[Fiction-ChanNuneo] Angel ch.5/?

posted on 25 Oct 2011 09:27 by write-sara in 2PMFanfic

ตอนที่ 5  เราคบกัน


 

 

 

“ทำอะไรกันน่ะ!!”

นิชคุณกับอูยองกลับมาถึงบ้าน แต่พอพวกเค้าเปิดประตูบ้านเข้าไปภาพที่เห็นก็คือ อีจุนโฮจูบอยู่คนแปลกหน้าที่น้องพากลับมาบ้านด้วยเมื่อวาน

อีจุนโฮผละออกจากฮวางชานซอง ก่อนจะหันมาตามเสียงและเห็นพี่ๆของตัวเองยืนอยู่  อีจุนโฮนั้นทำหน้าไม่ถูกไปแล้ว ในขณะที่อีกฝ่ายยังคงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แถมยังบ่นออกมาซะดังอีกว่า “อะไรของนาย ยังไม่เสร็จเลยนะ” อีจุนโฮถึงกับต้องผลักหน้าของฮวางชานซองเพื่อให้หยุดพูด ก่อนจะส่งยิ้มแหยๆไปให้พี่ของตัวเอง

นิชคุณกับอูยองเดินเข้ามานั่งที่โซฟาตรงข้ามกับทั้งคู่ อันที่จริงเค้าสองคนก็ไม่ได้หวงน้องขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ไม่เคยเห็นน้องมีแฟนหรือคบกับใคร แต่นี่น้องมาจูบกับใครก็ไม่รู้ที่เพิ่งเจอกันเมื่อวาน จะไม่ให้เค้าสองคนตกใจได้ยังไงกัน

“นี่พวกนายรู้จักกันอยู่แล้วหรอกเหรอ” นิชคุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นถามก่อน

อีจุนโฮส่ายหน้าปฎิเสธ

“แล้วทำไม....” จางอูยองพูดขึ้นมาแล้วก็ชี้นิ้วไปที่อีจุนโฮกับฮวางชานซองสลับกันไปมา

“เอ่อ.....” อีจุนโฮเองก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่ๆฟังได้ยังไง เพราะถ้าขืนบอกไปว่าฮวางชานซองเป็นเทพ พี่ๆคงหาว่าเค้าเพี้ยน หรือไม่ก็ต้องหาว่าฮวางชานซองเป็นพวกต้มตุ๋ม 18 มงกุฎแน่ๆ

“พวกนาย...คบกันเหรอ?” เป็นนิชคุณที่เลือกที่จะถามออกไปตรงๆ

“เอ่อ คือว่า...”  ในขณะที่อีจุนโฮกำลังคิดหาคำอธิบายอยู่นั้นเอง

“ใช่แล้ว เราคบกัน เพิ่งคบกันวันนี้เอง” และก็เป็นฮวางชานซองที่พูดโพล่งออกมา ซึ่งส่งผลให้คนตาตี่ที่นั่งอยู่ข้างๆถึงกับหันมาทำตาโตใส่ “นายพูดอะไรออกไปน่ะ”

“อ้าว ก็เราคบกันจริงๆนี่นา เจ้าจะต้องทำตาโตทำไม” คนพูดยังคงพูดต่อไปอย่างหน้าตาเฉย

นิชคุณกับจางอูยองเองก็ไม่คิดว่าเจ้าคนหลงทางตรงหน้าจะกล้าพูดออกมาตรงๆขนาดนี้ เค้าสองคนหันมาสบตากันอย่างแปลกใจ ก่อนจะเป็นนิชคุณที่หันไปพูดกับอีจุนโฮ

“ถ้านายจะคบกัน พี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะจุนโฮ แต่มันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ นายเพิ่งจะเจอกันเองนะ”

