[Fiction-ChanNuneo] Angel ch.6/7

posted on 26 Oct 2011 11:29 by write-sara in 2PMFanfic

ตอนที่ 6  Kiss


 

“จุนโฮ พี่กับพี่คุณจะไปปูซานซัก 4-5 วันนะ” อูยองเอ่ยปากบอกจุนโฮในเย็นวันหนึ่ง

“ไปเมื่อไหร่เหรอครับ” จุนโฮวางมือจากการล้างจานหันไปถามพี่ชายตัวเอง

“วันมะรืน นายอยากไปด้วยกันรึป่าวล่ะ” นิชคุณเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี เลยตอบคำถามของจุนโฮ พร้อมกับเอ่ยปากชวนไปด้วยกัน

“ผมมีเรียนน่ะ  พี่อูยองฝากสวัสดีคุณป้ากับคุณลุงด้วยนะ” พูดจบจุนโฮก็หันกลับไปล้างจานต่อ

“ปูซานคือที่ไหนเหรอ?” ฮวางชานซองที่ช่วยจุนโฮล้างจานอยู่เอ่ยถามขึ้นมาหลังจากที่ยืนฟังทั้งสามคนคุยกัน

“ปูซานก็เป็นเมืองเมืองหนึ่งของเกาหลีนี่แหละ มีทะเลด้วยนะ นายรู้จักทะเลรึป่าว” จุนโฮอธิบายให้ชานซองฟัง

“รู้จักสิ ทะเลสวย ชั้นชอบ ทำไมนายไม่ไปล่ะ ชั้นอยากไปทะเลด้วย”  ฮวางชานซองยิ้มอย่างเริงร่าเมื่อเอ่ยถึงทะเล  อีจุนโฮเองอดยิ้มให้กับรอยยิ้มนั้นไม่ได้  “เอาไว้ชั้นจะพานายไปเที่ยวทะเลแล้วกันนะ”  

“สัญญานะ” ฮวางชานซองยื่นนิ้วก้อยมาขอสัญญาจากคนที่ยืนล้างจานอยู่ข้างๆ 

“อืม สัญญา” อีจุนโฮยื่นมืออกไปเกี่ยวก้อยกับชานซอง “เอ๊ะ แล้วนายรู้ได้ยังไงว่า สัญญาแล้วต้องเกี่ยวก้อยกันด้วยเนี่ย”

“ชั้นเห็นเด็กๆทำกันน่ะ ตอนที่พูดว่าสัญญา” ฮวางชานซองหันมาส่งยิ้มกว้างให้อีจุนโฮ ก่อนจะเดินเอาจานไปเก็บแล้วเดินไปนั่งเล่นอยู่ที่หน้าทีวีกับจองกัม

 

“พี่อูยอง ที่ปูซานมีอะไรอร่อยๆให้กินมั๊ย” ฮวางชานซองเขยิบเข้าไปสะกิดถามอูยอง ที่นั่งอยู่ด้วยกัน

“อืม ก็คงต้องเป็นอาหารทะเลสิ ทำไมนายอยากกินเหรอ”  ชานซองรีบพยักหน้ารับ ซึ่งทำเอาทั้งอูยองและนิชคุณอดขำกับท่าทางของเด็กโข่งตรงหน้าไม่ได้ 

“ถ้างั้นเดี๋ยวก่อนกลับพี่หาซื้อขนมอร่อยๆมาฝากนายแล้วกัน แล้วไว้มีเวลาพวกเราค่อยไปเที่ยวด้วยกัน”    นิชคุณที่รู้ดีว่าเด็กโข่งคนนี้ชอบของกินมากกว่าอะไรรีบปลอบใจน้องด้วยการเอาของกินเข้าล่อ ซึ่งก็ได้ผลเพราะชานซองยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งฝันหวานถึงของกินไปแล้วตอนนี้

 

สองเดือนกว่าแล้วที่ชานซองมาอยู่ร่วมบ้านกับพวกเขา ทีแรกก็ยอมรับว่าพวกเขาสองคนไม่ค่อยวางใจชานซองนัก โดยเฉพาะนิชคุณ แต่ด้วยท่าทีใสซื่อ รวมถึงท่าทางที่ไม่เป็นพิษเป็นภัย ก็ทำให้อูยองกับนิชคุณยอมรับสมาชิกใหม่ของบ้านคนนี้ได้ไม่ยากนัก  ที่สำคัญตั้งแต่ชานซองกับจองกัมมาอยู่ด้วยที่บ้าน ก็ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวาขึ้น รวมถึงจุนโฮเองก็ดูสดใสขึ้นด้วย เพราะปกติแล้วเขาสองคนก็ไม่ได้มีเวลามาพูดคุยเล่นกับน้องมากนัก มีชานซองมาอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาก็ไม่ต้องห่วงว่าจุนโฮจะเหงา  เด็กคนนี้เหมือนจะไม่คิดมาก แต่จริงๆแล้วเป็นเด็กขี้น้อยใจไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนชานซองที่อาจจะดูมึนๆไม่คิดอะไร แต่พวกเขาก็สัมผัสได้ว่าชานซองเองก็เป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับจุนโฮ ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาเบาใจที่จะฝากให้ชานซองช่วยดูแลจุนโฮ

