่กอดเค้าไว้ส่งยิ้มมาอย่างแจ่มชัด จุนโฮยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้านั้น และไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตาเพราะกลัวว่าคนที่ส่งยิ้มให้อยู่ตรงหน้าจะหายไปอีก
“ชานซอง” เอ่ยเรียกได้แค่นั้น น้ำตาที่มันเหือดแห้งไปจากตาของเค้าร่วมเดือนมันก็กลับมาไหลอีกครั้ง จุนโฮโผเข้ากอดคนตัวใหญ่ตรงหน้าไว้แน่น และปล่อยโฮออกมาอย่างไม่สนใจสายตาของคนรอบข้าง
“นายเจ็บตรงไหนรึป่าว ร้องไห้ทำไม” คนที่โดนกอดตอนนี้ตกใจกับอาการของจุนโฮที่ร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตาย เค้าว่าเมื่อกี๊เค้าก็ไม่ได้ชนจุนโฮแรงมากมายซะหน่อยนี่นา หมอนี่เจ็บขนาดนั้นเลยเหรอ
“ชั้นนึกว่าชั้นจะไม่ได้เจอนายตลอดกาลแล้วซะอีก” เสียงอู้อี้ของจุนโฮลอดออกมาจากปากของคนที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของชานซอง เรียกให้คนถูกกอดเผยรอยยิ้มกว้างอย่างรู้สาเหตุแล้วว่ามนุษย์ตัวน้อยในอ้อมกอดเค้าร้องไห้ทำไม
“ชั้นขอโทษนะจุนโฮ ชั้นกลับมาแล้วนี่ไง ไม่ต้องร้องแล้วนะ” ชานซองพูดปลอบพร้อมลูบหัวลูบไหล่คนในอ้อมแขนให้หยุดร้องไห้
“ไหนดูหน่อยสิ ร้องไห้ตาบวมหมดแล้ว นายยิ่งตาตี่ๆอยู่ด้วย” ชานซองใช้มือช่วยเช็ดน้ำตาให้กับจุนโฮ พร้อมเอ่ยแซว จนโดนคนตาตี่ซัดเข้าให้หนึ่งที แต่ก็ทำให้จุนโฮหยุดร้องไห้จนได้
“นายเนี่ยน๊า ถ้าไม่มีชั้นนายจะต้องตายวันละหลายๆหน ต่อให้มี 9 ชีวิตอย่างจองกัมก็คงใช้ไม่พอแน่ๆ” ชานซองลุกขึ้นพร้อมยื่นมือมาฉุดให้จุนโฮลุกขึ้นตามมาด้วย
“เดี๋ยวชั้นไปส่งนายที่มหาลัยเอง ไปกันเถอะ” ชานซองจับจูงมือของจุนโฮไว้ แต่ก็ถูกอีกคนดึงไว้ไม่ยอมเดินตาม
“หืม ไม่ไปเรียนเหรอจุนโฮ” ชานซองทำสีหน้าฉงน คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมจุนโฮถึงไม่ยอมไปเรียน
อีจุนโฮกวักมือเรียกให้ชานซองเดินเข้ามาใกล้ๆ
“ชั้นเจ็บ” จุนโฮเอ่ยปากบอกอาการให้คนตรงหน้ารับรู้
“เจ็บ??” ชานซองถามพร้อมกับมองสำรวจจุนโฮตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ก็ยังหาร่องรอยอาการบาดเจ็บไม่เจอ
“นายเจ็บตรงไหน”
“ฉันเจ็บ ...ตรงนี้” อีจุนโฮส่งยิ้มให้กับคนตรงหน้า ก่อนจะใช้นิ้วชี้มาที่ปากของตัวเอง
คนที่ก่อนหน้านี้สงสัยว่าจุนโฮบาดเจ็บตรงไหน ตอนนี้ถึงกับส่งยิ้มกว้างพร้อมประกายตาระยับมาให้ เล่นเอาคนที่เคยใจกล้าตอนนี้หน้าขึ้นสีไปเรียบร้อยแล้ว
“อ๋ออ ถ้าอย่างงั้นก็ต้องรักษาก่อนสินะ” พูดจบฮวางชานซองก็ก้มลงไปมอบจุมพิตเพื่อช่วยรักษาอาการของคนที่แอบอ้างว่าตัวเองบาดเจ็บให้ทันที
“จุนโฮ จองกัมกลับมาละ ละ แล้ว” เสียงของจากอูยองขาดหายไปในทันทีที่วิ่งออกมาเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าบ้าน ก่อนจะรีบอุ้มเจ้าแมวจองกัมกลับเข้าบ้าน พร้อมหน้าที่แดงก่ำ จนทำให้นิชคุณถึงกับออกปากถาม
“อ้าว อูยอง ไหนบอกว่าจะวิ่งไปบอกจุนโฮเรื่องจองกัมไง แล้วทำไมกลับมาหน้าแดงแบบนั้น”
“อ่า ผมรอบอกน้องตอนเย็นก็ได้ครับ” อูยองเลี่ยงเดินเข้าห้องไม่ตอบคำถามของนิชคุณ ก็แหม น้องชายเค้าโชว์หวานกันหน้าบ้านซะขนาดนั้น จะให้ออกไปขัดจังหวะก็ยังไงอยู่หรอกนะ....
End.
Extra…
“ชานซอง ว่าแต่นายกลับมาโลกมนุษย์อีกได้ยังไง”
“อ๋อ ก็แค่ทำผิดให้ท่านพ่อลงโทษอีก ก็แค่นั้นเอง”
“อย่างงี๊นายก็อยู่ได้แค่ 3 เดือนเองสิ”
“ป่าว คราวก่อนกินไป 1 ลูก โดนลงโทษ 3 เดือน รอบนี้ชั้นก็แค่กินหมดต้นแค่นั้นเอง”
“กินหมดต้น!! แล้วหมดต้นนี่มันกี่ลูก แล้วอยู่นานแค่ไหนพ่อนายบอกรึป่าว”
“อืมม ไม่รู้สิ เพราะชั้นกินหมดไปแค่ไม่กี่สิบต้นเองน่ะ ท่านพ่อกริ้วน่าดู รอบนี้ไม่มีกำหนดกลับน่ะ”
“ชานซอง....”
“หืม”
“อยู่ที่นี่ นายอย่ากินเยอะขนาดนั้นนะ ....คือว่าชั้นเลี้ยงไม่ไหว”
“...........”
Writer Talk:
เฮ่อออ ในที่สุดก็จบจนได้ โล่งค่ะ คิดว่าจะจบไม่ลงซะแล้ว
แอบสงสารนุ๊งโฮ และแอบอยากมีเทพแบบนี้หล่นมาที่บ้านบ้างจัง ฮร่าๆๆๆ
สุดท้ายท่านเทพฮวาง ก็ยังคงเห็นแก่กินไม่เปลี่ยนแปลง หงั่กๆๆๆ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ติชม และเป็นกำลังใจนะคะ
เดี๋ยวจะพยายามแต่งเรื่องต่อๆไป เอาล่ะ ไฟท์ติ้ง!! “^^V

แต่แล้ว...อิหมีก็กลับมา...เย้ๆๆๆๆ..เริ่มต้นและจบ.....
สาเหตุจากการเห็นแก่กินของอิหมี....หุหุหุ
น่าร๊ากกกกกก...มั่กๆ เรื่องนี้ ขอบคุณไรเตอร์มากค่ะ
จะเฝ้าติดตามผลงานต่อไปค่า......
#1 By pimnuneo (110.168.196.140) on 2011-11-06 22:24