“ทำไมหล่ะ เพิ่งเจอกันแล้วคบกันไม่ได้เหรอ ต้องเจอกันนานเท่าไหร่ถึงจะคบกันได้” ฮวางชานซองเจ้าเดิมที่โพล่งออกมา ส่วนคนตาตี่ข้างๆตอนนี้อยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไปซะแล้ว จะปฏิเสธ แต่ภาพเมื่อกี๊ที่พี่ๆเห็นมันก็ทำให้พูดไม่ออก เลยได้แต่นั่งเงียบ

พอเจอย้อนเข้ามาแบบนี้นิชคุณเองก็ไม่รู้จะตอบว่ายังไงเหมือนกัน เลยได้แต่หันไปคุยกับของที่น้องเก็บมาได้เมื่อวาน

“ถ้างั้นนายชื่ออะไรล่ะ”

“ข้าชื่อฮวางชานซอง ส่วนนั่นจองกัมสหายข้าเอง” ฮวางชานซองแนะนำตัวเอง พร้อมกันแมวสีเทาให้นิชคุณและจางอูยองได้รู้จัก  นิชคุณกับจางอูยองพยักหน้ารับ

“อ๋อ เจ้าเหมียวนี่ชื่อจองกัมหรอกเหรอ มาๆ จองกัม เมี๊ยวๆๆ” จางอูยองหันไปเรียกจองกัมอย่างสนิทสนม ซึ่งแมวตัวนั้นก็กระโดดขึ้นมาให้อูยองอุ้มอย่างว่าง่าย

“ชั้นชื่อจางอูยองเป็นพี่ชายของจุนโฮ ส่วนนี่ก็พี่นิชคุณ” จางอูยองแนะนำตัวเองกับนิชคุณ

“พี่คุณ ผมหิวแล้ว เดี๋ยวเราไปทำกับข้าวกินกันดีกว่า” จางอูยองหันไปชวนนิชคุณไปทำอาหารเย็น

“นายสองคนยังไม่ได้กินข้าวเย็นใช่มั๊ย เดี๋ยวพี่ทำให้กิน” นิชคุณหันไปถามอีจุนโฮกับฮวางชานซอง ก่อนจะเดินนำอูยองเข้าไปในครัว

 

พอจางอูยองและนิชคุณเดินเข้าครัวไปแล้ว อีจุนโฮก็หันกลับมาดึงฮวางชานซองเข้าไปในห้องนอนของเค้า พอประตูปิดลง อีจุนโฮก็แทบอยากจะกระโดดต่อยหน้าฮวางชานซองซักหมัด

“นายพูดบ้าอะไรออกไปห๊า?”  อีจุนโฮยืนเท้าเอว อยากจะเข้าไปทึ้งหัวคนตรงหน้านัก

ฮวางชานซองทำหน้างง กระพริบตาปริบๆ ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรผิดไป ทำไมอีจุนโฮจะต้องโกรธขนาดนี้ด้วย “ข้าพูดอะไรผิดเหรอ”

“นายบอกพวกพี่ๆว่าเราคบกัน นายจะบ้าเหรอ ชั้นไปคบกับนายตอนไหน” อีจุนโฮแทบอยากจะตะโกนใส่หน้า แต่ก็กลัวว่าเสียงจะลอดออกไปนอกห้องให้พวกพี่ๆเค้าสงสัย

“อ้าว เราก็คบกันจริงๆนี่นา เจ้ากับข้าเป็นสหายกัน ไม่เรียกว่าคบกันแล้วจะให้เรียกว่าอะไรล่ะ” ฮวางชานซองส่งสายตาซื่อๆไปให้อีจุนโฮ ซึ่งตอนนี้เบิ่งตาโตใส่ชานซองเท่าที่ตาตีๆของเค้าจะอำนวย

“นี่นายคิดว่า คบกัน คือเป็นเพื่อนกันอย่างงั้นเหรอ??” 