 

“จุนโฮ ชานซอง จองกัม พวกพี่ไปก่อนนะ เดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก” นิชคุณกับอูยอง บอกลาน้องๆก่อนจะปิดประตูบ้านออกไป

“ค๊าฟ” ชานซองเอ่ยรับ พร้อมโบกมือให้พี่ๆ

‘เพล๊งงง’   เสียงจานแตกดังออกมาจากในครัว พอได้ยินชานซองก็รีบวิ่งเข้าไปดู เห็นจุนโฮกำลังก้มเก็บเศษจานที่แตกอยู่

“ระวังโดนบาดนะจุนโฮ”  ชานซองค่อยๆเดินหลบเศษจานที่แตกเข้าไปหาจุนโฮ

“อือ ..โอ้ย” ไม่ทันขาดคำ อีจุนโฮก็ส่งเสียงร้องออกมาเพราะว่าโดนเศษกระเบื้องบาดเข้าที่นิ้ว  ชานซองรีบคว้ามือของจุนโฮมา แต่อีจุนโฮก็ดึงมือตัวเองกลับไปเสียก่อน

“อ้าว ชั้นจะรักษาให้นายไง เอามือนายมานี่” ฮวางชานซองพยายามจะดึงมือของจุนโฮกลับมาแต่อีกฝ่ายก็เอามือไปซ่อนไว้ด้านหลัง

“ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก แผลนิดเดียวเอง เดี๋ยวใส่ยาก็หาย ชั้นฝากนายเก็บเศษจานที่แตกให้หน่อยนะ เดี๋ยวชั้นไปทำแผลก่อน”  พูดจบอีจุนโฮก็ลุกเดินหนีออกมาจากในครัว ไปนั่งทำแผลอยู่ที่โซฟา

ฮวางชานซองนึกแปลกใจกับอาการของจุนโฮ แต่ก็ช่วยเก็บเศษจานที่แตกจนเสร็จ แล้วเดินตามออกมาที่โซฟา “นายไม่ให้ชั้นช่วยรักษาแผลให้จริงๆอ่ะเหรอ”

“อือ ไม่ต้องหรอก สองเดือนมานี่นายช่วยชั้นตลอด เดี๋ยวนายไม่อยู่ร่างกายชั้นก็รักษาตัวเองไม่ได้กันพอดี”  พูดจบอีจุนโฮก็เดินหนีเข้าห้อง ทิ้งให้ชานซองนั่งงงอยู่คนเดียว

“จองกัม นายรู้มั๊ยว่าจุนโฮเป็นอะไร”  พอชานซองหาเพื่อนคุยไม่ได้ก็เลยหันไปปรึกษากับสหายเก่าแก่อย่างจอมกัม ซึ่งเจ้าเหมียวจองกัมที่พักหลังเริ่มจะเปลี่ยนไปสนิทกับจุนโฮก็ส่งหางตามาค้อนให้ชานซองก่อนจะกระโดดหนีหายออกไปทางหน้าต่าง ปล่อยให้ชานซองนั่งเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจอยู่คนเดียวต่อไป

 

ข้างฝ่ายคนที่หนีเข้ามาอยู่คนเดียวในห้องตอนนี้ ก็สับสนไม่แพ้คนด้านนอก เพราะคำพูดของชานซองเมื่อเช้าที่ทวงสัญญากับเขาเรื่องไปเที่ยวทะเล ด้วยเหตุผลที่ว่าอีกไม่กี่วันชานซองจะต้องกลับสวรรค์แล้ว กลับทำให้เขาเหม่อจนถึงกับทำจานแตก