“อืม” ฮวางชานซองพยักหน้ารับ  เค้าเข้าใจอะไรผิดไปงั้นเหรอ

พอฟังจบอีจุนโฮถึงกับทรุดลงไปนั่งที่เตียง เอามือกุมหัว เค้าอยากจะกลุ้มใจ เจ้าเทพนี่มันไม่รู้เรื่องอะไรเลยสินะ  แต่ถ้าพี่ๆคิดว่าชานซองเป็นแฟนเค้า ถ้างั้นเรื่องที่จะให้ชานซองอยู่บ้านก็คงจะไม่มีปัญหาอะไร เออ ช่างเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว แค่ 2-3 เดือนเอง คงไม่เป็นไร

“เอาล่ะ ช่างมันเถอะ คบก็คบ ตามที่นายเข้าใจนั่นแหละ”  อีจุนโฮเงยหน้ามาพูดกับชานซอง ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ “แต่ชั้นมีเรื่องขอร้องนายก็คือ นายอย่าบอกใครว่านายเป็นเทพนะเข้าใจมั๊ย เพราะไม่มีใครเค้าเชื่อนายหรอก”   “อือๆ” 

“งั้นก็ออกไปกินข้าวกันเถอะ อ้อ แล้วไอ้เรื่องการพูดเนี่ย เลิกพูดภาษาแปลกๆได้มั๊ย ต่อไปให้แทนตัวเองว่าชั้นหรือผม แล้วก็เรียกพี่คุณกับพี่อูยองว่า พี่ เรียกชั้นว่าจุนโฮหรือนาย อย่าพูดข้าหรือเจ้าอะไรออกมาอีกล่ะ”

“งือๆ”

“โอเค ไปกินข้าวกันดีกว่าเดี๋ยวพี่ๆเค้ารอ” อีจุนโฮเอิ้อมมือไปเปิดประตู  แต่ฮวางชานซองก็เรียกเอาไว้เสียก่อน “เดี๋ยวก่อน”  พออีจุนโฮหันกลับมา ฮวางชานซองก็ยื่นหน้าเข้ามาประทับริมฝีปากของตัวเองลงไปที่มุมปากของอีจุนโฮ ก่อนจะถอยออกมา “เมื่อกี๊ชั้นยังรักษาไม่เสร็จ แผลที่ปากนายหายแล้วล่ะ” ฮวางชานซองส่งยิ้มให้อีจุนโฮและเดินนำออกไปนอกห้อง ทิ้งให้อีกฝ่ายยืนหน้าแดงอยู่คนเดียว

 

หลังอาหารเย็น อีจุนโฮกับฮวางชานซองนั่งเล่นกับจองกัมอยู่ที่หน้าทีวี ส่วนอูยองถูกนิชคุณดึงเข้าไปคุยกันในห้อง

“อูยอง เราจะไว้ใจเจ้าชานซองอะไรนั่นได้จริงเหรอ” นิชคุณยังอดที่จะเป็นห่วงจุนโฮไม่ได้

“ไม่เป็นไรหรอกน่า พี่คุณอย่าคิดมากเลย จุนโฮโตแล้ว น้องคงตัดสินใจดีแล้ว”

“แต่สองคนนั้นเพิ่งเจอกันเองนะ นายว่ามันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ”

“พี่คุณก็รู้นี่ครับ ว่าถ้าคนเราจะรักกันน่ะ เรื่องเวลามันไม่ใช่ปัจจัยสำคัญเสมอไปหรอกน่า ถ้าสุดท้ายน้องจะต้องเสียใจ เราสองคนก็ยังอยู่ดูแลน้องได้นี่นา พี่คุณอ่า อย่าคิดมากสิ จุนโฮน่ะน้องผมนะ ผมยังไม่ห่วงเท่าพี่เลย”

“อืม ถ้านายว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ชั้นก็ไม่ห่วง ว่าแต่..เราไปอาบน้ำกันเหอะ” นิชคุณหันไปยิ้มทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่อูยอง ซึ่งอีกฝ่ายพอจะเดาได้ว่าแฟนตัวเองหมายถึงอะไร ถึงกับเอาหมอนขว้างพร้อมกับไล่ให้ไปอาบน้ำ ก่อนจะตัวเองจะเดินหนีออกไปดูทีวีกับน้องๆ