เวลาแค่สองเดือนกว่า ทำให้เขาผูกพันกับเจ้าเทพประหลาดคนนี้ได้ขนาดนั้นเลยเหรอ ที่หมอนั่นบอกว่าจะได้กลับบ้าน เขาต้องดีใจสิถึงจะถูก ดีใจที่ไม่ต้องมาคอยดูแลเทพปัญญาอ่อน ไม่ต้องหาข้าวหาน้ำให้กิน ไม่ต้องมีคนมาแย่งที่นอน ไม่ต้องมีคนมาคอยเดินตามขอให้ซื้อนู่นซื้อนี่ให้กิน ไม่ต้องมีคนมาคอยทวงสัญญาบ้าๆบอๆอย่างเรื่องขนมเค้ก หรือเรื่องทะเล ไม่ต้องมีคนมาคอยทำแผลให้เขา ไม่ต้องมีคนมาคอยปกป้องตอนที่เขาจะถูกรถชน ตอนที่เขาจะถูกลูกบอลพุ่งเข้าใส่ หรือแม้กระทั่งตอนที่เขาจะเดินตกท่อ....ต่อไปชีวิตเขาจะไม่ต้องมีคนประหลาดมาอยู่ด้วยอีกแล้ว ..... แต่ทำไมเขาไม่เห็นดีใจสักนิดเลยล่ะ แค่คิดมันก็เหงาจนแทบจะทนไม่ไหว

ไม่สิอีจุนโฮ นายจะต้องอยู่ต่อไปให้ได้ นายต้องทำตัวให้เป็นปกติ ก็แค่จะไม่ได้เจอหมอนั่นตลอดไปแค่นั้นเอง มันไม่มีอะไรเลยอีจุนโฮ ไม่มีอะไรต้องเสียใจเลยสักนิด  เจ้ายักษ์นั่นมันยังไม่เห็นจะรู้สึกรู้สาอะไรซักนิด เห็นเริงร่าดีใจที่จะได้กลับบ้านออกปานนั้น เขาเองก็ต้องไม่รู้สึกอะไรเหมือนกัน  แต่ทำไมยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดกันนะ

 

ก๊อก ก๊อก 

“จุนโฮ ชั้นเข้าไปนะ”  ฮวางชานซองเปิดประตูห้องเข้ามาหลังจากเห็นว่าอีจุนโฮเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องทั้งวัน “อ้าว นายหลับหรอกเหรอ”  ชานซองเดินเข้าไปทรุดลงนั่งที่ข้างเตียงมองคนที่นอนหลับอยู่บนนั้น  เขาเอื้อมมือไปปัดปรอยผมที่ลงมาปรกหน้าคนที่นอนหลับอยู่ ก่อนจะตัดสินใจปลุกคนตรงหน้าให้ตื่นขึ้นมา

“จุนโฮ ตื่นเถอะ” ชานซองเขย่าตัวคนที่นอนหลับอยู่เบาๆ

“หืมม มีอะไรเหรอ” อีจุนโฮงัวเงียลุกขึ้นมาขยี้ตา

“ออกไปเดินเล่นกัน” ฮวางชานซองคว้ามือของอีจุนโฮขึ้นมาจับไว้ก่อนจะจูงออกไปข้างนอกบ้าน

“เดี๋ยวๆ นี่นายจะพาชั้นไปไหนเนี่ย” อีจุนโฮที่ยังคงสะลึมสะลือ ถูกฮวางชานซองลากออกมานอกบ้านทั้งที่ยังไม่ได้ล้างหน้าล้างตาเลยด้วยซ้ำ

“ก็ไปเดินเล่นไง”  ตอบคำถามแค่นั้นชานซองก็จูงมือจุนโฮให้ออกเดินตาม  จนมาถึงสนามเด็กเล่นแห่งหนึ่ง

“นายพาชั้นมาที่นี่ทำไม”  อีจุนโฮเดินไปนั่งที่ชิงช้าตัวที่อยู่ใกล้ๆ 

“ก็นายเจอชั้นที่นี่ไม่ใช่เหรอ” ฮวางชานซองเดินตามมาแกว่งชิงช้าตัวที่อีจุนโฮนั่งอยู่

“อ๋อ จริงด้วยสิ ที่นี่จริงๆด้วย”  จุนโฮหันมองไปรอบๆสนามเด็กเล่นแห่งนั้น

“ขอบคุณนายมากเลยนะจุนโฮ ที่นายช่วยชั้นไว้” ฮวางชานซองเดินอ้อมมาทรุดตัวลงนั่งข้างหน้าชิงช้าที่จุนโฮนั่งอยู่  ชานซองจ้องเข้าไปที่ตาของจุนโฮ ซึ่งอีกฝ่ายเสมองหลบไปทางอื่นก่อนจะตอบ  “นายต้องของคุณจองกัมต่างหาก ที่ไปตามชั้นให้มาช่วยนาย”