 

“พี่ไปนอนก่อนนะ ป่านนี้พี่คุณหลับไปแล้วแน่ๆเลย” อูยองลุกขึ้นจากโซฟา พร้อมกับบอกลาจุนโฮและชานซองก่อนจะเดินไปที่ห้องตัวเอง “โอ๊ะ จองกัม นายอยากไปนอนกับชั้นด้วยเหรอ ไปสิป่ะ เข้าห้องๆ” อูยองเปิดประตูให้จองกัมเดินเข้าห้องไปด้วย ก่อนจะปิดประตูลง ทิ้งให้จุนโฮกับชานซองอยู่ด้วยกันสองคน

 

“เดี๋ยวชั้นไปนอนบ้างดีกว่า” อีจุนโฮลุกขึ้นจะเดินเข้าห้องตัวเองบ้าง แต่ก็ถูกคนตัวใหญ่กว่าดึงมือเอาไว้

“ให้ข้า เอ๊ย ให้ชั้นไปนอนกับนายด้วยสิ” 

“นายก็นอนโซฟาไปสิ”

“ชั้นไม่ชอบนอนคนเดียวนี่นา” พูดจบฮวางชานซองก็เบะปาก ราวกับจะร้องไห้ออกมา

“เมื่อคืนนายก็นอนได้ นอนๆไปเหอะ”

“เมื่อคืนชั้นไม่รู้สึกตัวนี่นา เตียงนายตั้งกว้างให้ชั้นไปนอนด้วยน๊า นะ นะ นะ” ฮวางชานซองเขย่ามืออีจุนโฮไปมา พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปให้

อีจุนโฮเกาหัว ไม่รู้จะจัดการกับเด็กโข่งตรงหน้านี่ยังไง สุดท้ายก็เลยต้องยอมให้ฮวางชานซองหอบผ้าหอบผ่อนเดินตามเข้าไปนอนในห้องด้วย

“นายห้ามนอนดิ้นล่ะ” อีจุนโฮหันมาสั่งก่อนจะล้มตัวลงนอนหันหลังให้ฮวางชานซอง ซึ่งอีกฝ่ายพอหัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับสนิทราวกับปิดสวิตช์ปั๊บ  กลายเป็นอีจุโฮเองซะอีกที่นอนไม่หลับ

อีจุนโฮที่นอนไม่หลับลุกขึ้นมานั่งพิจารณาคนที่หลับสนิทอยู่ข้างๆ  นายเป็นเทพจริงๆน่ะเหรอชานซอง  จริงอยู่ที่นายดูดี  คิ้ว ปาก จมูก ได้รูปจนน่าอิจฉา หุ่นที่เรียกได้ว่าดีซะจนผู้ชายด้วยกันคงอยากมีแบบนี้บ้าง นี่เค้าได้มาเจอกับเทพจริงๆเหรอเนี่ย  อันที่จริง ถ้านายไม่ช่วยรักษาแผลให้ชั้น ชั้นก็คงไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่านายเป็นเทพ ..... รักษาแผลงั้นเหรอ อ๊าก แต่ทำไมวิธีรักษาของนายมันต้อง......แค่คิดอีจุนโฮก็รู้สึกร้อนขึ้นมาจนถึงหู นี่ถ้าเปิดไฟอยู่ จะต้องเห็นว่าหูของเค้าแดงมากแน่ๆ ไม่เอาละ นอนดีกว่า นอน นอน นอน

 

 

“จุนโฮ จุนโฮ นายจะนอนไปถึงเมื่อไหร่ ชั้นหิวแล้วนะ”  ฮวางชานซองที่ตื่นขึ้นมาก่อน เอานิ้วจิ้มแก้มอีจุนโฮ เพื่อปลุกให้อีกฝ่ายตื่นนอน  อีจุนโฮเอามือขยี้ตาก่อนจะลุกขึ้นมาบิดขี้เกียจ “เช้าแล้วเหรอ นายออกไปรอข้างนอกเดี๋ยวนะ ชั้นอาบน้ำเสร็จแล้วจะออกไปหาอะไรให้กิน”  ฮวางชานซองลุกขึ้นเดินออกไปนอกห้องอย่างว่าง่าย ส่วนอีจุนโฮก็ลุกออกไปอาบน้ำ

หลังอาหารเช้า อีจุนโฮเตรียมตัวออกไปเรียน  พอเปิดประตูบ้าน ฮวางชานซองก็เดินตามออกมาด้วย

“นายจะไปไหนหน่ะชานซอง”  อีจุนโฮหันกลับมาถามอย่างแปลกใจ

“ชั้นก็จะไปกับนายด้วยไง”

“นายจะไปทำไม ชั้นไปเรียนนายเข้าไปเรียนกับชั้นไม่ได้หรอกนะ”

“เดี๋ยวชั้นไปนอนรอนายที่สนามหญ้าก็ได้ ชั้นบอกแล้วไงว่าชั้นจะเป็นผู้พิทักษ์ให้นายเอง ไปกันเถอะ” ฮวางชานซองส่งยิ้มให้พร้อมกับออกเดินนำหน้า ซึ่งอีจุนโฮเองก็ได้แต่ส่ายหัวก่อนจะเดินตามออกไป

 

“จุนโฮ อันนั้นเรียกว่าอะไรน่ะ มันกินได้มั๊ย” ฮวางชานซองชี้มือไปที่ร้านขนมเค้กร้านหนึ่งที่เดินผ่าน

“เค้าเรียกขนมเค้ก กินได้สิ นายอยากกินเหรอ”  

“อือๆๆ” ฮวางชานซองพยักหน้า พร้อมกับดึงแขนเสื้อของอีจุนโฮไว้ ราวกับจะลากเข้าไปในร้าน

“ชั้นมีเรียนตอนเช้า เดี๋ยวเย็นนี้ขากลับค่อยแวะมากินกันแล้วกันนะ” อีจุนโฮดึงฮวางชานซองออกมาจากหน้าร้าน ซึ่งอีกฝ่ายก็ได้แต่ทำหน้าเสียดาย มองตาละห้อย

“เย็นนี้นายจะพาชั้นมากินจริงๆนะ” ฮวางชานซองยังคงหันกลับไปมองที่ร้านขนมเค้ก

“อือ สัญญาๆ เดี๋ยวเย็นนี้แวะซื้อกลับไปกินที่บ้านกัน”  อีจุนโฮนึกขำกับอาการของคนตัวใหญ่ตรงหน้า

 

“เดี๋ยวนายไปรอชั้นที่แถวๆสนามหญ้าก็ได้นะ แถวนั้นนอนเล่นใต้ต้นไม้ได้ เดี๋ยวเรียนเสร็จแล้วชั้นจะไปหา”  อีจุนโฮชี้มือไปที่สนามหญ้าด้านข้างมหาลัย ที่มีต้นไม้ให้นอนเล่นหลบแดดได้อย่างสบายๆ ซึ่งฮวางชานซองพยักหน้ารับก่อนจะเดินแยกไป

 

“ชานซอง หิวมั๊ย”  ช่วงพักเที่ยงอีจุนโฮไปซื้อขนมปังที่โรงอาหารมาให้ฮวางชานซองที่ยังคงนอนเล่นอย่างสบายใจอยู่ใต้ต้นไม้ ฮวางชานซองลุกขึ้นมารับขนมปังไปกินอย่างเอร็ดอร่อย  “นายเบื่อรึป่าว กลับไปนอนเล่นที่บ้านกับจองกัมก็ได้นะ”  อีจุนโฮถามออกมาเพราะนึกห่วงว่าชานซองจะเหงา  แต่อีกฝ่ายสั่นหน้าปฏิเสธเพราะขนมปังที่อยู่เต็มปากทำให้พูดออกมาไม่ถนัด “ไม่เบื่อเลย ว่าแต่เมื่อไหร่นายจะเลิกเรียนล่ะ ชั้นอยากกินขนมเค้ก” ฮวางชานซองส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ ซึ่งอีจุนโฮถึงกลับหลุดขำออกมาจนตาหยี