“นายโกรธอะไรชั้นรึป่าวจุนโฮ” ฮวางชานซองจับหน้าของจุนโฮให้หันกลับมาสบตากับเขา แต่อีกฝ่ายก็ฝืนหันหนี “ไม่ได้โกรธหรอก ชั้นแค่ แค่เพลียๆนิดหน่อยน่ะ เรากลับกันเถอะ” พูดจบอีจุนโฮก็ลุกขึ้นเดินหนี ปล่อยให้อีกฝ่ายต้องวิ่งตามกลับมา

“จุนโฮ อีกไม่กี่วันชั้นก็ต้องไปแล้วนะ นายอย่าทำอย่างนี้สิ” ชานซองที่วิ่งตามมาดึงแขนของอีจุนโฮเอาไว้

“ชั้นไม่ได้โกรธอะไรนายจริงๆ นายจะได้กลับบ้านแล้วชั้นดีใจจะแย่ แต่ชั้นคงคิดถึงจองกัมมาก ก็เลยเหงานิดหน่อย แค่นั้นแหละ”  อีจุนโฮฝืนตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มที่พยายามทำให้ดูจริงใจมากที่สุด

“จริงๆนะ นายไม่ได้โกรธจริงๆนะ” 

“อือ ไม่ได้โกรธ”

“แค่นี้ชั้นก็สบายใจละ ถ้างั้นเอาไว้ชั้นจะพาจองกัมกลับมาเยี่ยมนายดีมั๊ย”

“อืม” อีจุนโฮพยักหน้าให้กับฮวางชานซองแล้วก็ออกเดินนำกลับบ้าน

 

พอกลับมาถึงบ้านอีจุนโฮก็รีบเข้าห้องนอนทันที แต่เพราะวันนี้เขานอนมาทั้งวัน คืนนี้ก็เลยนอนไม่หลับ     น่าอิจฉาคนที่กินง่ายหลับง่ายอย่างชานซองเสียเหลือเกิน  กินอะไรก็อร่อย นอนเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ หัวถึงหมอนก็เหมือนปิดสวิตช์ทันที  ข้อดีของการเป็นเทพนี่คือไม่ต้องคิดมากล่ะสินะ

เพราะนอนไม่หลับอีจุนโฮเลยลุกขึ้นมานั่งกอดหมอนมองคนที่นอนหลับเป็นตายอยู่ข้างๆ อีจุนโฮค่อยๆเอานิ้วมือเขี่ยผมออกจากหน้าผากของชานซอง หมอนี่หน้าผากกว้างเหมือนกันแฮะ  คิ้วก็เข้ม จมูกก็โด่ง ปากก็........ อีจุนโฮใช้นิ้วไล้ที่ริมฝีปากของชานซองเบาๆ ก่อนที่ปากบางจะก้มลงไปประทับจูบที่ริมฝีปากคู่นั้นของคนที่กำลังนอนหลับอยู่

แต่พอจะเงยหน้าขึ้นมา คนที่เขาคิดว่าหลับไปแล้วกลับเอามือขึ้นมาโอบเอวเขาก่อนจะเป็นฝ่ายพลิกกลับขึ้นมาคร่อมทับร่างเขาไว้ซะเอง

“ปากนายเป็นแผลเหรอจุนโฮ” ฮวางชานซองมองฝ่าความมืดเข้าไปที่แววตาของคนที่เพิ่งจะขโมยจูบเขาไปเมื่อกี๊

ส่วนอีจุนโฮตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของคนตรงหน้าโดยไม่ได้ตอบอะไร

“ว่าไงล่ะจุนโฮ ปากนายเป็นแผลเหรอ” ฮวางชานซองยังคงไม่ยอมปล่อยให้จุนโฮหลุดมือ พร้อมกับย้ำถามด้วยน้ำเสียงที่ติดจะสนุกใจไม่น้อยที่ได้แกล้งคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้หนีไปไหนไม่รอด

“ชั้น เอ่อ ...อือ ปากชั้นเป็นแผล” พูดจบอีจุนโฮก็แทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองตายไปเสียเดี๋ยวนั้น ถ้าตอบว่าปากเป็นแผล เดี๋ยวไอ้ยักษ์นี่มันก็หาทางรักษาให้เท่านั้นเองสิ

“อ๋อ ถ้างั้นเดี๋ยวชั้นรักษาให้เอง” ฮวางชานซองส่งรอยยิ้มพร้อมดวงตาระยับผ่านมาในความมืด ก็รู้อยู่หรอกว่าจุนโฮโกหก แต่ไม่รู้ทำไมที่ตอนนี้เขานึกสนุกอยากจะช่วยรักษาคนโกหกขึ้นมาเสียแล้ว