“จุนโฮ ตอนนายยิ้มนี่นายน่ารักดีนะ” ฮวางชานซองเอ่ยปากชมอีจุนโฮออกมาซึ่งๆหน้า ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินขนมปังต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่อีกฝ่ายที่ถูกชมตอนนี้หน้าแดงจนกลายเป็นสีเดียวกับสีเสื้อที่ใส่มาวันนี้ไปแล้ว

“อ่า ชั้นไปเรียนก่อนนะ”  อีจุนโฮรีบลุกหนีออกมา เพราะรู้ตัวว่าถ้าขืนนั่งอยู่นานกว่านั้น ชานซองจะต้องรู้แน่ๆว่าเค้าเขินขนาดไหน นี่หมอนั่นมันชมคนง่ายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย แล้วเค้าเองจะต้องไปเขินอะไรนักหนากับคำชมของชานซองกันนะ

 

“กลับบ้านกันเถอะ” ชานซองวิ่งมาหาอีจุนโฮที่กำลังเดินออกมาจากตึกเรียน  “อือ ไปสิ” อีจุนโฮเดินนำออกมาจากมหาลัย  ระหว่างทางพวกเค้าแวะซื้อเค้กที่ชานซองอยากกินใส่กล่องกลับมาที่บ้านด้วย 

พอมาถึงบ้านชานซองก็จะแกะเค้กกินเลย แต่ก็โดนอีจุนโฮห้ามไว้เสียก่อน “กินข้าวก่อนสิ เดี๋ยวค่อยกินเค้ก นายนี่เหมือนเด็กเลย” ส่งผลให้คนที่โตแต่ตัว นั่งหน้าตูมเป็นม้าหมากรุก ไม่พูดไม่จา จนอีจุนโฮทำกับข้าวเสร็จส่งกลิ่นหอมฉุยนั่นแหละ เด็กโข่งถึงได้ยอมลุกไปกินข้าวอย่างอารมณ์ดี

“มา เดี๋ยวชั้นตัดเค้กให้” หลังกินข้าวเสร็จ อีจุนโฮก็เดินไปหยิบเค้กมาตัดแบ่งให้กับชานซอง ซึ่งอีกฝ่ายก็นั่งมองตาแป๋ว และพอได้กินเค้กเข้าไป ชานซองก็ทำตาโต ทำหน้าตาถูกใจกับรสชาติของเค้กซะจนถึงกับปรบมือออกมาเหมือนเด็กๆ จนอีจุนโฮอดใจไม่อยู่เอามือปาดครีมไปป้ายหน้าของชานซอง ซึ่งชานซองเองก็แก้แค้นคืนด้วยการเอาครีมไปป้ายหน้าจุนโฮเหมือนกัน  แต่แล้วจู่ๆชานซองก็ดึงอีจุนโฮเข้ามาพร้อมกับประทับริมฝีปากตัวเองลงไปที่แก้มของจุนโฮ

“อะไรของนาย” จุนโฮเองก็ตกใจไม่น้อย ถึงกับผลักชานซองออก ซึ่งอีกฝ่ายก็ส่งยิ้มมาให้ก่อนจะบอกว่า  “ชั้นเสียดายเค้กที่มันอยู่ที่แก้มนายน่ะ”

“นี่นายเป็นเทพหรือเป็นหมาเนี่ยห๊า มาเลียหน้าคนอื่นได้ยังไงกัน”  พูดจบอีจุนโฮก็เอาเค้กในมือปาใส่ชานซองก่อนจะเดินหนีเข้าห้อง ปล่อยให้เด็กโข่งจัดการกับเค้กที่เหลืออยู่คนเดียวอย่างมีความสุข

 

เดินหนีชานซองมาได้ อีจุนโฮก็เอามือกุมแก้มของตัวเอง เพราะว่าตอนนี้อุณหภูมิที่หน้าของเค้าคงใกล้ทะลุ 100 องศาไปแล้วแน่ๆ ฮวางชานซองนายมีเวทย์มนตร์อะไรกันแน่นะ

 

 

 

 

 


Talk : โถ นุ๊งโฮจ๋า ถ้าหมีมันจะมีมนตร์อะไรซักอย่าง มันก็เป็นมนตร์แห่งรักล่ะนะ ฮิ๊วววว

เขียนเองเขิลเอง  ว่าแต่เรื่องนี้มันจะจบยังไงล่ะเนี่ย เพราะเทพฮวางก็มีเวลาแค่สามเดือน

เดี๋ยวก็ต้องเหาะเหินเดินอากาศกลับสวรรค์ซะแล้ว

นุ๊งโฮเริ่มจิเขิน แต่เทพหมียังคงเห็นแก่กิน

รู้จักกันไม่กี่วัน นุ๊งโฮโดนหมีลวนลามไปหลายดอก

อย่ายอมนะลูก เดี๋ยวตอนหน้าเราให้นุ๊งโฮลวนลามหมีบ้างดีกว่า กร๊ากกกก 

ยังคิดตอนต่อไปไม่ออก ขอไปเฝ้าองค์มหาเทพก่อนดีฝ่า คิคิคิ

Comment

Comment:

Tweet

อิหมีกินตลอดเลยนะ  ไม่ได้สนใจอะไรเลยยยย
แล้วโฮจังจะเหลือหรอเนี่ยยย  เดี๋ยวก็โดนอิหมีกิน คิคิ
หมีอ่าาา...แกลวนลามนูนอได้น่ารักมากๆ
เสียได้ของกินซะเหลือเกิน  หมั่นไส้ฝุดๆ

#7 By kw on 2013-07-09 12:15

เสียดายเค้กเนี่ยนะ คิคิ ชานเอ๊ยย น่ารักไปมั๊ยคะ ดูสิน้องโฮหวั่นไหวหมดแล้ว
นุ้งโฮโดนจัดไปหลายดอกทีเดียว

แล้วเทพหมีจอมตะกละนี่มะไหร่ถึงจะเห็นนุ้งโฮเราดีกว่าอาหารได้ล่ะเนี่ย

#5 By (180.183.50.147) on 2012-01-24 22:20

ชานซอง เจ้าน่ารักมากกกกกกก

แล้วอะไร เด๋วจุ๊บมุมปาก เด๋วเลียแก้ม
ทำอย่างเน้ น้องโฮก็เขิลแย่ซิคะลูก ^ ^

#4 By LoveLove_CS (110.168.13.86) on 2011-11-03 23:03

หมีชาน...ใสซื่อไปอ่ะปล่าวววว...นุ้งโฮ..เค้าคิดนะ..น่าร๊ากก
เขิลแทน...ทำยังงี้..ต้องเอาคืน...ไรเตอร์ขา...จัดหนักให้นุ้งโฮ..เอาคืนอิหมีหน่อยเหอะ...จะได้รู้ตัวซะบ้าง..สนใจนุ้งโฮ
แทนอาหารซะเหอะ....ติดใจเรื่องนี้มากค่ะ....สนุกมากค่ะ
น่ารัก...อ่านแล้วต้องอมยิ้ม..อัพบ่อยๆนะค่ะ..ขอบคุณค่า..

#3 By pimnuneo (58.8.138.213) on 2011-10-25 19:46

กรี๊ดดดดดดดดดดด อ่านแล้วเขิลล

#2 By JANNYLAIKA on 2011-10-25 09:59

ฮ่าๆๆ ไรท์เตอร์รีบแต่งตอนต่อไปนะ
อยากเห็นโฮลวนลาามหมีแล้ววว >///<


ฝากนิยายมือสองถูกๆด้วยจ้า เข้าไปดูก่อนน้า
http://unlimitted.exteen.com/20111013/book-store

#1 By unlimitted on 2011-10-25 09:58