“ไม่ต้องๆ เดี๋ยวมันก็หาย นายนอนต่อเถอะ” อีจุนโฮหันหน้าหนี พร้อมกับเอามือผลักหน้าชานซองไว้      ชานซองจะรู้มั๊ยนะว่าเค้าโกหก

“ไม่เป็นไรหรอกน่า” ฮวางชานซองเอามือมารวบมือของจุนโฮออกไป ก่อนจะก้มลงมาประกบปากของตัวเองเข้ากับปากของคนข้างล่าง เขารู้อยู่แก่ใจว่าจุนโฮไม่ได้เจ็บปากอะไรเลย แต่เขาเองก็ยังอยากจะทำแบบนี้

ชานซองประทับจูบเนิ่นนาน นานกว่าทุกครั้งที่เขาเคยใช้วิธีนี้รักษาบาดแผลให้จุนโฮ ซึ่งจุนโฮเองก็ไม่ได้หันหน้าหนีอีกแล้ว  จูบคราวนี้เนิ่นนานและหวานกว่าทุกครั้ง


มันไม่ใช่การรักษา ทั้งสองคนรู้ดี

 

 

 

Talk:  

จริงตอนนี้อยากให้สองคนนี้หวานกันมากกว่านี้ แต่เปิดมานุ๊งโฮก็นอยด์เพราะหมีจะกลับสวรรค์ซะแล้ว ขอโทษรีดเดอร์นะคะ ถ้าจะหวานน้อยไปหน่อย (ไม่น้อยไปหน่อยหรอก น้อยมากเลยล่ะย่ะ)

แถมที่บอกไว้ว่าจะให้นุ๊งโฮลวนลามหมี ก็ดันลวนลามได้แค่แปร๊บเดียว แล้วก็ถูกนังหมีพลิกกลับมาเอาชนะได้ซะอย่างงั้นล่ะ -.,-“

ไรท์เตอร์เข้าข้างอีหมียักษ์มากเกินไปรึป่าวหว่า ให้มันได้เปรียบนุ๊งโฮตลอด แต่ตัวมันใหญ่นี่นะ เอาชนะมันยาก ฮร่าๆๆ

ฉากต่อไปเชิญจิ้นกันตามอัธยาศัย ไรท์เตอร์เขิล กร๊ากกกกกก

ขอทิชชู่ซับเลือดตัวเองก่อน คิดเองเขิลเอง เฮือกกกก!!

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ายยย...นูนอลวนลามอิหมี  น่ารักที่สุดอ่าาาา
แต่อิหมีก็พลิกกลับมาลวนลามนูนอต่ออออ
โฮนอยด์อิหมีก็มึน  เห้อออ  อยากจับอิหมีมาฝึกจริงๆ
โฮจังอ่าาา...อย่านอยด์เลยนะ
อิหมีมันไปไหนไม่รอดหรอก  คิคิ

#7 By kw on 2013-07-09 12:24

แค่นี้ก็หวานแล้วล่ะค่ะไรท์ อ๊ายยย เขิล
แอร๊ยยยย เขินอ่ะ >///< โดนเทพหมีเจ้าเล่ห์มันแกล้งเข้าให้แล้วววว

ตอนต่อไปจะเป็นยังงัยนะ คิคิ

#5 By Manee (180.183.50.147) on 2012-01-24 22:32

นอกจากกินเก่ง นอนเยอะ
แล้วยังขี้แกล้งอีกนะ ฮวางชานซอง

ฉากต่อไปขอไม่จิ้นเองได้ม๊ายยย
รอไรท์เตอร์มาจิ้นให้ดีกว่า อิ อิ


#3 By LoveLove_CS (110.168.13.86) on 2011-11-03 23:18

กรี๊ดดดดดดดดดด

รออ่านน่ะค่ะ อุอุ

#2 By andasongsomeone on 2011-10-27 01:30

แหมๆๆๆๆๆ....อิหมี..นึกว่าจะเก่งเรื่องกิน เรื่องมึนอึน...
ฉลาดซะจิ๊งงงง...เรื่องรักษาอาการป่วยของนูนอ ง่ะ...
น่ารักมากค่ะ...ใกล้จบแล้วเหรอออ...ว้าาาาา....จะเฝ้ารอ
ผลงานของไรเตอร์ทุกวันเลยค่ะ...ขอบคุณค่า...........

#1 By pimnuneo (61.90.20.18) on 2011-10-26 21:01